ผู้ใช้ X นามว่า ‘@cprkrn’ สามารถกู้คืนบิตคอยน์(BTC) จำนวนราว ‘5BTC’ จากกระเป๋าที่ถูกล็อกมากว่า 11 ปีกลับมาได้สำเร็จ มูลค่าปัจจุบันอยู่ราว 40만~50만달러 หรือประมาณ 5억9700만~7억4600만원 โดยมี ‘Claude AI’ ของบริษัทแอน트로픽(Anthropic) เป็นกุญแจสำคัญในการช่วยค้นหาไฟล์และจัดกระบวนการกู้กระเป๋าครั้งนี้ จุดประกายความสนใจเรื่องวิธี ‘กู้กระเป๋าเงินคริปโต’ ด้วยเครื่องมือ AI ให้ร้อนแรงขึ้นอีกครั้ง
เมื่อวันที่ 13 (เวลาท้องถิ่น) ตามรายงานของ Cointelegraph ผู้ใช้ @cprkrn เปิดเผยว่า เขาไม่สามารถเข้าถึงกระเป๋าบิตคอยน์ที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2015 ได้เลยตลอดช่วงที่ผ่านมา สาเหตุมาจากตอนเป็นนักศึกษาเขาเปลี่ยนรหัสผ่านขณะเมา และดันลืมข้อมูลใหม่ไปโดยสิ้นเชิง แม้จะยังมี ‘ซีดวลี(seed phrase) แบบเก่า’ อยู่ในมือ แต่ซีดดังกล่าวไม่ตรงกับไฟล์กระเป๋าเงินปัจจุบัน ทำให้ไม่สามารถนำมาใช้ปลดล็อกได้
ก่อนหันมาใช้ ‘Claude AI’ เจ้าตัวพยายามกู้กระเป๋าหลายรูปแบบ ใช้บริการผู้เชี่ยวชาญด้านการกู้กระเป๋าไปแล้วราว 250달러 และลองใช้โปรแกรมเดารหัสผ่านที่ต้องไล่เช็ก ‘ชุดรหัสเป็นล้านล้านแบบ’ รวมแล้วจำนวนคอมบิเนชันสูงถึงระดับ 7조 개 แต่สุดท้ายทุกวิธีก็ล้มเหลว
ครั้งนี้ ‘Claude AI’ ไม่ได้เจาะ ‘การเข้ารหัสของบิตคอยน์’ โดยตรง แต่ช่วย ‘ค้นหาเบาะแส’ ที่กระจัดกระจายอยู่ในไฟล์เก่าๆ มากกว่า @cprkrn เล่าว่าเขานำไฟล์จากโน้ตบุ๊กเครื่องเก่า สำเนาสำรอง และเอกสารต่างๆ ทั้งหมดอัปโหลดให้ Claude ช่วยวิเคราะห์ ผลคือ AI สามารถค้นพบไฟล์กระเป๋าเวอร์ชันเก่าที่อยู่ก่อนไฟล์กระเป๋าปัจจุบัน และชี้จุดผิดปกติในลำดับขั้นตอนที่ใช้กับเครื่องมือโอเพนซอร์ส ‘btcrecover’
Claude ระบุว่ากระบวนการที่ใช้กับ btcrecover มีการ ‘จัดลำดับขั้นผิด’ ทำให้โปรแกรมไม่สามารถงัด ‘กุญแจส่วนตัว’ ออกมาได้อย่างถูกต้อง เมื่อแก้ไขขั้นตอนตามที่ Claude ชี้แนะแล้ว กระบวนการถอดรหัสก็สำเร็จ และสามารถดึง ‘private key’ ของกระเป๋าออกมาได้ในที่สุด
เขาแชร์ภาพข้อความเอาต์พุตของ Claude บน X ว่า ‘PRIVATE KEYS DECRYPTED! WE GOT IT!!! THE 5 BTC IS YOURS!’ เพื่อยืนยันผลสำเร็จ ข้อมูลบนบล็อกเชนก็สอดคล้องกัน โดยบล็อกเชนเอ็กซ์พลอเรอร์ Blockchair แสดงให้เห็นว่าที่อยู่ดังกล่าวไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ มาตั้งแต่ปี 2015 ก่อนจะมีธุรกรรมถอนเหรียญและย้ายกระเป๋าเกิดขึ้นในวันเดียวกับการโพสต์เล่าเหตุการณ์
โพสต์ของ @cprkrn ถูกดูมากกว่า 600만회 ภายในเวลาอันสั้น กลายเป็นกระแสถกเถียงในวงการคริปโตทันที เหล่าบุคคลดังในแวดวงอย่าง นิโคล คาร์터, ลอรา ชิน และ เจสซี พอลล็อก ต่างออกมารีทวีตและแสดงความเห็น ผู้โพสต์ยังแนะนำในภายหลังว่า หากใครมีไฟล์คอมพิวเตอร์เก่า โน้ตบุ๊กเก็บไว้ หรือบันทึกที่เกี่ยวข้องกับกระเป๋าเงินคริปโต ให้ลอง ‘โยนทุกอย่างเข้าไปให้ Claude วิเคราะห์’ เผื่อจะเจอเบาะแสแบบที่เขาเจอ พร้อมฝากคำขอบคุณถึง ดาริโอ อาโมเด이 ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของแอน트โรปิกที่อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยีนี้ด้วย
บิตคอยน์ชุดนี้ถูกซื้อในช่วงราคาเหรียญละราว 250달러 หรือมูลค่ารวมเพียง 1,250달러เท่านั้น เมื่อเทียบกับราคาปัจจุบันที่บิตคอยน์(BTC) ซื้อขายกันราว 7만9300달러ต่อเหรียญ การกู้คืนครั้งนี้ไม่เพียงเป็นตัวอย่างของ ‘การใช้ AI ช่วยปลดล็อกทรัพย์สินดิจิทัลที่สูญหาย’ แต่ยังสะท้อน ‘พลังของการถือยาว (HODL)’ ที่เปลี่ยนเงินหลักพันดอลลาร์ให้กลายเป็นสินทรัพย์ระดับหลาย십만달러ในระยะเวลากว่า 10 ปีอีกด้วย
‘ความคิดเห็น’ กรณีนี้ชี้ให้เห็นว่า AI อย่าง Claude ยังไม่สามารถเจาะระบบเข้ารหัสของบิตคอยน์ได้โดยตรง แต่มีศักยภาพสูงมากในการจัดการข้อมูลจำนวนมหาศาล ไล่เชื่อมโยงไฟล์ กระบวนการ และข้อผิดพลาดที่มนุษย์มองข้ามไป สำหรับผู้ใช้คริปโตที่ทำกระเป๋าหายหรือเข้าถึงไม่ได้ การใช้ AI มาช่วย ‘ขุดหาเบาะแส’ จากไฟล์เก่าและบันทึกต่างๆ อาจกลายเป็นแนวทางมาตรฐานในอนาคต โดยเฉพาะเมื่อมูลค่าของบิตคอยน์(BTC) และคริปโตอื่นๆ ยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง การปกป้องและ ‘กู้คืน’ กุญแจส่วนตัวจึงยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นตามไปด้วย
ความคิดเห็น 0