บิตคอยน์(BTC) พุ่งทะลุ 7% ขึ้นไปยืนเหนือ 74,000 ดอลลาร์ พลิกภาพตลาดกลับมาเป็นขาขึ้นอีกครั้ง ขณะที่ราคาทองคำกลับอ่อนตัวลง ทำให้คำถาม ‘ทำไมตอนนี้คริปโตถึงวิ่งแรง’ ถูกหยิบยกขึ้นมาอีกครั้ง โดยนักวิเคราะห์จำนวนมากเริ่มมองถึงแนวโน้ม ‘การแยกตัวออกจากทองคำ’ ของบิตคอยน์อย่างชัดเจน
เมื่อวันที่ 16 (เวลาท้องถิ่น) ราคาบิตคอยน์พุ่งขึ้นไปแตะบริเวณ 74,150 ดอลลาร์ในระหว่างวัน ทำนิวไฮรายวันสูงสุดนับตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ ก่อนจะปรับมาซื้อขายแถว 73,700 ดอลลาร์ ระดับการดีดตัวครั้งนี้คิดเป็นการขึ้นราว 7.5% ภายในวันเดียว และเกือบจะลบการร่วงลงในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ไปเกือบทั้งหมด
ด้านปริมาณการซื้อขายก็พุ่งแรงเช่นกัน มูลค่าซื้อขายบิตคอยน์ต่อวันถูกประเมินไว้ราว 70,800 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 106 ล้านล้านวอน) การทะยานครั้งนี้ช่วยให้ราคาทะลุกรอบสะสม 68,000–72,000 ดอลลาร์ที่เคลื่อนไหวมาหลายสัปดาห์ *ความคิดเห็น* กระแสเงินทุนจากสถาบันถูกมองว่าเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของรอบขึ้นครั้งนี้
ในมุมของ ‘สินทรัพย์หลบภัย’ ความสัมพันธ์ระหว่าง ‘บิตคอยน์(BTC)’ และ ‘ทองคำ’ กำลังเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ก่อนหน้านี้ เมื่อมีความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์หรือความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจมหภาค ราคาบิตคอยน์มักเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับทองคำ แต่ข้อมูลล่าสุดกลับสะท้อนภาพตรงกันข้าม
โคอิง글래스(CoinGlass) ระบุว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา กองทุนทองคำ ETF มีเงินไหลออกสุทธิราว 400 ล้านดอลลาร์ ในทางกลับกัน สหรัฐอเมริกากลับมีเม็ดเงินไหลเข้าสุทธิในกองทุน ETF บิตคอยน์สปอตราว 750 ล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาเดียวกัน แสดงให้เห็นการหมุนเวียนเงินทุนออกจากทองคำเข้าสู่บิตคอยน์อย่างเด่นชัด
การเคลื่อนย้ายดังกล่าวถูกตีความว่า นักลงทุนสถาบันเริ่มมองบิตคอยน์ไม่ใช่แค่ ‘สินทรัพย์เก็งกำไร’ อีกต่อไป แต่เป็น ‘สินทรัพย์หลบภัยที่ให้ผลตอบแทนผันผวนสูง’ หรือที่บางคนเรียกว่า ‘สินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงแบบเบต้าแรง’ กล่าวคือ ในภาวะวิกฤต มีเม็ดเงินส่วนหนึ่งเริ่มเลือกเข้าบิตคอยน์แทนทองคำ
ฝ่ายวิเคราะห์ของเจพีมอร์แกน(JP Morgan) ก็ชี้ถึงแนวโน้มนี้ในรายงานล่าสุด โดยระบุว่า นักลงทุนรุ่นใหม่และกองทุนเฮดจ์ฟันด์สายเทคโนโลยีเริ่มให้น้ำหนักกับบิตคอยน์มากกว่าทองคำ เพราะมองว่ามี *สภาพคล่อง* และ *ความโปร่งใสในการตรวจสอบ* สูงกว่า *ความคิดเห็น* หากแนวโน้มนี้เดินหน้าต่อเนื่อง บทบาทของทองคำในฐานะสินทรัพย์หลบภัยดั้งเดิมอาจถูกท้าทายมากขึ้นในระยะยาว
