Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

อาชญากรรมคริปโตปี 2025 พุ่ง 162% แตะ 154,000 ล้านดอลลาร์ รัฐบาลบางประเทศใช้บล็อกเชนเลี่ยงคว่ำบาตร

การใช้งานคริปโตอย่างผิดกฎหมายในปี 2025 พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยเฉพาะในประเทศที่ถูกคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ ซึ่งหันมาใช้ ‘บล็อกเชน’ เป็นช่องทางเลี่ยงระเบียบการเงินดั้งเดิม รายงานล่าสุดจากบริษัทวิจัยข้อมูลบล็อกเชน ‘เชนาลิซิส(Chainalysis)’ เปิดเผยเมื่อวันที่ 8 ว่า จำนวนเงินที่ไหลเข้าไปยัง ‘กระเป๋าเงินที่เกี่ยวโยงกับอาชญากรรมดิจิทัล’ ตลอดทั้งปี 2025 มีมูลค่าสูงถึง 154,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 224.7 ล้านล้านวอน) เพิ่มขึ้นถึง 162% จากปี 2024 ที่มีมูลค่าอยู่ที่ 59,000 ล้านดอลลาร์

เชนาลิซิสชี้ว่า ปี 2025 เปรียบเสมือน ‘จุดเปลี่ยน’ ของระบบอาชญากรรมทางคริปโต โดยรูปแบบและขนาดของการดำเนินการในระดับ ‘รัฐบาล’ มีความซับซ้อนและเป็นระบบมากขึ้น โดยรัสเซียเป็นกรณีตัวอย่างที่โดดเด่นที่สุด หลังจากถูกรัฐตะวันตกคว่ำบาตรจากวิกฤตยูเครน รัสเซียได้เปิดตัวโทเคนที่ใช้รูเบิลภายใต้ชื่อ ‘A7A5’ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ และมีการซื้อขายเกิน 93,300 ล้านดอลลาร์ภายในเวลาไม่ถึงปี สะท้อนถึงความพยายามของรัฐบาลรัสเซียในการหลีกเลี่ยงระบบการเงินเดิมด้วยสกุลเงินดิจิทัลของตนเอง

ในขณะเดียวกัน สถานการณ์การคว่ำบาตรระดับโลกยังช่วยเร่งการเติบโตของแนวโน้มนี้ โดยดัชนี ‘เงินเฟ้อด้านการคว่ำบาตรระดับโลก’ ระบุว่ามีบุคคลและองค์กรที่ถูกขึ้นบัญชีคว่ำบาตรแล้วกว่า 80,000 รายทั่วโลก โดยเฉพาะ ‘สหรัฐฯ’ ที่ออกมาตรการลงโทษมากที่สุดในโลก ในปี 2024 เพียงปีเดียว ได้เพิ่มรายชื่อบุคคลและองค์กรในบัญชี SDN (Specially Designated Nationals) จำนวนถึง 3,135 ราย มากที่สุดในประวัติศาสตร์

รายงานยังเผยว่า ‘สเตเบิลคอยน์’ กลายเป็นเครื่องมือหลักของการทำธุรกรรมผิดกฎหมาย โดย 84% ของการทำธุรกรรมทั้งหมดที่เข้าข่ายผิดกฎหมายในปี 2025 ดำเนินการด้วยสเตเบิลคอยน์ จุดเด่นของสเตเบิลคอยน์ เช่น ความมั่นคงของราคา ความสะดวกในการโอนข้ามพรมแดน และสภาพคล่องสูง ทำให้มิจฉาชีพและบุคคลที่ถูกคว่ำบาตรให้ความสนใจ เท่าๆ กับนักลงทุนปกติ ความคิดเห็นของเชนาลิซิสชี้ว่า “องค์ประกอบที่สนับสนุนการยอมรับอย่างถูกกฎหมาย กลับกลายเป็นแรงจูงใจสำหรับกิจกรรมผิดกฎหมายด้วยเช่นกัน” อย่างไรก็ตาม เชนาลิซิสระบุเพิ่มเติมว่า การทำธุรกรรมคริปโตที่ผิดกฎหมายยังคงมีสัดส่วนน้อยกว่า 1% ของระบบทั้งหมด แม้จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อนหน้า

ด้านประเด็นด้านความปลอดภัย ปี 2025 ยังเผชิญกับการโจมตีซ้ำซากผ่านแฮกเกอร์และการหลอกลวง โดยบริษัทด้านความปลอดภัยบล็อกเชน ‘เพคชิลด์(PeckShield)’ แจ้งว่า ในเดือนธันวาคมเกิดเหตุแฮกครั้งใหญ่กว่า 26 ครั้ง โดยส่วนใหญ่มาจากการแอบเปลี่ยนที่อยู่กระเป๋าหรือการหลุดรั่วของ ‘คีย์ส่วนตัว’ ซึ่งหนึ่งในผู้ใช้สูญเงินมากถึง 50 ล้านดอลลาร์จากการโอนเงินไปยังที่อยู่ปลอมที่ดูคล้ายของจริง และอีกคดีหนึ่งที่มีการรั่วไหลของคีย์จากกระเป๋าแบบมัลติซิก ทำให้สูญเงินไปกว่า 27.3 ล้านดอลลาร์

ต่อเนื่องกัน ยังมีการหลอกลวงจากบุคคลที่แอบอ้างตัวเป็นพนักงาน ‘Coinbase’ ผู้ใช้นามว่า ‘โรนัลด์ สเปคเตอร์’ จากบรูคลิน นิวยอร์ก ถูกตั้งข้อหาหลอกเอาเงินจากผู้ใช้ราว 100 ราย รวมเป็นมูลค่ากว่า 16 ล้านดอลลาร์

รายงานทั้งหมดสะท้อนว่า ‘อาชญากรรมในคริปโต’ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่กลุ่มแฮกเกอร์หรือองค์กรผิดกฎหมายเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่พัฒนาไปถึง ‘ระดับรัฐบาล’ และเริ่มสร้างโครงสร้างดำเนินการอย่างเป็นระบบ ข้อคิดเห็นจากเชนาลิซิสระบุว่า “ปี 2026 จะกลายเป็นบททดสอบสำคัญของทั้งนโยบายควบคุมและเทคโนโลยีสำหรับตรวจสอบเพื่อตอบโต้ภัยคุกคามเหล่านี้”

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1