ดูไบเดินหน้าสู่ยุคดิจิทัลด้วยการนำเพชรมูลค่ากว่า *4,090 พันล้านวอน* หรือประมาณ 2.8 ร้อยล้านดอลลาร์ มาทำการ ‘โทเคนไนซ์’ หรือแปลงสภาพเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลบนบล็อกเชน ซึ่งนับเป็นการเคลื่อนไหวสำคัญที่เน้นย้ำถึงความเป็นไปได้ของ *การโทเคนไนซ์สินทรัพย์จริง(Real World Asset: RWA)* ในวงการคริปโตขนาดใหญ่ ขณะเดียวกัน โปรเจกต์ *บิตคอยน์ไฮเปอร์(Bitcoin Hyper)* ซึ่งพัฒนาอยู่บนเครือข่ายเลเยอร์ 2 ของ *บิตคอยน์(BTC)* ก็สามารถระดมทุนได้กว่า *457 พันล้านวอน* (หรือประมาณ 3.12 ล้านดอลลาร์) ในรอบพรีเซล สะท้อนถึงความสนใจอันล้นหลามจากนักลงทุนในตลาด
การโทเคนไนซ์เพชรในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนโดย *ศูนย์การค้าและสินค้าโภคภัณฑ์ของดูไบ (DMCC)* โดยมีเป้าหมายในการเปลี่ยนสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงแต่สภาพคล่องต่ำอย่าง “เพชร” ให้กลายเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่สามารถซื้อขายได้อย่างยืดหยุ่นบนเครือข่ายบล็อกเชน แม้เพชรจะเคยถูกจำกัดในการซื้อขายเนื่องจากปัญหาด้านการขนส่ง การตรวจสอบ และค่าธรรมเนียมสูง แต่การแปลงเป็นโทเคนสามารถลบข้อจำกัดเหล่านั้นไปได้ ซึ่งนับเป็นการเปิดประตูใหม่ให้กับการลงทุนใน *สินทรัพย์จริงบนบล็อกเชน*
ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ นี่ถือเป็นก้าวสำคัญของระบบการเงินโลก แต่อุปสรรคทางเทคโนโลยียังมีอยู่มาก ทั้งนี้ แม้ *อีเธอเรียม(ETH)* จะเริ่มต้นเป็นพื้นที่ทดลองสำหรับ RWA แต่ก็ยังไม่ตอบโจทย์ด้านความเร็วและความเสถียร ทำให้เครือข่ายใหม่ ๆ เช่น *บิตคอยน์ไฮเปอร์* ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น
*บิตคอยน์ไฮเปอร์* มุ่งแก้ไขข้อจำกัดของบิตคอยน์เดิมที่สามารถสร้างบล็อกได้เพียงทุก ๆ 10 นาที ซึ่งช้าเกินไปสำหรับการใช้งานทางการเงินแบบ *เรียลไทม์* โดยเลือกใช้ *เครื่องเสมือนโซลานา(Solana Virtual Machine: SVM)* มาประกอบเข้ากับเลเยอร์ 2 ของบิตคอยน์ เพื่อใช้ประโยชน์จากการประมวลผลแบบขนานและความเร็วที่เหนือกว่า
โมเดลดังกล่าวทำให้บิตคอยน์ไฮเปอร์สามารถประมวลผลธุรกรรมได้หลายพันรายการต่อวินาที รองรับทั้งการชำระเงินทันที, *DeFi*, รวมถึง *NFT* ซึ่งถือเป็นความก้าวหน้าทางเทคนิคที่มีนัยสำคัญ อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้นักพัฒนาสามารถเขียนสมาร์ตคอนแทรกต์ด้วยภาษา *Rust* ซึ่งเป็นภาษาพื้นฐานในระบบของโซลานา ทำให้สามารถเชื่อมโยงกับระบบนิเวศอื่นอย่างราบรื่น
อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่โดดเด่นคือ “*สะพานเชื่อมแบบไร้ศูนย์กลาง*” หรือ *Decentralized Canonical Bridge* ที่ช่วยส่งผ่านสินทรัพย์เช่น *BTC* ข้ามเครือข่ายได้อย่างปลอดภัยโดยไม่ต้องเชื่อถือบุคคลที่สาม ซึ่งถือเป็นการแก้ปัญหาจุดอ่อนด้านความปลอดภัยในระบบบริดจ์แบบเดิมอย่างเฉียบคม ความคิดเห็น ผู้เชี่ยวชาญหลายคนประเมินว่า แนวทางที่เลือกบาลานซ์ทั้ง "*ความปลอดภัย*" และ "*ความเร็ว*" นี้เป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันการใช้งาน RWA บนเครือข่ายของบิตคอยน์
แรงตอบรับจากตลาดทุนยืนยันกระแสความนิยมของโปรเจกต์นี้ได้เป็นอย่างดี *บิตคอยน์ไฮเปอร์* สามารถระดมทุนในรอบพรีเซลได้กว่า 457 พันล้านวอน ด้วยราคาต่อโทเคนอยู่ที่ประมาณ *0.0136751 ดอลลาร์* หรือราว 20 วอนเท่านั้น โดยมีการสังเกตพบว่าเงินทุนจาก “*วาฬ*” หรือผู้ถือครองรายใหญ่กำลังไหลเข้าสู่โครงการอย่างต่อเนื่อง
การวิเคราะห์จาก On-chain ชี้ให้เห็นว่า นักลงทุนรายใหญ่เหล่านั้นไม่ได้ต้องการเพียงแค่กำไรระยะสั้น แต่ให้ความสำคัญกับ *โครงสร้างพื้นฐานระยะยาว* ของระบบ นอกจากนี้ กลไก *ให้รางวัลดอกเบี้ยตั้งแต่วันแรก* และ *ช่วงเวลากักโทเคน(Vesting)* ไม่ให้ขายทันทีภายใน 7 วัน ยังช่วยสร้างสภาพคล่องอย่างมีเสถียรภาพ
การโทเคนไนซ์เพชรของดูไบไม่เพียงเป็นสัญลักษณ์ของแนวโน้ม RWA ที่มาแรง แต่ยังกระตุ้นให้เกิดคำถามถึงความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถรองรับสินทรัพย์เหล่านี้ได้อย่างปลอดภัยและรวดเร็ว *บิตคอยน์ไฮเปอร์* จึงกลายเป็นตัวเชื่อมสำคัญระหว่างสินทรัพย์จริงและความสามารถของเครือข่ายบล็อกเชน โดยตลาดเริ่มพูดถึงความเป็นไปได้ว่าในอนาคตอาจถูกนำไปใช้งานโดย *สถาบันการเงินระดับโลก* เลยทีเดียว
ความคิดเห็น 0