อัลฟาเบท(Alphabet) บริษัทแม่ของกูเกิล(Google) ประกาศผลประกอบการประจำไตรมาส 4 ปี 2025 ซึ่งสามารถสร้างรายได้รวมมากถึง 4,030,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 590.6 ล้านล้านบาท) นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของบริษัทที่รายได้ประจำปีทะลุหลัก 4 แสนล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม แม้ผลประกอบการจะ ‘ดีกว่าที่คาด’ แต่แผนการลงทุนจำนวนมหาศาลในด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้สร้างความกังวลให้กับนักลงทุน จนส่งผลให้หุ้นร่วงลงในช่วงหลังปิดตลาด
เมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) อัลฟาเบทเปิดเผยรายได้ไตรมาส 4 อยู่ที่ 114,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 167 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้น 18% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิแตะ 34,500 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 50.5 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้น 30% และกำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 2.82 ดอลลาร์ (ราว 4,100 บาท) เพิ่มขึ้น 31%
ธุรกิจสำคัญอย่างโฆษณา, คลาวด์ และบริการสมัครสมาชิกเติบโตต่อเนื่อง โดย *กูเกิลคลาวด์* มียอดขายตลอดปีอยู่ที่ 70,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 102.5 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นในไตรมาส 4 ด้วยรายได้ 18,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 26.4 ล้านล้านบาท) คิดเป็นการเติบโต 48% แบบปีต่อปี สำหรับยูทูบ(YouTube) ก็ทำรายได้รวมทั้งสายโฆษณาและสมาชิกทะลุ 60,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 88 ล้านล้านบาท)
ในด้าน AI อัลฟาเบทยังเผยว่าตั้งแต่เปิดตัว *เจมิไน3 (Gemini 3)* เมื่อพฤศจิกายนที่ผ่านมา แอปพลิเคชัน AI “เจมิไน” มีผู้ใช้งานมากถึง 750 ล้านคน โดยในจำนวนนั้นกว่า 100 ล้านคนเพิ่งเริ่มใช้งานในช่วงหลัง ซึ่งสะท้อนความต้องการใช้งาน AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
แม้จะมีผลงานที่แข็งแกร่ง แต่สายตานักลงทุนกลับพุ่งเป้าไปที่แผนลงทุนขนาดใหญ่ในอนาคต โดยอัลฟาเบทตั้งเป้าการใช้จ่ายเพื่อการลงทุน (Capex) ในปีหน้าไว้ระหว่าง 175,000-185,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 256.3-271.1 ล้านล้านบาท) ซึ่งเป็นระดับเกือบ *สองเท่าจากปีนี้* ที่อยู่ที่ช่วง 91,000-93,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 133.3-136.3 ล้านล้านบาท) และจะเน้นหนักไปที่การพัฒนาโมเดล AI รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานของศูนย์ข้อมูล
*ความคิดเห็น* “การทุ่มลงทุนใน AI แม้จะมีศักยภาพสูง แต่ก็นำมาซึ่งความไม่แน่นอนในด้านผลตอบแทน ซึ่งยังต้องติดตามว่าสิ่งเหล่านี้จะเปลี่ยนเป็นรายได้ในระยะยาวได้รวดเร็วเพียงใด”
ราคาหุ้นของอัลฟาเบทขยับขึ้นกว่า 4% ในตอนแรกที่มีการเปิดเผยผลประกอบการ แต่ภายหลังก็ย้อนกลับมาอ่อนตัวลง โดยปิดตลาดปกติที่ 333 ดอลลาร์ (ประมาณ 488,000 บาท) และลดลงราว 1.2% เหลือระดับ 328 ดอลลาร์ (ประมาณ 481,000 บาท) ในช่วงซื้อขายนอกเวลาทำการ
ในระยะต่อไป สายตาของนักลงทุนจะจับจ้องไปที่ความสามารถของอัลฟาเบทในการแปลงกลยุทธ์ AI ให้เป็นกำไรที่จับต้องได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญต่อทิศทางของราคาหุ้น รวมถึงความเชื่อมั่นโดยรวมต่อยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีรายนี้
ความคิดเห็น 0