Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

เงินทุนไหลออกจากคริปโตพุ่ง 1.7 พันล้านดอลลาร์ บิตคอยน์(BTC)–อีเธอเรียม(ETH) รับผลหนัก

เงินทุนไหลออกจากคริปโตพุ่ง 1.7 พันล้านดอลลาร์ บิตคอยน์(BTC)–อีเธอเรียม(ETH) รับผลหนัก / Tokenpost

การไหลออกของเงินลงทุนจากผลิตภัณฑ์ลงทุนในคริปโต (ETP) สะท้อนความกังวลต่อแนวโน้มตลาด โดยเฉพาะสินทรัพย์หลักอย่างบิตคอยน์(BTC) และอีเธอเรียม(ETH) ที่มีเงินทุนไหลออกจำนวนมากในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งตอกย้ำสภาวะ ‘ขาลง’ ที่กินวงกว้างในตลาดคริปโตขณะนี้

เมื่อวันที่ 24 ตามรายงานของ CoinShares บริษัทจัดการทรัพย์สินจากสหราชอาณาจักร รายงานว่า ผลิตภัณฑ์ลงทุนในคริปโตทั่วโลกมีเงินทุนไหลออกกว่า 1,730 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.49 หมื่นล้านบาท) ภายในเวลาแค่สัปดาห์เดียว ซึ่งนับเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายน 2025 สวนทางกับสัปดาห์ก่อนหน้าที่มีเงินทุนไหลเข้าเกือบ 2,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.17 หมื่นล้านบาท) โดยเฉพาะบิตคอยน์ที่ถูกถอนเงินลงทุนออกไปราว 1,090 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.57 หมื่นล้านบาท) ขณะที่อีเธอเรียมก็ไม่รอดเช่นกัน โดยมีการไหลออกถึง 630 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 9,074 ล้านบาท)

เจมส์ บัตเตอร์ฟิลด์ หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ CoinShares ให้ ‘ความคิดเห็น’ ว่า ความคาดหวังเกี่ยวกับการลดดอกเบี้ยที่ลดลง ประกอบกับราคาคริปโตที่ฟื้นตัวยาก และคริปโตยังไม่ได้รับการยอมรับอย่างทั่วถึงในฐานะสินทรัพย์ป้องกันเงินเฟ้อ ล้วนเป็นปัจจัยที่ผลักดันให้เกิดการไหลออกของเงินลงทุนอย่างรุนแรง

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางบรรยากาศซบเซา กลับมีสินทรัพย์บางประเภทที่ได้รับอานิสงส์ ตัวอย่างเช่น โซลานา(SOL) ที่มีเงินลงทุนไหลเข้าสุทธิถึง 17.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 246 ล้านบาท) และเชนลิงก์(LINK) ก็มีเงินไหลเข้าเล็กน้อยที่ 3.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 54 ล้านบาท) ขณะเดียวกัน ริปเปิล(XRP) และซุย(SUI) กลับเผชิญการไหลออกที่ 18.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 262 ล้านบาท) และ 6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 86 ล้านบาท) ตามลำดับ

น่าสนใจว่า ผลิตภัณฑ์ที่เก็งกำไรขาลง (Short Position) ในบิตคอยน์ยังมีเงินไหลเข้า 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 7 ล้านบาท) สะท้อนว่า ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อแนวโน้มราคายังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ โดยบัตเตอร์ฟิลด์ระบุว่า “หลังการร่วงของราคาบิตคอยน์เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2025 ความเชื่อมั่นยังติดลบอย่างต่อเนื่อง"

ด้านข้อมูลแยกตามผู้ให้บริการ พบว่าบริษัทจัดการสินทรัพย์ชื่อดังในสหรัฐฯ อย่างแบล็กร็อก(BlackRock) มีการไหลออกมากที่สุด โดย ETF ของไอแชร์ส(iShares) สูญเสียเงินทุนถึง 951 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.37 หมื่นล้านบาท) ตามด้วยฟิเดลิตี(Fidelity) ที่ 469 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 6,757 ล้านบาท) และเกรย์สเกล(Grayscale) ที่ 270 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3,888 ล้านบาท)

ขณะเดียวกัน บริษัทขนาดเล็กบางบริษัทกลับมีเงินไหลเข้า ได้แก่ โวลาทิลิตี แชร์ส(Volatility Shares) ที่ 83 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1,195 ล้านบาท) และโปรฟันด์ส(ProFunds) ที่ 37 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 533 ล้านบาท)

ในมุมมองเชิงภูมิภาค นักลงทุนสหรัฐฯ เป็นกลุ่มหลักที่ถอนทุนออกเป็นจำนวนมากถึง 1,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.6 หมื่นล้านบาท) ส่งผลให้มูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) ของผลิตภัณฑ์คริปโตลดลงจาก 193,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 27.8 ล้านล้านบาท) เหลือ 178,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 25.6 ล้านล้านบาท)

โดยรวมแล้ว การไหลออกของเงินทุนในครั้งนี้สะท้อนผลกระทบจากความไม่แน่นอนของนโยบายดอกเบี้ย ราคาบิตคอยน์ที่นิ่งสนิท และแนวโน้มเศรษฐกิจที่ยังคลุมเครือ ท่ามกลางกระแสสถาบันในสหรัฐฯ ที่เทขายสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อปรับพอร์ต ถือเป็นสัญญาณเตือนให้นักลงทุนยังคงใช้ความระมัดระวังในระยะสั้นต่อไป

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1