สตอเรจแล็บส์(Storj Labs) ผู้ให้บริการ ‘คลาวด์แบบกระจายศูนย์’ ที่อยู่เบื้องหลังโทเค็น สตอรจ์(STORJ) เข้ายื่นขอ ‘Chapter 11’ หรือการขอคุ้มครองล้มละลายต่อศาลสหรัฐฯ เพื่อจัดระเบียบ ‘หนี้’ ที่สะสมมานาน ไม่ใช่ผลกระทบจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ บริษัทยืนยันว่าจะยังเดินหน้าให้บริการเครือข่ายตามปกติ และกำลังพิจารณาเปิดโอกาสให้ผู้ถือโทเค็น STORJ เข้าถือหุ้นในบริษัทใหม่หลังปรับโครงสร้าง
เมื่อวันที่ 13 (เวลาท้องถิ่น) ตามรายงานของ Cointelegraph สตอเรจแล็บส์ยื่นคำร้องขอรับความคุ้มครองภายใต้กฎหมายล้มละลาย Chapter 11 ต่อศาลล้มละลายเขต Northern District รัฐเวสต์เวอร์จิเนียแบบสมัครใจ บริษัทระบุว่า ระหว่างกระบวนการปรับโครงสร้าง ธุรกิจหลักและการให้บริการลูกค้าจะดำเนินต่อไปภายใต้การกำกับดูแลของศาล ขณะที่บริษัทแม่อย่าง อินเวนเนียม(Inveniam) จะยังสนับสนุนการดำเนินงานเช่นเดิม
‘ประเด็นร้อน’ ที่ตลาดจับตาอยู่ที่ผู้ถือโทเค็น STORJ จะมีโอกาสเข้าถือ ‘หุ้น’ ของบริษัทที่ถูกรีสตรักเจอร์หรือไม่ ในจดหมายเปิดผนึก สตอเรจแล็บส์อธิบายว่าหนี้ส่วนใหญ่เกิดจากกลยุทธ์ในอดีตและไม่สามารถแก้ไขให้จบได้ด้วยการเติบโตของธุรกิจเพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตามเครือข่ายยังทำงานปกติและ ‘ฟังก์ชันการใช้งาน’ ของโทเค็น STORJ ยังไม่เปลี่ยนแปลง
บริษัทกำลังสำรวจแนวทางให้ *ผู้ถือโทเค็นมีส่วนร่วมในโครงสร้างทุนใหม่* แต่รายละเอียดสำคัญยังไม่ถูกเปิดเผย ไม่ว่าจะเป็นเกณฑ์คัดเลือกผู้มีสิทธิ์ วิธีการทำสแนปช็อตโทเค็น เงื่อนไขการล็อก (lock-up) หรือสัดส่วนการจัดสรรหุ้น แนวทางใดก็ตามจะต้องจัดลำดับความสำคัญตามกฎหมายล้มละลายและได้รับการอนุมัติจากศาลก่อน ‘ความคิดเห็น’ หากศาลไฟเขียว นี่อาจกลายเป็นเคสอ้างอิงสำคัญว่าผู้ถือโทเค็นยูทิลิตี้สามารถ “ข้ามเส้น” เข้าไปใกล้สถานะผู้ถือหุ้นได้แค่ไหน
ตลาดไม่แสดงปฏิกิริยารุนแรงต่อข่าวดังกล่าว จากข้อมูลของ CoinGecko ราคา STORJ หลังการประกาศยังเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ ใกล้ 0.072 ดอลลาร์ต่อโทเค็น คิดเป็นราว 106 บาทต่อโทเค็น เมื่อใช้อัตราแลกเปลี่ยนที่ 1,464.80 วอนต่อดอลลาร์
สตอเรจแล็บส์ถือเป็นหนึ่งในโปรเจกต์ ‘โครงสร้างพื้นฐานแบบกระจายศูนย์’ รุ่นบุกเบิก ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2014 ด้วยโมเดลแบ่งปันพื้นที่จัดเก็บข้อมูลระหว่างผู้ใช้งาน แทนการพึ่งพาคลาวด์แบบรวมศูนย์ การยื่น Chapter 11 ครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการปรับโครงสร้างหนี้ของบริษัทเท่านั้น แต่ยังกลายเป็น ‘บททดสอบ’ ของแนวคิดคลาวด์กระจายศูนย์ในศาลล้มละลายสหรัฐฯ ด้วยว่า *โทเค็นยูทิลิตี้* สามารถผูกโยงกับ *ความเป็นเจ้าของในบริษัท* ได้มากน้อยเพียงใด
กระบวนการของสตอเรจแล็บส์เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสการปรับโครงสร้างในอุตสาหกรรมคริปโต ช่วงเดือนเดียวกันนี้ มูฟเมนต์ แล็บส์(Movement Labs) และพูลขุดบิตคอยน์ชื่อดัง พูลอิน(Poolin) ก็เพิ่งยื่นขอรับการคุ้มครองจากศาลเพื่อเดินหน้าสู่การรีสตรักเจอร์ ในอีกด้านหนึ่ง บิทเม็กซ์(BitMEX) เลือกแนวทาง ‘ปิดกิจการแบบมีการจัดการ’ แทนที่จะเข้าสู่กระบวนการล้มละลายเต็มรูปแบบ
‘ความคิดเห็น’ นักวิเคราะห์ในวงการมองว่ากรณีของสตอเรจแล็บส์อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ไม่ใช่แค่เรื่องการอยู่รอดของโปรเจกต์ใดโปรเจกต์หนึ่ง แต่เป็นเวทีที่เส้นแบ่งระหว่าง ‘โทเค็น’ กับ ‘หลักทรัพย์หรือหุ้น’ ถูกทดสอบอย่างจริงจัง ผลลัพธ์ของการปรับโครงสร้างครั้งนี้อาจส่งแรงสะเทือนไปยังโปรเจกต์โครงสร้างพื้นฐานแบบกระจายศูนย์รายอื่นๆ ที่ออกโทเค็นยูทิลิตี้ในลักษณะคล้ายกัน และกำลังชั่งใจว่าจะแบ่งปัน ‘อำนาจความเป็นเจ้าของ’ ให้ชุมชนผู้ถือโทเค็นมากน้อยเพียงใดในอนาคต
ความคิดเห็น 0