Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

CFTC แต่งตั้งที่ปรึกษาคริปโตคนใหม่ รับมือกฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัลฉบับใหม่

คณะกรรมการการซื้อขายล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์ของสหรัฐฯ (CFTC) แต่งตั้งที่ปรึกษากฎหมายด้านคริปโตคนใหม่ เพื่อเตรียมรับมือกับการขยายบทบาทในการควบคุมสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในช่วงเวลาที่รัฐสภาสหรัฐฯ กำลังพิจารณากฎหมายควบคุมสินทรัพย์ดิจิทัลฉบับใหม่

เมื่อวันที่ 25 (เวลาท้องถิ่น) ไมเคิล เซลิก(Michael Selig) กรรมาธิการของ CFTC ประกาศแต่งตั้ง ไมเคิล พาซาลาควา(Michael Passalacqua) ทนายความจากบริษัทกฎหมายระดับโลก ซิมป์สัน แธทเชอร์ แอนด์ บาร์ตเลตต์ เป็นที่ปรึกษาอาวุโส โดยยกย่องว่าเขามี ‘ประสบการณ์เข้มข้น’ ในด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีบล็อกเชนและสินทรัพย์คริปโต

พาซาลาควาเคยมีบทบาทสำคัญในการร่างความเห็นทางกฎหมายที่นำไปสู่การที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ (SEC) ออกจดหมาย ‘ยกเว้นการดำเนินคดี’ (No-action letter) อนุญาตให้บริษัททรัสต์ที่ได้รับใบอนุญาตจากระดับมลรัฐสามารถให้บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัลได้ ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่ช่วย ‘เปิดทาง’ ให้เกิดระบบรับฝากคริปโตอย่างเป็นทางการมากยิ่งขึ้น

ขณะเดียวกัน CFTC ยังแต่งตั้ง คาล มิตเชลล์(Cal Mitchell) อดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เป็นที่ปรึกษาอาวุโสร่วมด้วย เซลิกกล่าวเพิ่มเติมว่า CFTC จะวางกรอบกำกับดูแลในรูปแบบ ‘มองไปสู่อนาคต’ เพื่อรองรับบทบาทที่ขยายตัวในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล พร้อมระบุว่ากำลังจับตาใกล้ชิดต่อทิศทางของร่างกฎหมายที่วุฒิสภาสหรัฐฯ กำลังพิจารณา

ในอีกด้านหนึ่ง บิตคอยน์(BTC) กำลังเผชิญภาวะ ‘ขาดทุนสุทธิ’ จากการลงทุนเป็นครั้งแรกตั้งแต่ช่วงปลายปี 2023 โดยเป็นสัญญาณที่สะท้อนถึงความอ่อนแอในตลาดคริปโต ณ ขณะนี้

ข้อมูลจากคริปโตควนท์(CryptoQuant) โดย ฮูลิโอ โมเรโน(Julio Moreno) หัวหน้านักวิจัยเผยว่า ผลกำไร-ขาดทุนจากการขายจริงของบิตคอยน์แบบ ‘สะสมตลอด 30 วัน’ (rolling 30-day realized PnL) ได้เข้าสู่แดนลบอีกครั้ง ซึ่งหมายความว่านักลงทุนที่ถือครองเหรียญไว้ก่อนหน้านี้กลับขายที่ราคาต่ำกว่าต้นทุน โดยโมเรโนระบุว่า “นี่เป็นครั้งแรกที่เราพบภาวะขาดทุนต่อเนื่องตั้งแต่เดือนตุลาคมปี 2023”

แม้ข้อมูลนี้ไม่ได้บ่งชี้ว่าราคาจะลดลงโดยตรง แต่ก็อาจสร้างแรงกดดันในการขายจากนักลงทุนกลุ่มที่ ‘ติดดอย’ และต้องการหนีตาย นอกจากนี้ยังมี ‘ความคิดเห็น’ ว่า นักลงทุนระยะยาวบางส่วนอาจยอมขายขาดทุนเพื่อจัดพอร์ตใหม่ในภาวะตลาดไม่แน่นอน

ท่ามกลางแนวโน้มหลีกเลี่ยงความเสี่ยง ราคาทองคำกลับพุ่งทะลุระดับ 4,700 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ (ราว 695,000 บาท) ทำจุดสูงสุดครั้งใหม่ สะท้อนให้เห็นถึงกระแสย้ายเงินลงทุนจากสินทรัพย์ดิจิทัลเข้าสู่ ‘ทองคำ’ ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย โดยเฉพาะในช่วงที่มีความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยกระดับ

ในขณะที่กระแสตลาดคริปโตกำลังเผชิญแรงเสียดทาน แพลตฟอร์มมุ่งมั่นอย่าง ‘Pump.fun’ กลับเดินหน้าปรับตัวครั้งใหญ่ สู่บทบาทนักลงทุนในวงกว้าง

เมื่อวันที่ 24 pump.fun ผู้สร้างชื่อมาจากกระแส ‘มีมคอยน์’ ประกาศเปิดตัวกองทุนใหม่ชื่อ ‘Pump Fund’ พร้อมการจัด Hackathon มูลค่ารวมกว่า 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 44.4 ล้านบาท) โดยเงินทุนส่วนนี้จะถูกจัดสรรให้กับ 12 ทีมสตาร์ตอัป ทีมละ 2.5 แสนดอลลาร์ (ประมาณ 3.7 ล้านบาท) ด้วยการประเมินมูลค่าบริษัทเริ่มต้นที่ 10 ล้านดอลลาร์

Pump.fun ย้ำว่า แนวคิดของกองทุนไม่เน้นระยะสั้น แต่ให้ความสำคัญต่อ ‘ศักยภาพผู้ก่อตั้ง’ และวิธีการดำเนินงานในระยะยาว รวมถึงปฏิกิริยาของชุมชนต่อผลิตภัณฑ์ โดยใช้เกณฑ์พิจารณาที่รวมถึง ‘ความสามารถในการอยู่รอด’ และ ‘ความน่าสนใจของเทคโนโลยี’

แพลตฟอร์มยังระบุอีกว่า เงินลงทุนจะไม่จำกัดเฉพาะโปรเจกต์คริปโต แต่ครอบคลุมไปถึงเทคโนโลยีหลากหลายแขนง โดยเฉพาะทีมที่พัฒนาผลิตภัณฑ์ได้อย่างรวดเร็วและสื่อสารแผนธุรกิจอย่างโปร่งใส

ทั้งนี้ pump.fun เคยทำสถิติยอดเทรดสูงสุดช่วงต้นปี 2025 จากกระแสมีมคอยน์ ก่อนจะเข้าสู่ภาวะใช้งานลดลง การเปิดตัวกองทุนใหม่ครั้งนี้จึงเท่ากับเป็น ‘จุดเปลี่ยน’ ที่สำคัญในการสร้างรายได้ในระดับแพลตฟอร์มและส่งเสริมความยั่งยืนในระยะยาว

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1