เมื่อเร็ว ๆ นี้ วุฒิสภาสหรัฐได้เปิดเผยข้อตกลงใหม่เกี่ยวกับการจ่ายดอกเบี้ยของ Stablecoin โดยกำหนดมาตรฐานการกำกับดูแลใหม่ให้กับตลาดดิจิทัลสินทรัพย์ ข้อตกลงนี้เป็นผลจากการนำของวุฒิสมาชิกทอม ทิลลิส และแองเจลา อัลซอบรูค ซึ่งคาดหวังว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาสำคัญที่ขัดขวางการบังคับใช้ 'CLARITY Act' ตามรายงานของเมกซีเวนเชอร์ส ข้อตกลงใหม่นี้ชัดเจนในการไม่อนุญาตให้จ่ายดอกเบี้ยแบบ Passive สำหรับการถือครอง Stablecoin และอนุญาตให้มีรางวัลตามกิจกรรมบางอย่าง
ตามข้อตกลงใหม่นี้ แพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลจะไม่สามารถจ่ายดอกเบี้ยแบบธรรมดาสำหรับการถือครอง Stablecoin เช่น USDC และ USDT ได้ ซึ่งการกำหนดมาตรฐานการกำกับดูแลนี้ในตลาด Stablecoin จะช่วยลดความไม่แน่นอนบางส่วนในตลาดได้มาก นักวิเคราะห์จากเมกซีเวนเชอร์สระบุว่าข้อตกลงนี้จะนำมาซึ่งความชัดเจนในตลาด
หลังจากการประกาศข้อตกลงนี้ คาดว่าจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อระบบนิเวศ Stablecoin โดยราคาหุ้นของผู้ผลิต USDC คือ เซอร์เคิล และ Coinbase ได้ลดลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งทำให้บริษัทที่พึ่งพารูปแบบรายได้ของ Stablecoin จำเป็นต้องปรับโครงสร้างองค์กร เมกซีเวนเชอร์สชี้ให้เห็นว่าโปรโตคอล DeFi หลายแห่งอาจต้องปรับรูปแบบธุรกิจของตนด้วย
ธนาคารแบบดั้งเดิมมีความกังวลเกี่ยวกับการจ่ายดอกเบี้ยของ Stablecoin ซึ่งถูกมองว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงที่แข่งขันได้ โดยสมาคมธนาคารอเมริกาชี้ให้เห็นว่าดอกเบี้ยของ Stablecoin อาจสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากของธนาคาร ซึ่งอาจทำให้เกิดการไหลออกของเงินฝาก ข้อตกลงใหม่ได้คำนึงถึงความกังวลเหล่านี้ โดยกำหนดแนวทางในการจำกัดการจ่ายดอกเบี้ยของแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัล
การตั้งหลักของ CLARITY Act อาจเป็นปัจจัยทางบวกสำหรับตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในระยะยาว โดยคาดว่าจะกระตุ้นการเข้ามาของสถาบันการเงินขนาดใหญ่เช่น JP Morgan และ Goldman Sachs ผลการหารือของคณะกรรมการธนาคารวุฒิสภาที่กำหนดไว้ในปลายเดือนเมษายน 2026 มีแนวโน้มจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญต่ออนาคตของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วโลก
ความคิดเห็น 0