ราคาบิตคอยน์(BTC) กำลังกลายเป็นศูนย์กลางของความผันผวนอีกครั้ง หลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ออกมาเตือนอย่างแข็งกร้าวว่า หากแคนาดาทำข้อตกลงการค้ากับจีน สหรัฐจะเก็บ ‘ภาษีนำเข้า 100%’ จากสินค้าแคนาดาทั้งหมด ส่งผลให้ตลาดคริปโตกลับมาอยู่ภายใต้แรงกดดันจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมืองอีกครั้ง
คำเตือนนี้ถูกเผยแพร่โดยตรงผ่าน ‘ทรูธโซเชียล’ แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของทรัมป์ โดยเขาระบุว่า มาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา มีความเคลื่อนไหวร่วมมือกับจีนในลักษณะที่อาจเปลี่ยนแคนาดาให้กลายเป็น ‘จุดพักสินค้า’ ที่นำเข้าสินค้าจากจีนเข้าสู่สหรัฐ ซึ่งทรัมป์มองว่านี่คือภัยคุกคามครั้งใหญ่ต่อเศรษฐกิจของแคนาดา โดยระบุว่า “จีนจะกลืนแคนาดาในทุกด้าน ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และวิถีชีวิต”
คำกล่าวของทรัมป์มีขึ้นหลังสื่อแคนาดารายงานเรื่อง ‘ความร่วมมือเศรษฐกิจเชิงกลยุทธ์ระหว่างแคนาดา-จีน’ ที่เน้นเรื่องการลดภาษีนำเข้า EV โดยแคนาดามีแผนจะนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจากจีนมากถึง 50,000 คัน ความเคลื่อนไหวนี้ทำให้สหรัฐกังวลว่า แคนาดาอาจกลายเป็นทางผ่านของสินค้าจีนเข้าสู่ตลาดอเมริกา
ก่อนหน้านี้ในการปราศรัยที่ดาวอส ทรัมป์เคยระบุว่า “แคนาดาอยู่ได้ก็เพราะสหรัฐ” เช่นเดียวกับการผลัก ‘โครงการสภาสันติภาพ’ ที่เขาเปิดตัว โดยไม่มีชื่อของแคนาดาอยู่ในพันธมิตรหลัก แสดงให้เห็นถึงท่าทีที่แข็งกร้าวต่อประเทศเพื่อนบ้านรายนี้อย่างต่อเนื่อง
ผลกระทบในตลาดบิตคอยน์เกิดขึ้นเกือบจะในทันที โดยหลังคำกล่าวของทรัมป์ ราคา ‘บิตคอยน์ร่วงลงราว 500 ดอลลาร์สหรัฐ’ (ประมาณ 72,000 บาท) ก่อนจะฟื้นตัวกลับบางส่วน ทั้งนี้ นักลงทุนบางส่วนมองว่า ความผันผวนอาจรุนแรงยิ่งขึ้นเมื่อ ‘ตลาดการเงินหลัก’ กลับมาเปิดทำการในวันจันทร์
ก่อนหน้านี้ บิตคอยน์ก็เคยปรับตัวลงอย่างรวดเร็วหลังจากที่ทรัมป์ประกาศเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าจากยุโรป โดยราคาปรับลงจาก 95,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.38 ล้านบาท) สู่ระดับ 87,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.26 ล้านบาท) ภายในเวลาเพียง 3 วัน
ความคิดเห็น: เหตุการณ์ดังกล่าวตอกย้ำชัดว่า ‘นโยบายการค้าของทรัมป์’ ไม่ใช่เพียงเรื่องระดับรัฐบาล แต่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นในตลาดการเงินและคริปโต โดยเฉพาะเมื่อมีความเกี่ยวข้องกับประเทศพันธมิตรใกล้ชิดอย่างแคนาดา
แม้ว่าราคา ‘บิตคอยน์’ จะยังคงอยู่ในทิศทางขาขึ้นตั้งแต่ต้นปี แต่ปัจจัยทางการเมืองเช่นนี้ยังคงเป็น ‘ความเสี่ยงระยะสั้น’ ที่นักลงทุนต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดในช่วง 48 ชั่วโมงข้างหน้า เพื่อประเมินทิศทางราคาที่อาจเปลี่ยนแปลงได้อีกครั้งจากความเคลื่อนไหวในเวทีต่างประเทศ
ความคิดเห็น 0