Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

Wallet in Telegram เปิดตัววอลต์สร้างผลตอบแทนบน ทอน(TON) ปล่อยกู้ BTC, ETH, USDT ผลตอบแทน USDT สูงสุดราว 18%

แพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัล ‘Wallet in Telegram’ ที่ฝังอยู่ในแอปส่งข้อความ เทเลแกรม(Telegram) เปิดตัวฟีเจอร์ ‘วอลต์สร้างผลตอบแทน’ หรือ ‘수익형 볼트(vault)’ บนกระเป๋าเงิน ทอน(TON) รองรับ บิตคอยน์(BTC), อีเธอเรียม(ETH) และ เท더(USDT) ทำให้ผู้ใช้สามารถบริหารสินทรัพย์และสร้างผลตอบแทนได้โดยไม่ต้องออกจากหน้าต่างแชตของตัวเอง

วอลต์ชุดใหม่นี้ออกแบบมาให้ผู้ใช้ยังคง ‘เซลฟ์คัสโทดี(การเก็บรักษาเอง)’ ไม่ใช่การโอนทรัพย์สินไปฝากไว้กับผู้ให้บริการภายนอก แต่เป็นการนำสินทรัพย์ไปจัดสรรในกลยุทธ์อัตราดอกเบี้ยแบบผันแปรแทน โครงสร้างพื้นฐานด้านดั้งรับ–ดั้งให้ยืมใช้โปรโตคอลกู้ยืมแบบกระจายศูนย์ มอร์โฟ(Morpho) และทำงานผ่าน TAC เลเยอร์ประมวลผลที่รองรับ EVM(เครื่องเสมือนอีเธอเรียม) ภายในเครือข่าย เดอะโอเพ่นเน็ตเวิร์ก(The Open Network) ส่วนการออกแบบกลยุทธ์และบริหารความเสี่ยงเป็นหน้าที่ของ Re7

วอลต์ USDT ถูกแบ่งเป็นหลายระดับตามความเสี่ยง โดยตัวเลือกที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดเสนออัตราผลตอบแทนผสมต่อปี ‘สูงสุดราว 18%’ ขณะที่วอลต์ บิตคอยน์(BTC) และ อีเธอเรียม(ETH) ทำงานในลักษณะใกล้เคียงกัน เปิดทางให้ผู้ใช้เปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลขนาดใหญ่สุดสองอันดับแรกตามมูลค่าตลาดให้กลายเป็นสินทรัพย์ที่ ‘สร้างรายได้’ ได้โดยตรงบนเมสเซนเจอร์

การเปิดตัวครั้งนี้ต่อยอดจากความเคลื่อนไหวเมื่อต้นเดือน ที่กระเป๋าเงิน ทอน(TON) เริ่มรองรับอีเธอเรียม(ETH) เวอร์ชันแรป (wrapped) และ แรปบิตคอยน์(wBTC) ที่ออกโดย คอยน์เบส(Coinbase) ซึ่งทำให้สินทรัพย์เหล่านี้มี ‘การใช้งานในระดับเนทีฟ’ ภายในระบบนิเวศ ทอน(TON) เป็นครั้งแรก ‘ความคิดเห็น’ ผู้เชี่ยวชาญในตลาดมองว่าการยกระดับจากสินทรัพย์ที่เคยใช้ได้จำกัด ไปสู่สถานะที่ใช้งานได้เต็มรูปแบบบนเชนเดียวกัน ถือเป็นก้าวสำคัญต่อการดึงสภาพคล่องจากบิตคอยน์และอีเธอเรียมเข้าสู่เครือข่ายทอน

แอนดรูว์ โรโกซอฟ(Andrew Rogozov) ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร(CEO) เดอะโอเพ่นแพลตฟอร์ม(The Open Platform) ระบุว่า เป้าหมายคือการเชื่อมโยงโปรโตคอลดิจิไฟ(DeFi) ขั้นสูงเข้ากับแอปพลิเคชันที่ผู้ใช้กระแสหลักใช้งานเป็นประจำทุกวัน ด้าน พอล ฟรอมโบ(Paul Frambot) ผู้ร่วมก่อตั้ง มอร์โฟ(Morpho) กล่าวเสริมว่า การฝังโครงสร้างพื้นฐานด้านการปล่อยกู้ไว้ในผลิตภัณฑ์ที่ใช้กันอย่างกว้างขวาง จะช่วยเร่งความแพร่หลายของบริการการเงินบนเชนให้เร็วขึ้น ‘ความคิดเห็น’ มุมมองนี้สะท้อนทิศทางเดียวกับผู้เล่นรายใหญ่ในดีไฟ ที่พยายามลดช่องว่างระหว่างผู้ใช้ทั่วไปกับเทคโนโลยีออนเชนที่ซับซ้อน

แพลตฟอร์มยังมีแผนรองรับการ ‘ฝากตรง’ บิตคอยน์(BTC) และ อีเธอเรียม(ETH) เข้าสู่กระเป๋า ทอน(TON) ในอนาคต เมื่อฝากแล้ว สินทรัพย์จะถูกแปลงเป็นโทเค็นแบบแรปที่ใช้บนเครือข่ายได้โดยอัตโนมัติ ช่วยให้ผู้ใช้สามารถนำไปใช้งานในระบบนิเวศ ทอน(TON) ได้ทันที ทั้งในดีไฟและบริการอื่น ๆ ที่เชื่อมต่ออยู่ ‘ความคิดเห็น’ หากแผนนี้เดินหน้าได้ตามที่ประกาศ อาจทำให้ ทอน(TON) กลายเป็นหนึ่งในฮับสำคัญที่เชื่อมสินทรัพย์หลักอย่าง BTC และ ETH เข้ากับการใช้งานในชีวิตประจำวันผ่านแพลตฟอร์มแชตขนาดใหญ่อย่าง เทเลแกรม(Telegram)

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1