อีกปัจจัยสำคัญที่อยู่เบื้องหลังรอบขึ้นครั้งนี้คือ ‘การกลับมาของกระแส ETF บิตคอยน์’ หลังจากซบเซาราวหนึ่งเดือน กระแสเงินทุนในกองทุน ETF สปอตบิตคอยน์ก็หันกลับมาเป็นฝั่งไหลเข้าสุทธิอย่างชัดเจน และทยอยรับเงินเข้าติดกันแล้ว 5 วันทำการ
เม็ดเงินส่วนใหญ่ไหลเข้าสู่กองทุนของบล랙ร็อก อย่าง ‘ไอแชร์ส บิตคอยน์ ทรัสต์(IBIT)’ และกองทุน ‘FBTC’ ของฟิเดลิตี(Fidelity) ซึ่งสองกองทุนนี้ร่วมกันรับเงินไหลเข้าถึงราว 70% ของทั้งหมด คิดเป็นมูลค่าราว 750 ล้านดอลลาร์เฉพาะสองกองนี้ เหมือนเป็นตัวจุดชนวนให้ราคาบิตคอยน์(BTC) กลับมาดันขึ้นอย่างรุนแรง
ข้อมูลออนเชนก็ยืนยันภาพ ‘การสะสมจากรายใหญ่’ หรือสถาบันอย่างชัดเจน เมื่อราคายืนเหนือ 71,000 ดอลลาร์ได้อย่างมั่นคง กระเป๋าขนาดใหญ่ก็เริ่มกลับมาเก็บเพิ่มอีกครั้ง ข้อมูลจากซาน티เมนต์(Santiment) ระบุว่า กระเป๋าที่ถือระหว่าง 1,000–10,000 BTC ได้เพิ่มการถือครองอย่างมีนัยสำคัญภายใน 48 ชั่วโมงก่อนการทะลุแนวต้าน สะท้อนว่า ‘ผู้เล่นรายใหญ่’ อาจมองเห็นโอกาสขึ้นต่อและเร่งสะสมล่วงหน้า
สายตานักลงทุนตอนนี้จับจ้องไปที่คำถามว่า ‘บิตคอยน์(BTC) จะรักษาระดับเหนือ 73,000 ดอลลาร์ได้หรือไม่’ นักวิเคราะห์ฝั่งกระทิงมองว่า โซน 73,000 ดอลลาร์กำลังทดสอบตัวเองว่าจะกลายเป็น ‘แนวรับใหม่’ หรือไม่ หากราคาสามารถปิดแท่งรายวันเหนือ 73,500 ดอลลาร์ได้อย่างต่อเนื่อง เป้าหมายถัดไปจะอยู่ในช่วง 76,000–78,000 ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นโซนขายทำกำไรสำคัญ
หากราคาสามารถฝ่าโซนดังกล่าวขึ้นไปได้ ความเป็นไปได้ของการทดสอบแนวต้านเชิงจิตวิทยาแถว 80,000 ดอลลาร์ก็จะถูกพูดถึงมากขึ้น ในทางกลับกัน หากราคาหลุดต่ำกว่า 71,500 ดอลลาร์ลงมา ความเสี่ยงที่จะเกิดแรงเทขายสั้นๆ จากการถูกบังคับปิดสถานะ (liquidation) หรือรูปแบบ ‘กับดักกระทิง’ ก็มีมากขึ้น โดยโซนรับถัดไปถูกประเมินไว้บริเวณ 68,200 ดอลลาร์
อีกปัจจัยที่ตลาดกำลังรอคือ รายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ(Fed) ที่จะเผยแพร่ในช่วงวันที่ 17–18 มีนาคม (เวลาท้องถิ่น) หากถ้อยแถลงของเฟดยืนยันภาพ ‘การหยุดขึ้นดอกเบี้ย’ หรือส่งสัญญาณเอื้อต่อการผ่อนคลายทางการเงินมากขึ้น ความต้องการถือสินทรัพย์เสี่ยงอาจเพิ่มขึ้น และหนุนให้บิตคอยน์(BTC) เดินหน้าทำจุดสูงใหม่ต่อไป
ท้ายที่สุด สิ่งที่ต้องจับตาคือ หลังจาก ‘เม็ดเงินสถาบัน’ เข้ามานำรอบนี้แล้ว ‘นักลงทุนรายย่อย’ จะเริ่มกลับเข้ามามากน้อยแค่ไหน นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า ตราบใดที่แรงซื้อจากฝั่งสถาบันยังแข็งแรง โครงสร้างภาพใหญ่ของบิตคอยน์ยังคงเป็นขาขึ้น แม้ระหว่างทางจะมีความผันผวนสูงก็ตาม
ความคิดเห็น 0