พายุหิมะพัดถล่มภาคใต้ของสหรัฐฯ จุดกระแส ‘หยุดขุดบิตคอยน์โดยสมัครใจ’
สถานการณ์อากาศหนาวจัดที่กำลังก่อตัวขึ้นทั่วภาคใต้ของสหรัฐฯ รวมถึงรัฐเทกซัส อาจเป็นชนวนให้บริษัทขุดบิตคอยน์(BTC) หลายแห่งหยุดดำเนินการชั่วคราว โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยรักษาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า ซึ่งเป็นแนวโน้มที่กำลังได้รับความสนใจมากขึ้น ในฐานะที่ ‘การขุดคริปโต’ เอง ก็อาจกลายเป็นเครื่องมือสำหรับควบคุมความต้องการใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) รายงานจาก AccuWeather เตือนว่า พายุฤดูหนาวครั้งใหญ่จะพัดผ่านพื้นที่กว่า 60 รัฐ ครอบคลุมระยะทางกว่า 2,900 กิโลเมตร ตั้งแต่ฝั่งตะวันตกของเทกซัสไปจนถึงชายฝั่งแอตแลนติกตอนกลาง คาดว่าจะส่งผลกระทบกับประชากรราว 60 ล้านคน โดยมีทั้งหิมะตกหนัก พื้นถนนกลายเป็นน้ำแข็ง และอาจทำให้เกิดไฟฟ้าดับในบางพื้นที่
สถานการณ์ดังกล่าวจุดประเด็นว่า บริษัทขุดบิตคอยน์อาจเดินตามแนวทางที่ผ่านมา ด้วยการ ‘หยุดขุดโดยสมัครใจ’ เพื่อแบ่งเบาภาระการใช้ไฟฟ้า ดาเนียล บาร์ตัน ผู้เชี่ยวชาญด้านความยั่งยืนของบล็อกเชน ให้ *ความคิดเห็น* ว่า “กระแสนี้มีแนวโน้มขยายตัว ท่ามกลางสภาพอากาศสุดขั้วทั่วโลก และแสดงให้เห็นว่าการขุดคริปโตสามารถช่วยปรับสมดุลการใช้พลังงานบนระบบไฟฟ้าได้อย่างยืดหยุ่น”
แนวโน้มใหม่: การขุดบิตคอยน์กลายเป็น ‘ภารกิจรักษาสมดุลพลังงาน’
การขุดบิตคอยน์มีลักษณะเฉพาะที่สามารถปรับลดหรือเพิ่มการใช้ไฟฟ้าในระยะเวลาอันสั้น จุดนี้ทำให้ธุรกิจการขุดกลายเป็น ‘ตัวช่วย’ ให้กับแหล่งผลิตพลังงานหมุนเวียน เช่น โซลาร์และกังหันลม ที่มักมีอุปทานไม่แน่นอน โดยเครื่องขุดเหล่านี้จะใช้พลังงานส่วนเกินที่เหลือจากการผลิต และพร้อมหยุดดำเนินการทันทีหากมีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงจากภาคส่วนอื่น
รายงานจาก Digital Asset Research วิเคราะห์ว่า ระบบดังกล่าวช่วยลดความจำเป็นในการสร้างโรงไฟฟ้าก๊าซใหม่ในเทกซัส ส่งผลให้ประหยัดงบประมาณได้กว่า 18,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 664,000 ล้านบาท
Bitdeer ยืนยันพร้อมรับมือ - ไม่มีสะดุดในการดำเนินงาน
ด้าน Bitdeer บริษัทขุดบิตคอยน์จากสิงคโปร์ซึ่งมีฐานดำเนินงานในหลายรัฐของสหรัฐฯ รวมถึงเทกซัส ระบุว่าพวกเขาได้เตรียมมาตรการรับมือพายุในทุกมิติแล้ว และการดำเนินงานจะไม่มีผลกระทบมากนัก ปัจจุบัน Bitdeer มีเครื่องขุดที่ใช้งานอยู่มากกว่า 293,000 เครื่องทั่วโลก
โฆษกของบริษัทเผยว่า “เราจัดเตรียมกระบวนการรับมืออากาศหนาว เช่น การป้องกันท่อแช่แข็ง และมีระบบเฝ้าระวังสภาพอากาศทำงานตลอดเวลา” พร้อมเสริมว่า “คณะกรรมการความพร้อมด้านไฟฟ้าแห่งเทกซัส (ERCOT) มองว่าธุรกิจขุดคริปโตคือ ‘ภาระโหลดที่ยืดหยุ่นได้’ รายใหญ่ ซึ่ง Bitdeer เองก็ยินดีให้ความร่วมมือเต็มที่ หากมีข้อจำกัดพลังงานเกิดขึ้น”
สหรัฐฯ ครองสัดส่วนแฮชเรตทั่วโลกกว่า 38% ยืนหนึ่งในอุตสาหกรรมขุดคริปโต
จากข้อมูลของ Hashrate Index ปัจจุบันสหรัฐอเมริกาเป็นผู้นำด้านการขุดบิตคอยน์ด้วยส่วนแบ่งแฮชเรต (Hashrate) สูงถึง 38% ของทั้งโลก โดยมีบริษัทใหญ่ในอุตสาหกรรม ได้แก่ Marathon Digital และ Riot Platforms
สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) รายงานในปี 2024 ว่า มีศูนย์ขุดคริปโตในประเทศจำนวน 137 แห่ง โดยรัฐที่มีจำนวนมากที่สุด ได้แก่ เทกซัส, จอร์เจีย และนิวยอร์ก สะท้อนถึงอิทธิพลของสภาพอากาศและนโยบายพลังงานของสหรัฐที่ส่งผลโดยตรงต่ออุตสาหกรรมการขุดระดับโลก
จากนักโทษพลังงานสู่พันธมิตรพลังงาน – ภาพลักษณ์ใหม่ของการขุดบิตคอยน์
ในอดีต การขุดบิตคอยน์มักถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าใช้พลังงานมหาศาล จนส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม แต่ในปัจจุบัน บทบาทของการขุดกำลังเปลี่ยนไป โดยเฉพาะการเข้ารับผิดชอบในช่วงที่พลังงานมีความผันผวนหรือขาดแคลน ถือเป็นสัญญาณของ *บทบาททางสังคม* ที่กำลังเกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมนี้
ผู้เชี่ยวชาญคาดว่า โมเดล ‘หยุดขุดโดยสมัครใจ’ ตามฤดูกาลหรือช่วงใช้ไฟสูงสุดจะถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายขึ้นในอนาคต ซึ่งอาจเป็นก้าวสำคัญในการทำให้อุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลเดินหน้าไปในทางที่ยั่งยืนมากขึ้น
ความคิดเห็น 0