แพลตฟอร์มเปิดตัวโครงการแบบกระจายศูนย์ ‘Bags’ บนเครือข่ายโซลานา(SOL) กำลังได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม หลังจากโทเคน ‘GAS’ จากโครงการกาสตาวน์(Gas Town) พุ่งขึ้นถึง *682% ภายในวันเดียว* ดึงให้ปริมาณการซื้อขายบนแพลตฟอร์ม Bags สูงขึ้นอย่างมากตามไปด้วย
เมื่อวันที่ 16 แพลตฟอร์ม Bags บันทึกยอดเพิ่มขึ้นของโทเคน GAS ถึง *682% ภายใน 24 ชั่วโมง* ขณะที่โทเคนเปิดตัวใหม่อื่น ๆ อย่าง RALPH, CMEM และ VVM ก็เพิ่มขึ้น *433%, 543% และ 405%* ตามลำดับ โดยเฉพาะโทเคนจากโครงการเทอร์ราฟอร์เมชั่น(TERRA) และ RedwoodJS ที่เพิ่งเปิดตัวในวันเดียวกัน กลับพุ่งขึ้น *84,000% และ 31,000%* ตามลำดับ ถือเป็นตัวเลขที่สะท้อนกระแสความต้องการจากนักลงทุนอย่างชัดเจน
แรงผลักดันจากราคาที่พุ่งสูง ทำให้ Bags ขึ้นเป็น *อันดับ 2 จากข้อมูลแพลตฟอร์ม Jupter* ซึ่งเป็นตัวชี้วัดการใช้แพลตฟอร์มเปิดตัวบนโซลานา โดยครองส่วนแบ่ง *33.5%* ของตลาดในช่วง 24 ชั่วโมงล่าสุด และมียอดการซื้อขายสูงถึง *293 ล้านดอลลาร์สหรัฐ* (ประมาณ *4,330 ล้านบาท*) ไล่ตามหลังผู้นำตลาดอย่าง Pump.fun ที่ครองส่วนแบ่ง *51.2%* และมียอดซื้อขาย *448 ล้านดอลลาร์สหรัฐ* อย่างฉิวเฉียด
ก่อนหน้านี้ Bags เคยอยู่ในภาวะนิ่งเงียบช่วงปลายปีที่ผ่านมาและต้นเดือนนี้ แต่การพุ่งขึ้นของ GAS ได้จุดประกายให้เกิดความสนใจอีกครั้ง ซึ่ง *แสดงถึงศักยภาพและรายได้ของแพลตฟอร์ม* อย่างชัดเจน
นอกเหนือจากการเป็นแพลตฟอร์มเปิดตัวโครงการ Bags ยังเปิดให้ *ใครก็สามารถสร้างและซื้อขายโทเคนของตนเองได้* ไม่ว่าจะเป็นนักพัฒนา ศิลปิน หรือครีเอเตอร์ โดยทุกครั้งที่เกิดการซื้อขาย ผู้สร้างจะได้รับ *ค่าธรรมเนียม 1%* ของมูลค่าการซื้อขาย และสามารถถอนออกได้หากได้รับการยืนยันตัวตนผ่านระบบโซเชียล
กรณีของ ‘GAS’ ก็ถือเป็นตัวอย่างที่ดี สตีฟ เยจ(Steve Yegge) วิศวกรซอฟต์แวร์และผู้ก่อตั้งโครงการกาสตาวน์เปิดเผยผ่านบล็อกของเขาว่า จุดเริ่มต้นของ GAS มาจากเอเจนต์ AI เขียนโค้ดแบบโอเพนซอร์ส เมื่อเกิดกระแสในโซเชียล ก็เกิดการไหลเข้าของผู้ใช้และการซื้อขายสูงขึ้น จนนำไปสู่ผลตอบแทนที่มหาศาลสำหรับเขาเอง
กระแสนี้ยังสอดคล้องกับเทรนด์ ‘ความนิยมชั่วขณะ’ ที่เคยเกิดขึ้นกับโซรา(Zora) แพลตฟอร์มโซเชียลแบบออนเชนเมื่อปีก่อน แม้ในวันนั้นตัวเลขผู้ใช้งานจริงยังไม่เพิ่มขึ้น แต่กลับทำรายได้ในระดับสูงจากการเข้าชมเพียงช่วงสั้น ๆ
เพื่อสนับสนุนการเติบโตของระบบนิเวศ Bags ยังส่งเสริมแนวทางให้ ‘ผู้ถือโทเคน’ มีบทบาทมากขึ้นในชุมชน ด้วยโครงสร้างผลตอบแทนที่เชื่อมโยงกับความสำเร็จของโครงการหากโปรเจกต์เดินหน้าได้อย่างแข็งแรง *ผู้ถือโทเคนอาจได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม* จึงเป็นอีกหนึ่งแรงจูงใจให้เกิดความร่วมมือโดยสมัครใจในรูปแบบใหม่
ด้วยโมเดลที่เน้นการสร้างรายได้จากการซื้อขายมากกว่ารูปแบบการระดมทุนดั้งเดิม Bags ถูกมองว่าอาจกลายเป็น *กรณีศึกษาที่น่าสนใจในโลกของมีมคอยน์(Meme Coin) และโซเชียลไฟ(SocialFi)* ในอนาคต แม้ทางโปรเจกต์จะยังไม่ตอบรับคำขอสัมภาษณ์จากสื่อ แต่จาก *ข้อมูลผู้ใช้งานจริง และปริมาณการซื้อขาย* ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ชี้ชัดว่าการเติบโตของ Bags ยังไม่หยุดเพียงเท่านี้ และอาจมีบทบาทในวิวัฒนาการของเศรษฐกิจโทเคนในอนาคตอันใกล้
ความคิดเห็น 0