เหรียญคริปโตที่เกี่ยวข้องกับทรัมป์พุ่งไม่หยุด หลังสหรัฐฯ ถล่มเวเนซุเอลา
ราคาสินทรัพย์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้องกับประธานาธิบดีทรัมป์พุ่งขึ้นแรง หลังจากสหรัฐฯ เปิดฉากปฏิบัติการทางทหารโจมตีเวเนซุเอลาในช่วงต้นปี 2026 โดยเหรียญ WLFI พุ่งขึ้นกว่า 16% ภายในวันเดียว ขณะที่เหรียญ TRUMP ขยับขึ้น 7.5% กลับเข้าสู่กลุ่มสินทรัพย์ด้วยมูลค่าตลาดสูงสุด 100 อันดับแรกอีกครั้ง
ตามรายงานเมื่อวันที่ 6 (เวลาท้องถิ่น) การเคลื่อนไหวดังกล่าวเริ่มต้นจากปฏิบัติการทางทหารของกองทัพสหรัฐฯ ซึ่งระบุว่า เวเนซุเอลามีความเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติด และได้เปิดฉากโจมตีกรุงการากัส จนสามารถจับกุมประธานาธิบดีนีโคลัส มาดูโรและภริยาได้ หลังจากนั้นประธานาธิบดีทรัมป์ได้แถลงต่อประชาชนว่า “จากนี้ไป สหรัฐฯ จะเป็นผู้ควบคุมอุตสาหกรรมน้ำมันของเวเนซุเอลา” โดยประเทศดังกล่าวถือครองน้ำมันสำรองยืนยันแล้วมากถึง 300,000 ล้านบาร์เรล คิดเป็นมูลค่าสูงกว่า 17 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 24,582 ล้านล้านบาท
ประธานาธิบดีทรัมป์ให้เหตุผลที่ไม่ได้แจ้งรัฐสภาล่วงหน้าก่อนดำเนินปฏิบัติการว่าเป็นเพราะ ‘กังวลเรื่องข้อมูลรั่วไหล’ แต่ฝั่งพรรคเดโมแครตวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดย ชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างน้อยในวุฒิสภา ระบุว่า “นี่เป็นการโจมตีที่ประมาทและไร้ความรับผิดชอบ” พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ฝ่ายบริหารของทรัมป์เคยยืนยันว่าไม่มีแผนแทรกแซงทางทหารในเวเนซุเอลา แต่การกระทำครั้งนี้ขัดแย้งต่อคำกล่าวในอดีตอย่างชัดเจน
ในช่วงเวลาเดียวกัน หลายสื่อและกระดานสนทนาออนไลน์รายงานว่า ความเป็นไปได้ในการถอดถอนทรัมป์เพิ่มสูงขึ้น แต่กลับพบว่าในตลาดพยากรณ์จริง เช่น แพลตฟอร์มการทำนายผลการเมือง ‘คัลชิ’(Kalshi) และ ‘โพลีมาร์เก็ต’(Polymarket) กลับสะท้อนความเป็นไปได้ในการถอดถอนที่ลดลงถึง 3 จุดเปอร์เซ็นต์หลังเหตุการณ์ดังกล่าว
ในตลาดคริปโต เหรียญที่เชื่อมโยงกับชุมชนผู้สนับสนุนทรัมป์ WLFI ขยับขึ้นมากกว่า 16% แตะระดับ 0.18 ดอลลาร์ (ราว 260 บาท) ขณะที่เหรียญ TRUMP ซึ่งเป็นมีมโทเคนก็กลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้งหลังจากพุ่ง 7.5% แตะระดับ 5.40 ดอลลาร์ (ราว 7,800 บาท)
ในฝั่งของ บิตคอยน์(BTC) ราคาขยับทะลุ 91,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.3 ล้านบาท) อีกครั้ง นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่กลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยมี ‘ทรัพย์สินปลอดภัย’ เป็นแรงขับเคลื่อนจากความตึงเครียดทางการเมือง
เหตุการณ์นี้ถูกมองว่าเป็นกรณีชัดเจนในการที่ ‘ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์’ และ ‘ความเสี่ยงจากการเมืองสหรัฐฯ’ ส่งผลกระทบต่อราคาในตลาดคริปโตโดยตรง โดยเฉพาะเหรียญที่มีลักษณะ ‘ธีมการเมือง’ หรืออ้างอิงต่อบุคคลสาธารณะ ถือว่ามีความผันผวนสูงในช่วงเวลาที่เกิดเหตุการณ์สำคัญอย่างยิ่ง
จากมุมมองในตลาด คาดว่า กระบวนการเปลี่ยนผ่านอำนาจรัฐบาลในเวเนซุเอลา ถ้อยแถลงเพิ่มเติมจากประธานาธิบดีทรัมป์ และท่าทีจากรัฐสภาสหรัฐฯ จะยังคงเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อราคาของเหรียญการเมืองต่าง ๆ ต่อไป **ความคิดเห็น: การลงทุนในโทเคนที่อิงจากบุคคลมีความเสี่ยงสูงมาก โดยเฉพาะในสถานการณ์การเมืองที่เปลี่ยนแปลงเร็ว**
ความคิดเห็น 0