ความเป็นไปได้ที่ ‘ริก รีเดอร์’ (Rick Rieder) ผู้บริหารจากยักษ์ใหญ่ด้านการลงทุน แบล็คร็อก กำลังจะขึ้นเป็นประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ คนต่อไป เริ่มสร้างกระแสในตลาดคาดการณ์อย่างร้อนแรง ขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์มีแนวโน้มจะเผยชื่อผู้ที่ต้องการเสนอชื่ออย่างเป็นทางการในเร็ว ๆ นี้
เมื่อวันที่ 23 ตามเวลาท้องถิ่น เว็บไซต์คาดการณ์ชื่อดังอย่าง Kalshi และ Polymarket ระบุว่า ความเป็นไปได้ที่ *ริก รีเดอร์* จะได้รับการเสนอชื่อให้เป็นประธาน *ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed)* คนใหม่ พุ่งแตะราว 35% และ 34% ตามลำดับ ขณะที่ความเป็นไปได้ของ ‘เควิน วอร์ช’ ที่ปรึกษาเศรษฐกิจประจำทำเนียบขาว ลดลงทันทีถึง 5 จุดและ 7 จุดตามลำดับในแต่ละเว็บไซต์ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วในเวลาเพียงหนึ่งวัน
ด้าน *กระทรวงการคลังสหรัฐฯ* โดย สก็อต เบสเซน ออกมายืนยันผ่าน CNBC ว่า การพิจารณาตัวผู้เหมาะสมเริ่มต้นมาตั้งแต่เดือนกันยายน 2025 โดยมีผู้ถูกคัดเลือกเข้าสู่รอบสัมภาษณ์สุดท้าย 4 ราย และ *ประธานาธิบดีทรัมป์* ได้พูดคุยกับทั้งสี่เป็นการส่วนตัวแล้ว คาดว่าอาจมีการประกาศชื่ออย่างเป็นทางการภายในสัปดาห์หน้า
ทรัมป์ยังเปิดเผยระหว่างการให้สัมภาษณ์กับ CNBC ที่กรุงดาวอส ระหว่างเข้าร่วมประชุม *World Economic Forum (WEF)* ว่า ขณะนี้ผู้ถูกพิจารณาเหลือเพียงสองถึงสามราย หรืออาจจะเหลือแค่หนึ่งรายแล้ว พร้อมกล่าวถึงรีเดอร์ว่าเป็น “บุคคลที่น่าประทับใจ” และมีถ้อยคำเชิงบวกกับผู้สมัครรายอื่นด้วยเช่นกัน
ทั้งนี้ *ริก รีเดอร์* เป็นประธานฝ่ายลงทุนตราสารหนี้ของ *แบล็คร็อก* ซึ่งถือเป็นบริษัทจัดการสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยที่ผ่านมาเขาเชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์อัตราดอกเบี้ยระยะยาวและการวิเคราะห์ภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายด้านการเงินของทรัมป์ที่มักสนับสนุนการลด *อัตราดอกเบี้ย* หลายฝ่ายจึงมองว่า บุคลิกลักษณะเชิง *ผ่อนปรน* ทางการเงินของรีเดอร์อาจได้รับคะแนนนิยมจากฝั่งทรัมป์เป็นพิเศษ
นักลงทุนและผู้เชี่ยวชาญในตลาด *คริปโตเคอร์เรนซี* ต่างจับตามองความเคลื่อนไหวครั้งนี้ เพราะหากรีเดอร์ได้รับการแต่งตั้งจริง ก็อาจหมายถึงจุดเปลี่ยนสำคัญของ *นโยบายการเงินของ Fed* โดยเฉพาะความยืดหยุ่นด้านการกำหนดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งอาจส่งผลให้ตลาด *บิตคอยน์(BTC)* และสินทรัพย์เสี่ยงอื่น ๆ มีความผันผวนเพิ่มขึ้นในระยะสั้น
*ความคิดเห็น:* หากรีเดอร์ได้รับตำแหน่งจริง การเปลี่ยนผ่านเชิงนโยบายระหว่าง Fed ชุดเก่ากับแนวทางของรีเดอร์ อาจเปิดประตูให้คลื่นเงินไหลเข้าสู่ตลาดคริปโตได้มากขึ้น โดยเฉพาะในภาวะที่นักลงทุนเริ่มกลับมาแสวงหาผลตอบแทนจากสินทรัพย์ทางเลือกอีกครั้ง
ความคิดเห็น 0