บิตคอยน์(BTC) ร่วงลงกว่า 5% ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยราคาลดลงแตะระดับประมาณ 111,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 15.4 ล้านบาท) ท่ามกลางความไม่แน่นอนของตลาด นักวิเคราะห์ประเมินว่า ‘แนวโน้มความเสี่ยงในใจนักลงทุน’ และ ‘การถือแนวรับทางเทคนิค’ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดทิศทางราคาช่วงถัดไป
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ราคาบิตคอยน์ซื้อขายอยู่ที่ราว 118,330 ดอลลาร์ (ประมาณ 16.4 ล้านบาท) ก่อนจะไหลลงสู่ระดับราว 112,300 ดอลลาร์ (ประมาณ 15.6 ล้านบาท) ในวันอาทิตย์ ถือเป็นการสะท้อน ‘ความอ่อนแอตามฤดูกาล’ ที่มักเกิดขึ้นในเดือนสิงหาคม อย่างไรก็ตาม เช้าวันจันทร์ราคาก็ฟื้นกลับมาที่ระดับ 114,800 ดอลลาร์ (ราว 15.9 ล้านบาท)
โทนี ไซเคอร์มอร์(Tony Sycamore) นักวิเคราะห์จาก IG มาร์เก็ต กล่าวกับ Cointelegraph ว่า การร่วงลงในช่วงสุดสัปดาห์นั้นถือเป็นการทดสอบแนวรับบริเวณ 112,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเดิม และถือเป็น ‘จุดกลับตัวที่มีเหตุผลในเชิงเทคนิค’ เขายังเสริมว่า หากบิตคอยน์สามารถประคองตัวเหนือแนวรับ 111,000-112,000 ดอลลาร์ และความเชื่อมั่นในสินทรัพย์เสี่ยงฟื้นตัว ก็มีโอกาสที่ราคาจะทดสอบจุดสูงสุดใหม่อีกครั้ง อย่างไรก็ตามยังมีแนวต้านสำคัญที่ 125,000 ดอลลาร์ (ราว 17.4 ล้านบาท) ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีแรงส่งมากพอจะฝ่าไปได้
ในอีกมุมหนึ่ง มีการเตือนว่า หากความไม่มั่นคงในตลาดสินทรัพย์เสี่ยงยังคงเพิ่มขึ้นในเดือนสิงหาคม และแนวรับสำคัญถูกทำลาย ราคาบิตคอยน์อาจปรับตัวลดลงสู่ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน ที่ระดับ 99,355 ดอลลาร์ (ราว 13.8 ล้านบาท) แถมอาเธอร์ เฮย์ส(Arthur Hayes) ยังชี้ให้เห็นแรงกดดันจากปัจจัยมหภาค อาจทำให้ราคากลับไปสู่ระดับ 100,000 ดอลลาร์ (ราว 13.9 ล้านบาท)
ในด้านข้อมูลบนเชน Glassnode รายงานว่า บิตคอยน์มีแนวโน้มอ่อนตัวในเดือนสิงหาคมเป็นปกติ โดยตั้งแต่ปี 2013 ราคาลดลงเฉลี่ย 11.4% ซึ่งหากแนวโน้มยังเป็นเช่นนี้ ราคาบิตคอยน์ในเดือนนี้อาจปรับฐานสู่ 105,000 ดอลลาร์ (ราว 14.6 ล้านบาท) ทั้งนี้ในปี 2024 บิตคอยน์ลดลงแล้ว 8.6% ส่งผลให้ราคาปรับลงมาอยู่ที่ประมาณ 59,000 ดอลลาร์ (ราว 8.2 ล้านบาท) แม้จะลดลงน้อยกว่าปี 2023 และ 2022 ที่ตกลงระดับเลขสองหลัก แต่แรงขายยังถือว่ามีนัยยะ
อย่างไรก็ตาม ยังมีตัวอย่างในอดีตที่ราคาบิตคอยน์พุ่งขึ้นแม้ในเดือนสิงหาคม โดยเฉพาะในตลาดขาขึ้น ด้วยเหตุนี้ ‘ปัจจัยด้านอุปสงค์และอุปทาน’ รวมถึง ‘สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจมหภาค’ จะเป็นตัวแปรสำคัญที่อาจเปลี่ยนทิศทางของตลาดได้ตลอดเวลา
ความคิดเห็น 0