บิตคอยน์(BTC) พยายาม ‘เบรกกรอบไซด์เวย์’ หลังแกว่งตัวมาหลายเดือน และเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวขึ้นอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม จุดสำคัญในรอบนี้อาจไม่ใช่แค่การ ‘รีบาวด์’ ระยะสั้น แต่คือ ‘ทิศทาง’ ว่าจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของขาขึ้นรอบใหม่หรือเป็นเพียงการเด้งในกรอบเดิมเท่านั้น
ข้อมูลจาก XWIN รีเสิร์ช เจแปน ระบุว่า ดัชนีสแตนดาร์ดแอนด์พัวร์(S&P)500 และแนสแด็ก ต่างทำจุดสูงสุดใหม่ตลอดกาล ในขณะที่บิตคอยน์และอีเธอเรียม(ETH) ยังเทรดต่ำกว่าจุดสูงสุดเดิมอย่างมาก โดยบิตคอยน์ยังต่ำกว่าจุดพีคเดิมราว 40% ส่วนอีเธอเรียมต่ำกว่าราว 52% ขณะที่ทองคำปรับลงประมาณ 12% และเงินร่วงราว 34% เมื่อดูเผิน ๆ ภาพรวมเหมือนภาวะ ‘เสี่ยงเปิดรับ’ กลับมา แต่ในความเป็นจริงเม็ดเงินกลับไหลเข้าหาเพียงบางสินทรัพย์ จนคล้ายเป็น ‘การรีพรाइसแบบเลือกข้าง’ มากกว่าจะเป็นบูลมาร์เก็ตกว้าง ๆ
ทางรีเสิร์ชมองว่าบรรยากาศการลงทุนรอบนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนจากการคลี่คลายของเงินเฟ้อหรือการลดดอกเบี้ยเชิงรุกของธนาคารกลาง แต่เกิดจาก ‘ความเสี่ยงหาง’ (Tail Risk) ที่ลดลง เช่น ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ผ่อนคลายลง และความกังวลต่อช็อกด้านพลังงานที่ลดความรุนแรงลง กล่าวอีกแบบคือ สภาพคล่องในระบบยังไม่ได้ “ล้นตลาด” แต่ตลาดเพียงแค่ถอน ‘ส่วนลดเพื่อความกลัว’ ออกจากราคา ทำให้สินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้นตอบรับก่อน ตามด้วยสินทรัพย์ที่มักเคลื่อนไหวช้ากว่าอย่างบิตคอยน์ ซึ่งมักดูดซับสภาพคล่องในลำดับถัดมา
ด้านราคา บิตคอยน์กำลังกลับไปทดสอบแนวต้านแถวบริเวณ 75,000 ดอลลาร์อีกครั้ง หลังจากปรับฐานแรงเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ และสร้างฐานราคาในกรอบราว 72,500–75,000 ดอลลาร์ ก่อนจะเบรกกรอบด้านบนขึ้นมา ทำให้แรงซื้อระยะสั้นเริ่มกลับมาชัดเจน ปริมาณการซื้อขายลดความร้อนแรงลงจากจุดพีคและกลับมาอยู่ในระดับที่เสถียรกว่า ขณะที่เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วันเริ่มมีแนวโน้ม ‘หันหัวขึ้น’ ส่วนเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันยังคงอยู่สูงกว่าระดับราคาปัจจุบันอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้แนวโน้ม ‘ขาขึ้นระยะกลาง–ยาว’ ยังไม่ถูกยืนยันเต็มตัว
ในฝั่งโครงสร้างตลาด มุมมองหนึ่งที่เริ่มถูกพูดถึงคือ บิตคอยน์อาจไม่ใช่ ‘สินทรัพย์ที่ตามหลัง’ แต่เป็น ‘สินทรัพย์ที่รอคิว’ มากกว่า สัญญาณอย่างปริมาณบิตคอยน์ที่เหลืออยู่บนกระดานเทรดลดลงต่อเนื่อง และกระแสการสะสมบนเชน(온체인) ที่ยังคงไหลเข้ามา สะท้อนว่าภาพเชิงโครงสร้างกำลังค่อย ๆ ดีขึ้น ‘ความคิดเห็น’ การไหลออกจากกระดานไปยังกระเป๋าเก็บระยะยาวมักเป็นสัญญาณหนุนราคาในเฟสถัดไป
อย่างไรก็ตาม การที่ราคาจะสะท้อนปัจจัยพื้นฐานเหล่านี้อย่างเต็มที่ เงื่อนไขสำคัญคือบิตคอยน์ต้องยืนเหนือระดับ 75,000 ดอลลาร์ได้อย่างมั่นคงก่อน ทั้งในแง่ราคาและปริมาณการซื้อขาย หากยืนเหนือได้ การตีความตลาดอาจเริ่มขยับจากคำว่า ‘รีบาวด์’ ไปสู่ ‘การเปลี่ยนทิศเทรนด์’ แต่ในสถานการณ์ตอนนี้ แม้ ‘แรงขึ้น’ จะเห็นชัด ทิศทางใหญ่ของบิตคอยน์ก็ยังคงอยู่ในช่วงรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ ทั้งสำหรับบิตคอยน์(BTC) และสกุลเงินดิจิทัลหลักอื่นอย่างอีเธอเรียม(ETH) ที่ยังตามหลังจุดสูงสุดเดิมพอสมควรเช่นกัน
ความคิดเห็น 0