Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

สเตรเทจี้ซื้อบิตคอยน์(BTC)เพิ่มท่ามกลางราคาร่วง นักลงทุนจับตาสัญญาณสะสมรอบใหม่

ท่ามกลางราคาบิตคอยน์(BTC)ที่ร่วงลงอย่างรุนแรงหลังประธานาธิบดีทรัมป์แต่งตั้ง ‘เควิน วอช’ ขึ้นเป็นประธานธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) คนใหม่ บริษัทคริปโตยักษ์ใหญ่อย่าง ‘สเตรเทจี้(Strategy)’ กลับแสดงสัญญาณซื้อซ้ำอีกครั้ง โดยมีการคาดการณ์ว่าการเคลื่อนไหวล่าสุดนี้อาจเป็นการเพิ่มพอร์ตอย่างมีนัยสำคัญท่ามกลางความผันผวนของตลาด

ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดคริปโตมีความผันผวนอย่างหนัก บิตคอยน์ร่วงลงจากระดับสูงสุดที่ประมาณ 87,970 ดอลลาร์ มาแตะระดับต่ำสุดที่ 75,892 ดอลลาร์ หรือคิดเป็นการลดลงราว 13% ก่อนรีบาวด์กลับขึ้นมาที่ประมาณ 76,765 ดอลลาร์ ทั้งนี้ ราคาบิตคอยน์เคยร่วงลงมาที่ระดับต่ำกว่าราคาเฉลี่ยในการซื้อของสเตรเทจี้อยู่ที่ 76,040 ดอลลาร์อีกด้วย

ไมเคิล เซย์เลอร์(Michael Saylor) ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการของสเตรเทจี้ ได้โพสต์ข้อความ “More orange” บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย พร้อมกราฟแสดงการถือครองบิตคอยน์ของบริษัท ซึ่งโดยปกติแล้วเขาจะโพสต์เช่นนี้เมื่อมีความเคลื่อนไหวด้านการเข้าซื้อหรือมีแผนซื้อเพิ่ม ความเคลื่อนไหวในครั้งนี้จึงถือเป็น ‘สัญญาณซื้อ’ ครั้งที่ 5 ในปี 2026 หลังจากเคยซื้อรอบใหญ่เมื่อวันที่ 20 มกราคม รวมกว่า 22,305 BTC

ปัจจุบัน สเตรเทจี้ถือครองบิตคอยน์ทั้งหมดจำนวน 712,647 BTC ซึ่งถือเป็นบริษัทที่มีการถือครองบิตคอยน์มากที่สุดในโลกในระดับองค์กร โดยก่อนหน้านี้บริษัททำผลกำไรได้ส่วนใหญ่อย่างต่อเนื่องจากการถือครองระยะยาวตามนโยบายหลักของบริษัท

สำหรับปัจจัยที่เป็นต้นเหตุของความปั่นป่วนในครั้งนี้คือการแต่งตั้ง ‘เควิน วอช’ โดยทรัมป์ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เพื่อเข้ารับตำแหน่งแทน ‘เจอโรม พาวเวล’ นักลงทุนต่างกังวลว่าแม้ วอช จะมีจุดยืนที่เป็นมิตรกับคริปโต แต่ด้วยท่าทีเชิงเข้มงวดทางการเงินหรือ ‘สายเหยี่ยว’ ของเขาอาจหมายถึงการยุตินโยบายผ่อนคลายทางการเงิน ซึ่งส่งผลกดดันทั้งตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลและทองคำ

ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะบิตคอยน์เท่านั้น ราคาทองคำและเงินซึ่งเคยปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องหลายเดือนก็ร่วงลงอย่างมากเช่นกัน โดยมีรายงานว่าทั้งสองสินทรัพย์ลดลงในอัตราสองหลัก ขณะที่ดัชนี S&P 500 ของตลาดหุ้นสหรัฐก็ปรับลงประมาณ 0.43%

ความวิตกต่อแนวโน้มของตลาดได้ลุกลามไปสู่ภาวะจิตวิทยาของนักลงทุน โดยอดีตซีอีโอของไบแนนซ์อย่าง ‘จางเผิง เจา(CZ)’ ระบุในสตรีมมิ่งถ่ายทอดสดว่า “ชุมชนเริ่มไหลไปสู่ความรู้สึกที่ควบคุมไม่ได้” พร้อมยอมรับว่า “ความมั่นใจใน ‘ซูเปอร์ไซเคิล’ ของบิตคอยน์เริ่มลดลง” นอกจากนี้ ดัชนี ‘ความกลัวและความโลภของคริปโต(Crypto Fear & Greed Index)’ ลดลงไปแตะระดับ 14 จาก 100 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 6 สัปดาห์ ถือเป็นตัวชี้วัดชัดเจนถึงความไม่มั่นคงของตลาด

ถึงแม้ว่าแรงกดดันด้านนโยบายระยะสั้นจะส่งผลให้ตลาดสั่นคลอน แต่นักวิเคราะห์บางส่วนยังเชื่อว่าแนวโน้มระยะยาวของบิตคอยน์ยังไม่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะกรณีของสเตรเทจี้ซึ่งยังคงเดินหน้าตามแผนกลยุทธ์การถือครองระยะยาว ความเคลื่อนไหวของเซย์เลอร์ในช่วงร่วงหนักครั้งนี้อาจถูกตีความว่า ‘โอกาสในการสะสม’ และที่สำคัญ บิตคอยน์ยังสามารถดีดกลับขึ้นมายืนเหนือราคาเฉลี่ยที่บริษัทถือครองอีกครั้ง

‘ความคิดเห็น’: แม้จะยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าการร่วงครั้งนี้เป็นเพียงระยะสั้นหรือเป็นจุดเริ่มต้นของการพลิกกลับ แต่หากกลุ่มผู้เล่นรายใหญ่เดินหน้าซื้อในช่วงภาวะตกต่ำ ก็อาจสร้างแนวรับสำคัญให้กับราคาบิตคอยน์ในอนาคต

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1