บิตคอยน์(BTC) ยังคงเดินหน้าสร้างสถิติใหม่อย่างต่อเนื่องในช่วงต้นปีนี้ ขณะที่โครงการขยายศักยภาพบนเครือข่ายเดิมอย่าง ‘บิตคอยน์ ไฮเปอร์(HYPER)’ ก็กำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นจากนักลงทุนอย่างรวดเร็ว โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา HYPER สามารถระดมทุนได้ถึง 30 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 434 ล้านบาท) และในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมายังระดมเพิ่มเติมได้อีก 100,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.4 ล้านบาท) ซึ่งสะท้อนถึงกระแสตอบรับที่แข็งแกร่งในช่วงพรีเซล
แรงซื้อในบิตคอยน์รอบนี้มีสาเหตุจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ หลังจากที่มีรายงานเกี่ยวกับการจับกุมประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโรของเวเนซุเอลาโดยกองทัพสหรัฐฯ ทำให้บิตคอยน์กลับมาได้รับบทบาทในฐานะ ‘ทองคำดิจิทัล’ อีกครั้ง ล่าสุดราคาบิตคอยน์ฟื้นตัวและเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 โดยก่อนหน้านี้เคยร่วงลงต่ำกว่า 87,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.25 ล้านบาท) เพียงช่วงสั้น ๆ
ไม่เพียงแค่ตลาดคริปโตเท่านั้นที่ตอบรับสถานการณ์นี้ ตลาดทองคำเองก็สะท้อนความวิตกกังวลเช่นกัน โดยในวันจันทร์แรกของเดือน ราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวขึ้นอยู่ที่ 4,434 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ประมาณ 641,000 บาท) สะท้อนพฤติกรรมการแสวงหา ‘สินทรัพย์ปลอดภัย’ ของนักลงทุนทั่วโลก
อีกหนึ่งปัจจัยผลักดันราคาบิตคอยน์คือ แรงซื้อที่เกิดจากการปิดสถานะ ‘ชอร์ต’ ในตลาดอนุพันธ์ มูลค่าการชอร์ตที่ถูกปิดภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงมีจำนวนสูงถึง 180 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2,600 ล้านบาท) ซึ่งทำให้เกิดแรงซื้อทันทีในตลาดและมีผลดันราคาขึ้นอย่างชัดเจน
ในฝั่งของนักลงทุนและสถาบันจำนวนมากยังคงมีความหวังว่า ปีนี้จะเป็น ‘ปีแห่งการฟื้นตัว’ ของบิตคอยน์ หลังจากราคาขึ้นไปแตะระดับสูงสุดที่ 126,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.8 ล้านบาท) เมื่อปีที่แล้ว และเข้าสู่ช่วงปรับฐานในไตรมาสสุดท้าย โดยในวันที่ 2 มกราคม บิตคอยน์ ETF มีเงินไหลเข้าสูงถึง 471 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 6,800 ล้านบาท) และในวันที่ 30 ธันวาคม ปีก่อน ยังมีเม็ดเงินไหลเข้าอีก 355 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 5,100 ล้านบาท) แสดงถึงภาพของการกลับมาของเม็ดเงินจากสถาบัน
ประเด็นที่ตลาดจับตามองเป็นพิเศษในเวลานี้ คือการเปิดตัวของ ‘บิตคอยน์ ไฮเปอร์’ ที่ถูกคิดค้นขึ้นเพื่อขยายขีดความสามารถของบิตคอยน์ให้ทัดเทียมกับโครงการอย่างโซลานา(SOL) ในด้านความเร็วและฟังก์ชันของสมาร์ตคอนแทรกต์ โครงการนี้ถือเป็นหนึ่งในความพยายามสร้าง ‘จุดเชื่อม’ ที่ขาดหายไปสำหรับบิตคอยน์ในการเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ Web3 อย่างเต็มรูปแบบ
บิตคอยน์ ไฮเปอร์ เป็นโซลูชันในกลุ่ม ‘เลเยอร์ 2’ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อจัดการกับข้อจำกัดดั้งเดิมของบิตคอยน์ โดยยังคงรักษาความปลอดภัยดั้งเดิมของเครือข่ายแม่ ขณะเดียวกันก็มอบความเร็วที่เทียบเท่า SVM (เครื่องเสมือนของโซลานา) พร้อมความสามารถในการสร้าง DApp และรองรับสมาร์ตคอนแทรกต์ ภายใต้โครงสร้างที่เรียกว่า ‘คาโนนิเคิลบริดจ์’ ทำให้สามารถเชื่อมโยงกับเครือข่ายบิตคอยน์ได้โดยตรง
ระบบนี้ทำให้ผู้ใช้สามารถนำบิตคอยน์ฝากเข้าฝั่งบริดจ์ เพื่อแลกเปลี่ยนกับโทเคนที่มีมูลค่าเทียบเท่าในเลเยอร์ 2 และจากนั้นจึงสามารถใช้งานในแอปพลิเคชันต่าง ๆ หรือทำธุรกรรมที่ต้องการความเร็วและค่าธรรมเนียมต่ำ ซึ่ง ‘ความคิดเห็น’ ชี้ว่าระบบนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยพลิกโฉมบิตคอยน์ให้กลายเป็น ‘สกุลเงินที่สามารถโปรแกรมได้’ อย่างแท้จริง
HYPER ยังมีบทบาทสำคัญในฐานะโทเคนหลักของระบบ โดยนอกจากทำหน้าที่จัดการค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรมแล้ว ยังใช้สำหรับการสเตกและมีสิทธิ์ในการออกเสียงเพื่อกำกับทิศทางของเครือข่าย ช่วยสร้างแรงจูงใจให้กับผู้ใช้งานในการมีส่วนร่วมกับระบบอย่างต่อเนื่อง
นักวิเคราะห์มองว่า HYPER อาจมีบทบาทเป็น ‘ประตูสำคัญ’ ที่เปิดทางให้บิตคอยน์พัฒนาไปสู่การเป็นสินทรัพย์ที่ใช้หมุนเวียนได้จริง หากบิตคอยน์มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สามารถถูกดึงเข้าเครือข่ายเลเยอร์ 2 ได้สำเร็จ ก็มีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนแปลงบทบาทของบิตคอยน์จากสินทรัพย์ที่ถูก ‘แช่แข็ง’ สู่ระบบที่มีการใช้งานจริงและเติบโตต่อเนื่อง
ในตอนนี้ HYPER อยู่ในช่วงพรีเซล โดยราคาโทเคนอยู่ที่ 0.013535 ดอลลาร์ (ประมาณ 19.55 บาท) ต่อเหรียญ โดยราคาจะปรับขึ้นในรอบถัดไปหลังผ่านไปอีก 36 ชั่วโมง นักลงทุนสามารถเข้าร่วมได้ผ่านเว็บไซต์ทางการของ HYPER โดยรองรับการชำระเงินด้วยคริปโตต่าง ๆ ทั้งโซลานา, อีเธอเรียม, เทเธอร์, USDคอยน์, ไบนานซ์คอยน์ และบัตรเครดิต
นอกจากนี้ยังสามารถจองล่วงหน้า เข้าถึง และติดตามโทเคนได้ผ่านแอป Best Wallet อีกทั้งยังมีช่องทางชุมชนบน เทเลแกรม และ X (ชื่อเดิมคือทวิตเตอร์) ที่เปิดให้ผู้สนใจติดตามข้อมูลอัปเดตอยู่ตลอดเวลา
ความคิดเห็น 0