บิตคอยน์(BTC) ยังคงเคลื่อนไหวในระดับราคา 73,000 ดอลลาร์ โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 4 ซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 73,350 ดอลลาร์ ลดลง 1.5% ภายในวันเดียว แม้จะไม่ใช่การร่วงแรง แต่ก็สะท้อนถึงตลาดที่กำลังหาทิศทาง ท่ามกลางความสงสัยว่า ‘การปรับฐาน’ ได้สิ้นสุดลงแล้ว หรือเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการปรับตัวลงที่ลึกกว่าเดิม
เบื้องหลังตลาดคริปโตที่ยังไม่ชัดเจน ส่วนหนึ่งเป็นผลจากกระแส ‘ปัญญาประดิษฐ์’ และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ โดยรายงานจาก Reuters เมื่อวันที่ 4 เผยว่า AI กำลังก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในภาคเทคโนโลยี เช่น อัลกอริธึม ‘เอเยนต์’ ใหม่จาก Antropic ได้ส่งผลต่อบริษัทซอฟต์แวร์และบริการข้อมูลอย่างมาก แม้ว่า ไมโครซอฟท์(MSFT) และ AMD ยังคงทำกำไรดีแต่ราคาหุ้นกลับผันผวน ในทางกลับกัน วอลมาร์ตกลับกลายเป็นบริษัทค้าปลีกรายแรกที่มูลค่าตลาดทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์ โดยอาศัย AI ลดต้นทุนชัดเจน เมื่อตลาดแยกแพ้ชนะจาก ‘กลยุทธ์ AI’ ความผันผวนในภาพรวมจึงสูงขึ้น และเป็นอีกแรงกดดันต่อราคาคริปโต
ทางเทคนิค บิตคอยน์กำลังเผชิญสัญญาณเชิงลบจากกราฟรายสัปดาห์ ซึ่งปรากฏรูปแบบ ‘สามอีกาดำ’ (Three Black Crows) ที่บ่งชี้แรงขายอย่างต่อเนื่อง เส้นค่าเฉลี่ย EMA 200 สัปดาห์ บริเวณ 68,400 ดอลลาร์ = แนวรับสำคัญที่ห้ามหลุด ขณะที่จุดกลับตัวเพื่อการฟื้นตัวยังคงอยู่ที่แนวต้านเดิม 83,598 ดอลลาร์ ด้านค่า RSI ที่ปรับลงมาสู่ระดับ 30 บ่งชี้ว่า ‘ภาวะขายมากเกินไป’ กำลังมาเยือน แม้จะมีโอกาสรีบาวด์ แต่ยังไม่พบ ‘Divergence’ ชัดเจนที่เป็นสัญญาณกลับตัวในระยะยาว
แม้มูลค่าจะขยับลง แต่การเติบโตของ ‘สินทรัพย์เชื่อมโยงโลกจริง’ (RWA) และ ‘ดีไฟน์’ (DeFi) ที่อิงบิตคอยน์ยังเป็นไปอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทคริปโตสัญชาติบราซิล “เมอร์กาโด บิตคอยน์” ได้ออกตราสารหนี้แบบโทเคนมูลค่า 20 ล้านดอลลาร์ผ่านรูทสต๊อก(Rootstock) ซึ่งเป็นไซด์เชนของบิตคอยน์ พร้อมตั้งเป้าแตะ 100 ล้านดอลลาร์ภายในเดือนเมษายน ขณะเดียวกัน ‘ไฟเออร์บล็อกส์’ ซึ่งให้บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัลแก่องค์กร ได้นำโปรโตคอล Stacks(STX) เข้ามาเสริมเพื่อทำให้การใช้งานบิตคอยน์ในดีไฟน์ง่ายและเร็วขึ้น โดยลดเวลาทรานส์แอคชันจาก 10 นาที เหลือเพียง 29 วินาที ปัจจุบันมูลค่าทรัพย์สินที่ล็อกไว้ในบิตคอยน์ดีไฟน์มากกว่า 5.5 พันล้านดอลลาร์ ตอกย้ำภาพการวางฐานสำหรับการเติบโตในรอบถัดไป
เมื่อพิจารณาแนวโน้มไตรมาสแรกปี 2026 การวิเคราะห์โดยใช้เครื่องมือ Path Tool ระบุว่า ราคาบิตคอยน์อาจเคลื่อนไหวสะสมอยู่ในช่วง 68,000–72,000 ดอลลาร์ และพยายามสร้าง ‘ฐานสองชั้น’ ใกล้ 68,400 ดอลลาร์ เพื่อเตรียมขึ้นไปทดสอบระดับ 100,000 ดอลลาร์ อีกประเด็นน่าสนใจคือ ‘การเกิดใหม่’ ของบิตคอยน์ ท่ามกลางยุคคอมพิวเตอร์ควอนตัมและ AI ที่กำลังรื้อกฎเก่าในโลกซอฟต์แวร์ จุดเด่นด้านความกระจายศูนย์และระบบชำระบัญชีอิสระของ BTC อาจกลับมาโดดเด่นอีกครั้ง
และท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านทุกด้าน โปรเจกต์ใหม่อย่าง ‘บิตคอยน์ ไฮเปอร์’ กำลังเรียกร้องความสนใจ โดยมีแนวคิดนำ ‘ความปลอดภัยของบิตคอยน์’ ผสาน ‘ความเร็วของโซลานา(SOL)’ เพื่อสร้างระบบสมาร์ตคอนแทรกต์, แอปกระจายศูนย์ และมิมคอยน์ ที่ทั้งรวดเร็วและต้นทุนต่ำ ขณะนี้โปรเจกต์ดังกล่าวผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยแล้ว และระดมทุนสำเร็จไปกว่า 31.2 ล้านดอลลาร์ โดยขายโทเคนในราคาเพียง 0.013675 ดอลลาร์ต่อเหรียญ แสดงให้เห็นความพยายามสร้าง ‘สะพาน’ เชื่อม BTC กับ Solana อันอาจเป็นจุดเปลี่ยนของการพัฒนาเชิงโครงสร้างในระบบนิเวศของบิตคอยน์
แม้วันนี้จะเป็นช่วงพักฐานของตลาด แต่ปัจจัยพื้นฐานบางอย่างเริ่มเคลื่อนไหวแล้วอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการเติบโตของ RWA, โครงสร้างพื้นฐานดีไฟน์ หรือการเกิดขึ้นของโปรเจกต์ที่เสริมประสิทธิภาพใหม่ บ่งชี้ว่า *การสะสมครั้งใหม่* อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของ ‘คลื่นลูกใหญ่’ ที่กำลังจะมาถึง.
ความคิดเห็น 0