‘ซูเปอร์แอปคริปโต’ อาจไม่ใช่คำตอบที่ตลาดต้องการอีกต่อไป เมื่อเอฟเว(Aave) โปรโตคอลการเงินแบบไร้ศูนย์กลางชื่อดัง แถลงยุติแผนการขยายสู่แอปผู้บริโภค ด้วยการปิดตัวแบรนด์อาวารา(Avara) และบริการกระเป๋าเงินดิจิทัลแฟมิลี วอลเล็ต(Family Wallet) อย่างเป็นทางการ พร้อมประกาศโฟกัสใหม่กลับสู่จุดแข็งของแพลตฟอร์ม ได้แก่ โปรโตคอลการให้ยืม และระบบนิเวศเลนส์(Lens)
เมื่อวันที่ 24 สตานี คูเลชอฟ ผู้ก่อตั้งเอฟเว ระบุว่าการขยับตัวออกนอกขอบเขต DeFi เดิมอาจเป็นเป้าหมายที่ทะเยอทะยานเกินไป และตลาดกลับต้องการบริการที่ *จับต้องได้จริง และมีฟังก์ชันการใช้งานชัดเจน* มากกว่าโมเดล ‘แพลตฟอร์มอเนกประสงค์’ เช่นซูเปอร์แอป การตัดสินใจเลิกพัฒนาแฟมิลี วอลเล็ต ซึ่งเอฟเวเพิ่งเข้าซื้อกิจการเมื่อปีที่แล้วจึงสะท้อนทิศทางใหม่ขององค์กร
ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา เอฟเวพยายามสร้างแพลตฟอร์มแบบเบ็ดเสร็จที่เชื่อมโซเชียลกราฟ, สเตเบิลคอยน์ GHO และบริการกระเป๋าเงินในที่เดียว แต่ตลาดก็ยัง *ขาดการตอบรับอย่างเป็นรูปธรรม* ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่เพียงเรื่องของเอฟเว เพราะในระดับอุตสาหกรรม กำลังเกิดกระแสที่บริการ ‘เน้นฟังก์ชันเฉพาะ’ กลับได้รับความนิยมมากกว่าความพยายามทำทุกอย่างในแอปเดียว
ในขณะที่เอฟเวหันกลับไปปักหมุดในโลก DeFi โปรเจกต์น้องใหม่อย่าง ‘SUBBD’ กลับเร่งเครื่องเต็มที่ในตลาดเฉพาะทาง โดยตั้งเป้าเจาะตลาดคอนเทนต์สร้างสรรค์ซึ่งมีมูลค่ากว่า *1,240 ล้านบาท* โปรเจกต์ SUBBD คือแพลตฟอร์ม Web3 ที่จับมือระหว่าง ‘ปัญญาประดิษฐ์(AI)’ และ ‘บล็อกเชน’ มุ่งเน้นสร้างเครื่องมือให้ผู้สร้างเนื้อหาใช้งานได้ตั้งแต่ต้นจนจบ ด้วยระบบอัตโนมัติและรายได้ที่เป็นธรรม
SUBBD มาพร้อมฟีเจอร์ไฮเทค เช่น ผู้ช่วย AI ส่วนตัว, ระบบโคลนนิ่งเสียง และเครื่องมือสร้างอินฟลูเอนเซอร์เสมือน ที่พร้อมรองรับการสร้างรายได้จากคอนเทนต์ เช่น การสมัครสมาชิก, ระบบบริจาค และการล็อกเนื้อหาด้วยโทเคน จุดขายหลักคือผู้สร้างเนื้อหายังคง *ถือกรรมสิทธิ์และรายได้เต็มจำนวน* ต่างจากแพลตฟอร์มแบบเดิม เช่น ยูทูบ หรือ แพลตฟอร์มจ่ายเงินแบบ OnlyFans ที่หักหัวคิวสูงถึง 70%
ความเคลื่อนไหวของ SUBBD ยังได้รับความสนใจจากนักลงทุนในตลาดคริปโต โดยการพรีเซลล์รอบแรกสามารถระดมทุนไปได้ราว *6.6 ล้านบาท* ผู้เข้าร่วมสามารถซื้อโทเคนในราคาเริ่มต้นเพียง 84 สตางค์ พร้อมข้อเสนอ ‘สเตกิงผลตอบแทนคงที่ 20% ต่อปี’ สำหรับผู้ถือระยะยาว เท่ากับว่า SUBBD วางตำแหน่งตัวเองเป็นระบบที่ *เน้นการใช้งานจริงมากกว่าการเก็งกำไร*
นอกจากนี้ โทเคนของ SUBBD ยังถูกออกแบบให้ใช้ได้จริงภายในระบบ ตั้งแต่การชำระเงิน, การเข้าถึงฟีเจอร์ AI, การสนับสนุนครีเอเตอร์ ไปจนถึงการคัดเลือกคอนเทนต์ ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนภาพของ ‘โทเคนที่มีมูลค่าใช้งานจริง’ ไม่ใช่เพียงเครื่องมือการเก็งกำไร
การถอนตัวจากบริการซูเปอร์แอปของเอฟเว อาจเป็นตัวจุดประกายให้โปรเจกต์ในยุคใหม่หันมาให้ความสำคัญกับ *เครื่องมือที่จับต้องได้และตอบโจทย์ผู้ใช้จริง* มากขึ้น การตั้งคำถามว่า “ทำไมผู้ใช้งานต้องมีแอปกระเป๋าเงินของคุณ?” กำลังกลายเป็นคำถามสำคัญในอุตสาหกรรมคริปโต ซึ่งคำตอบอาจไม่ใช่มาจากแพลตฟอร์มยักษ์เดิม แต่อยู่ในมือของผู้เล่นหน้าใหม่อย่าง SUBBD ที่เข้าใจทั้งความต้องการของผู้ใช้งานและธรรมชาติของเทคโนโลยีอย่างลึกซึ้ง
ความคิดเห็น 0