กระแส ‘มีมคอยน์’ กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง หลังเหรียญยอดนิยมอย่างฟลอกกี(FLOKI), เปเป้(PEPE) และชิบะอินุ(SHIB) พบว่าปริมาณการซื้อขายโดย *วาฬ* หรือผู้ถือครองรายใหญ่ พุ่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยบางเหรียญเพิ่มขึ้นมากถึง *950%* ภายในสัปดาห์เดียว
ตามรายงานของบริษัทวิเคราะห์ออนเชน *แซนติมนต์(Santiment)* ผ่านแพลตฟอร์ม X เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ตัวเลขการเพิ่มขึ้นของธุรกรรมโดยวาฬที่มีมูลค่ามากกว่า *100,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.45 ล้านบาท)* ในกลุ่มเหรียญที่มีมูลค่าตลาดเกิน *500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 7.2 หมื่นล้านบาท)* พบว่าเหรียญฟลอกกี ที่ใช้บล็อกเชนอีเธอเรียม(ETH) มีอัตราการเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง *950%* ส่วนเวอร์ชันที่รันบนไบแนนซ์ สมาร์ทเชน ก็ตามมาเป็นอันดับสามด้วยอัตรา *550%*
สำหรับเหรียญเปเป้ ก็ไม่แพ้กัน โดยมีการพุ่งขึ้นของธุรกรรมวาฬอยู่ที่ *620%* ซึ่งทำให้ขึ้นแท่นเป็นอันดับสอง ขณะที่เหรียญยอดนิยมอย่างชิบะอินุ เติบโตอยู่ที่ *111%* และอยู่ในลำดับที่สิบของกลุ่ม
*ความคิดเห็น* จากแซนติมนต์ระบุว่า การที่มีมคอยน์ครองอยู่ในอันดับต้น ๆ จากการวัดกิจกรรมของวาฬ สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจที่กำลังกลับมาของตลาด "นี่อาจเป็นสัญญาณว่าความต้องการลงทุนในเหรียญเหล่านี้กลับมาอีกครั้ง" อย่างไรก็ตาม การรวบรวมข้อมูลนี้อิงจาก *จำนวนธุรกรรม* เพียงอย่างเดียว ไม่สามารถแยกประเภทได้ว่าเป็นการซื้อหรือขาย แต่การเร่งตัวของธุรกรรมมักเป็นสัญญาณล่วงหน้าของ *ความผันผวนของราคา*
ในแง่ผลกระทบกับราคา เหรียญเปเป้โดดเด่นที่สุด โดยราคาพุ่งสูงขึ้นถึง *47%* ภายในหนึ่งสัปดาห์ ซึ่งมากที่สุดในกลุ่มมีมคอยน์ การที่ปริมาณการซื้อขายและราคาปรับขึ้นพร้อมกันมักจะถูกตีความว่าเป็นสัญญาณของ *การสะสม(accumulation)* โดยนักลงทุนรายใหญ่
แม้จะมีแนวโน้มในเชิงบวก แต่กิจกรรมของวาฬในครั้งนี้ก็อาจแสดงถึงการเคลื่อนไหวเพื่อเก็งกำไรในระยะสั้น ซึ่งทำให้ทิศทางราคายังไม่สามารถคาดการณ์ได้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ดี ด้วยสัญญาณหลายด้านที่ชี้ไปสู่ความผันผวน ตลาดของมีมคอยน์อาจเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญในเร็ว ๆ นี้
ความคิดเห็น 0