บริษัท บิทคอยน์เพื่อการเงิน ‘นากาโมโตะ(NAKA)’ ร่วงกว่า 10% ในวันพุธที่ผ่านมา หลังประกาศทำ ‘แตกพาร์ย้อนกลับ 1 ต่อ 40’ (Reverse Split) ไปเพียงไม่กี่วัน เพื่อพยายามรักษาเกณฑ์การอยู่รอดบนตลาดหุ้นแนสแด็ก แต่ราคาหุ้นก็ยังไม่สามารถฟื้นตัวได้ ทำให้ความกังวลต่ออนาคตของ ‘นากาโมโตะ(NAKA)’ และโมเดล ‘บริษัทเก็บบิตคอยน์(BTC) ไว้ในงบดุล’ เพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง
เมื่อวันที่ 13 (เวลาท้องถิ่น) ตามรายงานของ Cointelegraph หุ้น ‘นากาโมโตะ(NAKA)’ ร่วงลงไปแล้วราว 67% เมื่อเทียบกับต้นปี และดิ่งลงมากว่า 99% จากจุดสูงสุดในรอบปีที่ระดับประมาณ 34 ดอลลาร์ซึ่งเคยทำไว้เมื่อเดือนพฤษภาคม ก่อนหน้านั้นในเดือนเมษายน ราคาหุ้นเคยไหลลงไปต่ำสุดแถว 0.16 ดอลลาร์ต่อหุ้น ส่งผลให้บริษัทตัดสินใจทำ ‘แตกพาร์ย้อนกลับ’ ลดจำนวนหุ้นที่หมุนเวียนในตลาดจากราว 696 ล้านหุ้น เหลือเพียงประมาณ 17.4 ล้านหุ้น เพื่อดันราคาให้กลับมาอยู่ในกรอบที่ตลาดหลักทรัพย์กำหนด
การปรับโครงสร้างหุ้นครั้งนี้ตามมาหลังแนสแด็กส่ง ‘หนังสือเตือนถอดถอน’ ถึง ‘นากาโมโตะ(NAKA)’ เมื่อเดือนธันวาคมปีก่อน โดยชี้ว่า ราคาหุ้นของบริษัทซื้อขายต่ำกว่า 1 ดอลลาร์ต่อเนื่องกัน 30 วันทำการ ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญของการถูกพิจารณาถอนหุ้นออกจากตลาด จากเอกสารที่บริษัทส่งให้คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ(SEC) ระบุชัดว่า บริษัทเลือกใช้วิธี ‘แตกพาร์ย้อนกลับ’ เพื่อให้กลับไปเข้าเกณฑ์การคงสภาพการจดทะเบียนในแนสแด็ก
อย่างไรก็ตาม การร่วงของหุ้น ‘นากาโมโตะ(NAKA)’ รอบนี้ ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นเพียง ‘การย่อตัวทางเทคนิค’ เท่านั้น เพราะหากมองภาพรวมตั้งแต่ต้นปี 2025 หุ้นกลุ่ม ‘บริษัทการเงินที่ถือบิตคอยน์(BTC)’ ทั้งกระดานก็อ่อนตัวลง ทว่าผลตอบแทนของ ‘นากาโมโตะ(NAKA)’ กลับย่ำแย่กว่าหุ้นชั้นนำในกลุ่มเดียวกันอย่างชัดเจน
ฝั่ง ‘สเตรทิจี(MSTR)’ ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทที่ถือบิตคอยน์(BTC) รายใหญ่ ยังสามารถยืนบวกได้ราว 2.5% นับจากต้นปี ขณะที่ ‘ทเวนตี วัน แคปिटल(XXI)’ ซึ่งถือบิตคอยน์อยู่ 43,414 เหรียญ ราคาหุ้นถอยลงมาเพียงกว่า 17% เท่านั้น ด้าน ‘สไตรฟ์ แอสเซท แมเนจเมนต์(ASST)’ ยังคงปรับขึ้นได้มากกว่า 20% ในปีนี้ สะท้อนว่าภาพรวมของกลุ่ม ‘บริษัทบิตคอยน์เพื่อการเงิน’ ยังไม่ได้ร่วงพร้อมกันทั้งกระดาน แต่เป็นการไหลลงแบบคัดตัวหุ้นรายตัวมากขึ้น
ในมุมมองของตลาด โมเดล ‘บริษัทการเงินที่กว้านซื้อบิตคอยน์(BTC) มาถือในงบดุล’ เริ่มเข้าสู่ช่วง ‘ปรับฐานฟองสบู่’ หลังจากราคาคริปโตและหุ้นที่เกี่ยวข้องวิ่งแรงต่อเนื่องในช่วงก่อนหน้า ‘ความคิดเห็น’ หลายฝ่ายมองว่า ยิ่งเป็นบริษัทขนาดเล็กถึงกลาง ยิ่งเผชิญแรงกดดันสูง ทั้งด้านการระดมทุน ต้นทุนทางการเงิน และแรงขายจากนักลงทุนที่กังวลเรื่องความเสี่ยงด้านราคาและความผันผวน ทำให้ภาระในการรักษาสถานะการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ยิ่งหนักขึ้นไปอีก
ฝั่งฝันเทร้า แคปิตอล(Pantera Capital) หนึ่งในกองทุนเงินร่วมลงทุนชื่อดังในสายคริปโต ประเมินว่า ‘การคัดตัวรอบใหญ่’ ในกลุ่มนี้จะยิ่งชัดเจนขึ้นในปี 2026 โดยเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ฝันเทร้าได้เผยมุมมองว่า “ในปี 2026 จะเกิดการคัดกรองที่โหดร้ายมาก แต่ละกลุ่มสินทรัพย์น่าจะเหลือผู้เล่นหลักเพียง 1–2 รายเท่านั้น ส่วนที่เหลือจะถูกควบรวมกิจการหรือค่อยๆ หลุดจากการแข่งขันไป”
ด้าน ‘นากาโมโตะ(NAKA)’ เองยังไม่ตอบรับคำขอแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการร่วงลงรอบล่าสุดของราคาหุ้น สะท้อนความไม่แน่นอนที่ยังปกคลุมบริษัท ในขณะที่นักลงทุนบางส่วนยังคงเชื่อมั่นในศักยภาพของโมเดล ‘บริษัทเก็บบิตคอยน์(BTC) เป็นสินทรัพย์ยุทธศาสตร์’ แต่ ‘ความคิดเห็น’ ภาพรวมของตลาดกำลังชี้ไปในทางเดียวกันว่า สุดท้ายแล้วกลุ่มนี้จะถูกจัดระเบียบใหม่ โดยให้น้ำหนักกับบริษัทที่มี ‘เงินทุนแข็งแรง’ และ ‘ความสามารถในการเอาตัวรอด’ มากกว่าการพึ่งพา ‘กระแสบิตคอยน์(BTC)’ เพียงอย่างเดียว
ความคิดเห็น 0