Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

คอยน์แชร์สชี้ บิตคอยน์(BTC) 'ยังปลอดภัย' แม้คอมพิวเตอร์ควอนตัมเริ่มพัฒนา

คอยน์แชร์สชี้ บิตคอยน์(BTC) 'ยังปลอดภัย' แม้คอมพิวเตอร์ควอนตัมเริ่มพัฒนา / Tokenpost

บริษัทด้านสินทรัพย์ดิจิทัล คอยน์แชร์ส(CoinShares) เผยรายงานใหม่ที่ช่วยคลายความกังวลของชุมชนคริปโตเกี่ยวกับ ‘ภัยคุกคามจากคอมพิวเตอร์ควอนตัม’ ต่อบิตคอยน์(BTC) โดยระบุว่าบิตคอยน์ส่วนใหญ่ยังคง ‘ปลอดภัย’ จากความเสี่ยงดังกล่าว เนื่องจากมีเพียงสัดส่วนเล็กน้อยของกระเป๋าเงินที่เปิดเผยคีย์เข้ารหัสซึ่งอาจถูกเจาะได้

ตามรายงานของคอยน์แชร์ส กระเป๋าเงินบิตคอยน์ที่อาจถูกแฮกด้วยอัลกอริธึมจากคอมพิวเตอร์ควอนตัมมีเพียงประมาณ 10,230 BTC จากจำนวนรวมกว่า 1.63 ล้าน BTC ซึ่งในนั้นกระจายอยู่ในกระเป๋าที่ถือระหว่าง 100 ถึง 10,000 BTC คิดเป็นมูลค่ารวมราว 719 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.05 หมื่นล้านบาท) อย่างไรก็ตาม บริษัทประเมินว่ายังอยู่ในขอบเขตที่ระบบสามารถรับมือได้ตามปกติ

ขณะที่บิตคอยน์ส่วนใหญ่หรือประมาณ 1.62 ล้าน BTC ถูกรักษาอยู่ในกระเป๋าที่มีน้อยกว่า 100 BTC ซึ่งคอยน์แชร์สชี้ว่าแม้มีการพัฒนาคอมพิวเตอร์ควอนตัมเต็มรูปแบบ ก็ยังต้องใช้เวลาหลายพันปีกว่าจะสามารถเจาะรหัสเหล่านี้ได้ ความ ‘เปราะบาง’ ของกระเป๋าบางประเภทจึงไม่ได้หมายถึงความเสี่ยงต่อระบบโดยรวม

คริสโตเฟอร์ เบนดิกเซน(Christopher Bendiksen) หัวหน้าฝ่ายวิจัยบิตคอยน์ของคอยน์แชร์ส ยอมรับว่าอัลกอริธึมควอนตัมอย่างชอร์(Shor) และโกรเวอร์(Grover) มีศักยภาพในการทำลายโครงสร้างการเข้ารหัส แต่ไม่สามารถล้มล้างระบบพิสูจน์การทำงาน(PoW) หรือทำลายขีดจำกัดจำนวนเหรียญสูงสุดที่ 21 ล้าน BTC ได้

เขายังชี้ว่าเป้าหมายแฮกที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือกระเป๋า UTXO ที่แสดง Public Key ออกมา ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในช่วงแรกของบิตคอยน์และยังไม่เคลื่อนไหว อย่างไรก็ตาม การจะเจาะรหัสเหล่านี้ต้องใช้อุปกรณ์ระดับ ‘คิวบิตพร้อมแก้ไขข้อผิดพลาด’ (Error-corrected Qubits) หลายล้านตัว ในขณะที่ล่าสุดคอมพิวเตอร์ควอนตัมของกูเกิล ‘Willow’ เพิ่งทำได้เพียง 105 คิวบิตเท่านั้น

“ความสามารถของคอมพิวเตอร์ควอนตัมในปัจจุบันนั้นยังห่างไกลจากระดับที่คุกคามบิตคอยน์ได้จริง” เบนดิกเซนกล่าว พร้อมย้ำว่า ‘ในตอนนี้ บิตคอยน์ไม่มีความเสี่ยง’

กระนั้น ความเคลื่อนไหวในชุมชนบิตคอยน์เริ่มมีการตอบสนองที่ต่างกัน บางฝ่าย เช่น ชาร์ลส์ เอ็ดเวิร์ดส์(Charles Edwards) ผู้ก่อตั้งคาฟรีโอลอินเวสต์เมนต์ มองว่าควรมี ‘ฮาร์ดฟอร์ก’ อย่างรวดเร็วเพื่อเพิ่มระบบลายเซ็นที่ต้านคอมพิวเตอร์ควอนตัม และมองว่าเป็นโอกาสในการ ‘ประเมินมูลค่าใหม่’ ของบิตคอยน์

ในทางกลับกัน ผู้เล่นรายใหญ่อย่างไมเคิล เซย์เลอร์(Michael Saylor) จากบริษัทสแตรเทจี และอดัม แบ็ก(Adam Back) ซีอีโอบริษัทบล็อกสตรีม เห็นว่าเสียงเตือนภัยในปัจจุบันยัง ‘เกินจริง’ และเทคโนโลยีควอนตัมยังไม่คืบหน้าเร็วพอที่จะเป็นภัยในระดับทศวรรษหน้า

ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่เห็นพ้องกันว่า ภัยจากควอนตัมคอมพิวเตอร์เป็นเรื่องที่ ‘มีอยู่จริง’ แต่ยังไม่ใช่ภัยเร่งด่วนในปัจจุบัน สิ่งที่สำคัญคือการประเมินความเร็วในการพัฒนาเทคโนโลยี และเตรียมระบบให้พร้อมรองรับเมื่อเวลานั้นมาถึง

หากบิตคอยน์จะเผชิญโลกยุคควอนตัมอย่างแท้จริง ประเด็นสำคัญจะไม่ใช่แค่เรื่องความปลอดภัย แต่เป็นเรื่องของ ‘ความเชื่อมั่นต่อโครงสร้างพื้นฐาน’ ซึ่งอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในอนาคต

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1