บิตคอยน์(BTC) ร่วงใกล้ ‘75,000ดอลลาร์’ อีกครั้ง หลังเด้งสั้นๆ แถว ‘78,000ดอลลาร์’ แล้วกลับตัวลงแรง ท่ามกลางกระแส ‘ชอร์ต’ หุ้นสหรัฐที่พุ่งสูง ซึ่งอาจกลายเป็นตัวแปรสำคัญกดดันราคาบิตคอยน์(BTC) ลงได้อีก
เมื่อวันที่ 13 แพลตฟอร์มวิเคราะห์ออนเชน ‘คริปโตควอน트(CryptoQuant)’ เปิดเผยมุมมองของนักวิเคราะห์ภายใต้นามแฝง ‘XWIN Japan’ ระบุว่า การเพิ่มขึ้นของการขายชอร์ตในตลาดหุ้นสหรัฐ ไม่ได้เป็นแค่าสัญญาณ ‘มุมมองลบ’ ต่อหุ้นเท่านั้น แต่ยังอาจสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อ ‘ตลาดบิตคอยน์(BTC)’ ในวงกว้างด้วย เขาชี้ว่า สถาบันยังคงถือสถานะซื้อขนาดใหญ่เอาไว้ ขณะเดียวกันก็เร่งเพิ่มสถานะชอร์ตเพื่อ ‘เฮดจ์ความเสี่ยง’ ส่งผลให้ระดับ ‘เลเวอเรจ’ โดยรวมในวอลล์สตรีทสูงเกินปกติ
ข้อมูลล่าสุดชี้ว่า ‘กองทุนเฮดจ์ฟันด์’ มีเลเวอเรจรวมพุ่งขึ้นมาราว 293% ขณะที่สถานะชอร์ตในดัชนี S&P500 ก็ใกล้ทำสถิติสูงสุดใหม่ สถานการณ์นี้สะท้อนว่า แม้ภาพรวมตลาดดูเหมือน ‘นิ่ง’ แต่โครงสร้างภายในกลับเปลี่ยนไปในเชิง ‘ป้องกันความเสี่ยง’ อย่างชัดเจน เงินทุนจำนวนมากไหลเข้าหุ้นบิ๊กแคปกลุ่ม ‘ปัญญาประดิษฐ์(AI)’ ในขณะที่หลายอุตสาหกรรมอื่น รวมถึงหุ้นขนาดกลาง–เล็ก กลับถูกเทขายและอ่อนแรงกว่า
ความสัมพันธ์ระหว่าง ‘บิตคอยน์(BTC)’ กับ ‘ตลาดหุ้นสหรัฐ’ จึงกลับมาเป็นประเด็นที่ถูกจับตาอีกครั้ง ย้อนไปช่วงปี 2020 ตอนที่โควิด-19 ระบาดรุนแรง บิตคอยน์(BTC) ร่วงลงพร้อมกับสินทรัพย์เสี่ยงอื่นๆ ทำให้ไม่สามารถทำหน้าที่เป็น ‘สินทรัพย์ปลอดภัย’ ได้อย่างที่หลายคนคาดหวัง นับตั้งแต่ปี 2020 ถึง 2022 บิตคอยน์(BTC) และดัชนี S&P500 ก็เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันโดยรวม สะท้อนภาพของการเป็น ‘สินทรัพย์เสี่ยง’ ที่โดนกระทบจากสภาพคล่องและดอกเบี้ยเหมือนกัน
อย่างไรก็ตาม นับจากปี 2025 เป็นต้นมา รูปแบบเริ่มเปลี่ยนไปบางส่วน ขณะที่ดัชนี S&P500 เคลื่อนไหวค่อนข้างนิ่งและเสถียรกว่า บิตคอยน์(BTC) กลับผันผวนแรงต่อเนื่อง โดยมีแรงซื้อในตลาดสปอตและกระแสเงินทุนไหลเข้ากองทุน ETF บิตคอยน์สปอตเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก มีการตีความในหมู่ผู้เชี่ยวชาญว่า บิตคอยน์(BTC) กำลังค่อยๆ เปลี่ยนสถานะจาก ‘สินทรัพย์เสี่ยงทั่วไป’ ไปสู่ ‘สินทรัพย์ลูกผสม (Hybrid Asset)’ ที่ตอบสนองต่อ ‘สภาพคล่อง’ และ ‘ดีมานด์จากสถาบัน’ มากกว่าปัจจัยหุ้นแบบเดิม
‘คำ’คำถามสำคัญในตอนนี้ จึงอยู่ที่ทิศทางการลดเลเวอเรจในตลาดหุ้นสหรัฐ และแนวนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) หากเฟดกลับมาส่งสัญญาณ ‘ผ่อนคลายนโยบายการเงิน’ ดอกเบี้ยปรับลด ค่าเงินดอลลาร์อ่อนตัว และเม็ดเงินยังไหลเข้าสินทรัพย์ดิจิทัลผ่าน ETF อย่างต่อเนื่อง มีโอกาสที่บิตคอยน์(BTC) จะเคลื่อนไหวในฐานะ ‘สินทรัพย์สภาพคล่องทางเลือก’ ที่มีจังหวะแยกตัวจากกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีมากขึ้น
แต่ในทางกลับกัน หากความผันผวนและความเสี่ยงในตลาดหุ้นสหรัฐขยายตัวจากภาวะเลเวอเรจสูงเกินไป จนเกิดแรงย่อต่อเนื่อง หรือถูกบังคับลดสถานะครั้งใหญ่ นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า บิตคอยน์(BTC) ก็อาจหลีกเลี่ยงแรงขายไม่พ้น และเผชิญ ‘การปรับฐานรอบใหม่’ ในระยะสั้น ถึงแม้โครงสร้างระยะยาวจะยังได้แรงหนุนจาก ETF และการเข้ามาของสถาบันอยู่ก็ตาม
"ความคิดเห็น" บทวิเคราะห์ล่าสุดจึงสะท้อนภาพที่ซับซ้อนมากขึ้นของบิตคอยน์(BTC) ในระบบการเงินโลก ไม่ได้เป็นเพียงสินทรัพย์เสี่ยงตัวหนึ่ง หรือทองคำดิจิทัลแบบสุดโต่ง แต่กลายเป็นตัวแปรที่ผูกติดทั้ง ‘สภาพคล่องดอลลาร์’ ‘เลเวอเรจของสถาบัน’ และ ‘ทิศทางเงินทุนผ่าน ETF’ ไปพร้อมกัน นักลงทุนจึงต้องจับตา ‘ตลาดหุ้นสหรัฐ’ ควบคู่กับ ‘การเคลื่อนไหวของเฟด’ อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแรงกดดันหรือโอกาสรอบใหม่ในตลาดบิตคอยน์(BTC) ช่วงถัดไป
ความคิดเห็น 0