กองทุนคริปโตสูญเสียเงินลงทุนกว่า 2.3 หมื่นล้านบาทในสัปดาห์เดียว บ่งชี้ภาวะ ‘ตลาดหมี’ นำโดยบิตคอยน์และอีเธอเรียม
รายงานจาก CoinShares เมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) ระบุว่า กองทุนคริปโตทั่วโลกประสบกับการไหลออกของเงินลงทุนสุทธิสูงถึง 1.73 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.49 หมื่นล้านบาท) ภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์ ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายน 2025
เจมส์ บัตเตอร์ฟิล(James Butterfill) หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ CoinShares วิเคราะห์ว่า ปัจจัยสำคัญมาจากการที่นักลงทุนเริ่มลดความคาดหวังต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ ท่ามกลางกระแสเงินเฟ้อที่ยังไม่ลดลงตามคาด นำไปสู่แรงขายต่อเนื่องในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล นอกจากนี้ ความหวังว่าคริปโตจะได้ประโยชน์จากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐก็ยังไม่เกิดขึ้นจริง จึงยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อตลาดโดยรวม
การเทขายครั้งนี้กระจุกตัวอย่างชัดเจนในตลาดสหรัฐ ซึ่งคิดเป็นมูลค่าถึง 1.8 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2.59 หมื่นล้านบาท) ของเงินไหลออกทั้งหมด ในทางกลับกัน บางประเทศในยุโรป เช่น สวิตเซอร์แลนด์และเยอรมนี กลับมองเห็นโอกาสเข้าซื้อในช่วงราคาตกต่ำ
บิตคอยน์(BTC) ยังคงเป็นสินทรัพย์ที่ถูกเทขายมากที่สุด โดยมียอดเงินไหลออก 1.09 พันล้านดอลลาร์ (ราว 1.57 หมื่นล้านบาท) ส่วนอีเธอเรียม(ETH) มีเงินออก 630 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 9.07 พันล้านบาท) และริปเปิล(XRP) ก็ไม่สามารถต้านแรงขายไหว มีเงินไหลออก 18.2 ล้านดอลลาร์ (ราว 261 ล้านบาท)
อย่างไรก็ตาม โซลานา(SOL) กลับโดดเด่นท่ามกลางตลาดขาลง โดยสามารถดึงดูดเงินทุนเข้าสุทธิ 17.1 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 246 ล้านบาท) ขณะที่ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับไบแนนซ์ (BNB) และเชนลิงค์(LINK) ก็มีเงินไหลเข้าเล็กน้อยเช่นกัน
ที่น่าสนใจคือ แม้จะเกิดการเทขายจำนวนมาก แต่กองทุนที่เดิมพันราคาบิตคอยน์ขาลง (‘Short Position’) กลับมีเงินไหลเข้าเพียง 500,000 ดอลลาร์ (ราว 7 ล้านบาท) เท่านั้น ซึ่งสะท้อนว่าตลาดยังคงมี ‘ความไม่แน่นอน’ ต่อทิศทางชัดเจนในระยะสั้น — *ความคิดเห็น*: สถานการณ์เช่นนี้บ่งชี้ว่านักลงทุนบางส่วนอาจกำลัง ‘รอดูจังหวะ’ มากกว่าจะรีบเข้าสู่ตลาดขาลง
ในฝั่งยุโรป สวิตเซอร์แลนด์มีเงินไหลเข้าสุทธิ 32.5 ล้านดอลลาร์ (ราว 468 ล้านบาท) ส่วนแคนาดาและเยอรมนีมียอดไหลเข้าที่ 33.5 ล้านดอลลาร์ (ราว 482 ล้านบาท) และ 19.1 ล้านดอลลาร์ (ราว 275 ล้านบาท) ตามลำดับ ขณะที่สวีเดนและเนเธอร์แลนด์กลับเผชิญการถอนเงินออกบางส่วน แนวโน้มนี้แสดงให้เห็นว่านักลงทุนต่างชาติมุมมองตลาดแตกต่างจากนักลงทุนสหรัฐ ซึ่งเลือก ‘ชะลอ’ มากกว่าที่จะเข้าเก็บในช่วงตกต่ำ
แม้แนวโน้มระยะสั้นจะเป็นลบ แต่ CoinShares ยังคงมีมุมมองเชิงบวกในระยะยาวต่อบิตคอยน์ โดยใช้แบบจำลองบนสมมุติฐานว่า บิตคอยน์จะกลายเป็น ‘สินทรัพย์สำรอง’ แข่งกับเงินฝาก ทองคำ อสังหาฯ และพันธบัตรทั่วโลก
ตามสมมุติฐานที่ว่าเพียง 1% ของรายได้ที่สามารถใช้จ่ายได้ทั่วโลกถูกเปลี่ยนมาเป็นบิตคอยน์ และใช้ค่า Market Cap เทียบกับปริมาณในอัตรา 3.5 เท่า CoinShares คาดว่า จำนวนผู้ถือครองบิตคอยน์จะเพิ่มขึ้นจาก 560 ล้านคนในปี 2025 เป็น 1.16 พันล้านคนในปี 2029
หากเกิดกรณีนี้จริง ‘ราคาอย่างต่ำ’ ของบิตคอยน์ในปี 2029 จะอยู่ที่ระดับ 317,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 4.57 ล้านบาท) ซึ่งมากกว่าราคากลางเดือนพฤศจิกายน 2025 ถึง 3.2 เท่า
CoinShares ย้ำว่าแบบจำลองนี้ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อคาดการณ์จุดสูงสุดของราคา แต่เพื่อประเมิน ‘แนวรับ’ ระยะยาวของบิตคอยน์ พร้อมเสริมว่า ความนิยมของ ETF และการยอมรับบิตคอยน์ในประเทศกำลังพัฒนา เป็นแรงสนับสนุนสำคัญที่จะผลักดันอุปสงค์ระยะยาวต่อไปอย่างต่อเนื่อง
ความคิดเห็น 0