โทเคนไพเน็ตเวิร์ก(PI) เผชิญแรงขายหนักอย่างต่อเนื่องในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยแตะระดับต่ำสุดใหม่ถึงสองครั้ง ท่ามกลางกระแสความกังวลว่าโอกาสในการฟื้นตัวยังอยู่ไกลเกินเอื้อม สถานการณ์ราคาร่วงตลอดสายนี้ ทำให้บางฝ่ายออกโรงเตือนว่าแม้จะมีการกระดอนของราคา ก็อาจเป็นเพียงแรงเด้งชั่วคราวที่นำไปสู่แรงขายมากขึ้น
เมื่อวันที่ 29 ตามข้อมูลจาก CoinGecko, โทเคนไพเน็ตเวิร์ก(PI) ร่วงลงสู่ระดับ *0.1589 ดอลลาร์* (ประมาณ 2,307 บาท) ซึ่งเป็นระดับ *ต่ำสุดตลอดกาลใหม่* เทียบกับจุดสูงสุดในเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้วที่ 2.99 ดอลลาร์ (ประมาณ 43,414 บาท) ถือว่าราคาหายไปแล้วกว่า *94.5%* ในช่วงเวลาเพียงไม่ถึง 1 ปี ความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง สะท้อนจากการที่โทเคน PI ปรับตัวลดลงติดต่อกันหลายวัน
แพลตฟอร์มวิเคราะห์ด้วย AI อย่างเจมิไน(Gemini) ระบุว่าการดิ่งลงในครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของตลาดหมีทั่วไป แต่เกิดจาก *ปัญหาเชิงโครงสร้างภายในโครงการ* เองด้วย เจมิไนชี้ว่า “ผู้สนับสนุนกลุ่มแรก รวมถึงนักลงทุนรายใหญ่ที่ถือครองจำนวนมากได้ทยอยถอนตัวออกจากโครงการ ภายหลัง *โรดแมปที่ไม่ชัดเจน* และการพัฒนาแอปที่ล่าช้านานหลายปี”
เมื่อนักลงทุนรายใหญ่ที่เคยทำหน้าที่ปกป้องราคาร่วมกับแรงซื้อจากกลุ่ม IOU ตัดสินใจหยุดการสนับสนุน พร้อมกับปริมาณการซื้อขายที่แห้งเหือดลง ตลาดจึงตกอยู่ในภาวะที่มีเพียงนักลงทุนรายย่อยออกมาขายแบบไม่สนใจราคาทำให้ *แนวรับทุกระดับพังทลาย* ความหวังต่อการฟื้นตัวแบบเทคนิคจึงเริ่มเลือนลางลง
เจมิไนประเมินว่า PI อาจถอยลึกลงไปถึงระดับ *0.12–0.14 ดอลลาร์* (ประมาณ 1,741–2,032 บาท) ในช่วงสั้น โดยไม่มีแนวรับใดๆ มารองรับ เป็นสถานการณ์ที่เรียกว่า “การร่วงแบบไร้ก้น” (bottomless decline) แม้อาจเกิดการเด้งทางเทคนิคเล็กน้อยไปที่ระดับ *0.18 ดอลลาร์* (ประมาณ 2,611 บาท) จากแรงรีบาวด์ของ RSI แต่เจมิไนเตือนว่าเป็นเพียง *Dead Cat Bounce* ซึ่งมีแนวโน้มจะตามมาด้วยแรงขายอีกรอบจนกลับมาทดสอบ 0.14 ดอลลาร์อีกครั้ง
ขณะที่บางนักวิเคราะห์แนะนำให้นักลงทุนจับตาระดับ *0.16 ดอลลาร์* (ประมาณ 2,321 บาท) ซึ่งอาจกลายเป็นแนวรับเชิงจิตวิทยา ทว่าเจมิไนยังเตือนว่า หากราคาหลุดต่ำกว่าระดับนี้ ก็มีโอกาสที่ราคาจะลดลงต่ออีก *15–20%* ก่อนที่จะเริ่มตั้งฐานในระยะสั้นได้
นอกจากแรงเทขายแล้ว ปัญหาเชิงโครงสร้างของโมเดล Pi Network เองก็ถูกหยิบยกขึ้นมาอีกครั้ง โดยรูปแบบ “*การขุดผ่านแอปมือถือ*” ที่เคยทำให้เกิดการขยายตัวของผู้ใช้อย่างรวดเร็ว กลับกลายเป็นดาบสองคม เมื่อไม่มีแผนแน่ชัดเกี่ยวกับการลิสต์โทเคนในตลาดและการเพิ่มสภาพคล่อง ส่งผลให้ราคา PI ถูกมองว่าไม่ได้สะท้อนมูลค่าที่แท้จริง แต่พึ่งพาความรู้สึกของนักลงทุนหรือ ‘*กระแสเก็งกำไร*’ เป็นหลัก
ในสภาพตลาดเช่นนี้ *ความคิดเห็น* จากผู้เชี่ยวชาญคือ นักลงทุนควรละทิ้งการหวังผลกำไรระยะสั้น และมุ่งติดตามว่าโครงการจะสามารถปรับโครงสร้างใหม่หรือสร้างความชัดเจนต่อแผนงานในอนาคตได้จริงหรือไม่ ก่อนตัดสินใจลงทุนเพิ่มในช่วงนี้
ความคิดเห็น 0