แพลตฟอร์มทำนายผล ‘칼시(Kalshi)’ ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ CFTC(คณะกรรมการกำกับการซื้อขายล่วงหน้าแห่งสหรัฐฯ) กำลังเจอแรงต้านอย่างหนัก หลังการจัดการตลาดทำนายผลที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของ ‘อยาโตลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี(Ali Khamenei)’ ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน โดยกรณีนี้ทำให้ประเด็นว่าควรตีความและบังคับใช้กติกาในตลาดทำนายผลที่เกี่ยวข้องกับ ‘การเสียชีวิต’ อย่างเข้มงวดแค่ไหน รวมถึงความคาดหวังของผู้ใช้งานกับหลักการดำเนินงานของแพลตฟอร์มที่อาจสวนทางกัน ถูกหยิบยกขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์อีกครั้ง
ตลาดที่เป็นต้นตอของปัญหามีชื่อว่า “Ali Khamenei out as Supreme Leader?” หรือในความหมายคือ “อาลี คาเมเนอี จะพ้นจากตำแหน่งผู้นำสูงสุดหรือไม่” หลังมีข่าวว่า คาเมเนอีเสียชีวิต เทรดเดอร์จำนวนหนึ่งมองว่าตลาดนี้ควรถูกตัดสินให้ฝั่ง ‘ใช่(yes)’ เป็นฝ่ายชนะ เพราะในข้อเท็จจริง ‘การพ้นจากตำแหน่ง’ เกิดขึ้นแล้ว แต่แพลตฟอร์มกลับไม่เลือกที่จะปิดตลาดด้วยผลแพ้ชนะตามปกติ
‘ทาเร็ก มานซูร์(Tarek Mansour)’ ซีอีโอของ 칼시 ออกมาเน้นย้ำหลักการ ‘no-death-market’ ของบริษัทอีกครั้ง โดยระบุว่า ‘เราจะไม่ลิสต์ตลาดที่เชื่อมโยงกับการเสียชีวิตโดยตรง และสำหรับตลาดที่ผลลัพธ์อาจเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิต เราจะออกแบบกติกาเพื่อไม่ให้คนทำกำไรจากความตายของผู้อื่น’ ด้วยเหตุนี้ แทนที่จะปิดตลาดด้วยผล ‘ใช่’ แบบเต็มตัว 칼시เลือกใช้วิธี ‘คงสถานะ’ แล้วชำระราคาตาม ‘โอกาสสุดท้ายที่ซื้อขายได้ก่อนตลาดปิด’ ที่ระดับ 39.5% พร้อมคืนค่าธรรมเนียมการซื้อขายให้ผู้ใช้งาน หากตลาดถูกตัดสินเป็น ‘ใช่’ เงินจ่ายออก (payout) ที่ผู้ถือสัญญา yes จะได้รับจะสูงกว่ามาก การเลือกใช้ราคา 39.5% จึงกลายเป็นปัจจัยที่เปลี่ยนสมดุลกำไรขาดทุนในมุมของเทรดเดอร์อย่างมีนัยสำคัญ
ตามรายงาน มีการระบุไว้ในกติกาของตลาดบน 칼시 ว่า หากผู้นำทางการเมือง ‘พ้นจากตำแหน่งโดยมีสาเหตุจากการเสียชีวิตเท่านั้น’ การชำระราคาจะอิงกับ ‘ราคาซื้อขายครั้งสุดท้าย (last traded price)’ ก่อนเกิดเหตุ ซึ่งหมายความว่าการตัดสินเคสของคาเมเนอีในครั้งนี้เป็นการดำเนินการตามระเบียบล่วงหน้าของแพลตฟอร์ม อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้งานบางส่วนยังไม่ยอมรับ โดยให้เหตุผลว่าผลลัพธ์ของเหตุการณ์นั้น ‘ชัดเจน’ ว่าผู้นำสูงสุดพ้นจากตำแหน่งแล้ว จึงไม่เข้าใจว่าทำไมแพลตฟอร์มจึงไม่ตัดสินให้ฝั่งที่เดิมพันว่าเขาจะหลุดจากตำแหน่งเป็นผู้ชนะอย่างสมบูรณ์
เสียงไม่พอใจที่เพิ่มขึ้นทำให้ในคอมมูนิตี้เริ่มมีการพูดถึง ‘폴리마켓(Polymarket)’ ในฐานะ “ทางเลือก” เพราะในตลาดที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกัน 폴리마켓เลือกจะชำระราคาด้วยผลลัพธ์แบบ ‘ใช่’ ซึ่งสะท้อนว่ามาตรฐาน ‘การตัดสินผลตลาด’ และ ‘กลไกแก้ข้อพิพาท’ กำลังกลายเป็นจุดแข่งขันสำคัญของแพลตฟอร์มทำนายผลแต่ละราย
อย่างไรก็ดี 폴리마켓เองก็ไม่ได้รอดพ้นจากข้อถกเถียงเรื่องการชำระราคาตลาดในอดีตเช่นกัน ตัวอย่างที่ถูกยกขึ้นมาบ่อยครั้งคือเคสของ ‘นิโกลัส มาดูโร(Nicolás Maduro)’ ผู้นำเวเนซุเอลา ซึ่งในช่วงที่สหรัฐฯ มีปฏิบัติการจับกุม มาดูโรบางส่วนของเทรดเดอร์มองว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเทียบได้กับ ‘การรุกราน(invasion)’ แต่ 폴리마켓ตัดสินว่าไม่เข้าข่าย ทำให้ผู้เดิมพันบางกลุ่มรู้สึกว่าแพลตฟอร์มตีความกติกาไม่ตรงกับความเข้าใจของผู้เล่น
‘ความคิดเห็น’ กรณีของ 칼시 และตัวอย่างจาก 폴리마켓 สะท้อนภาพรวมของตลาดทำนายผลยุคใหม่อย่างชัดเจน ว่าสินค้าเหล่านี้คือการเอา ‘เหตุการณ์ในโลกจริง’ มาแปลงเป็นราคา แต่ขณะเดียวกัน ‘กติกา’ และ ‘มุมมองด้านจริยธรรม’ ของผู้ให้บริการก็ส่งผลต่อโครงสร้างรายได้และความเสี่ยงของผู้ใช้งานโดยตรง โดยเฉพาะในเหตุการณ์อ่อนไหว เช่น การเสียชีวิต สงคราม หรือการจับกุม ซึ่งมักมีเส้นแบ่งการตีความที่ไม่ชัดเจน ความละเอียดของคำจำกัดความว่า ‘เรากำลังเดิมพันกับอะไร’ และ ‘จะตัดสินผลอย่างไร’ กลายเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนด ‘ความน่าเชื่อถือ’ ของแพลตฟอร์มในสายตานักลงทุนและนักเก็งกำไรบนตลาดทำนายผลในระยะยาว
ความคิดเห็น 0