คอสมอสแล็บ(COSMOS LAB) ปิดดีลระดมทุนซีรีส์เอมูลค่า 22,000 ล้านวอน และเตรียมเดินหน้าสู่การผลิตแบตเตอรี่สังกะสี-ฮาโลเจนแบบใช้น้ำเป็นสารตั้งต้นในเชิงพาณิชย์ โดยจะปิดการชำระเงินลงทุนรอบสุดท้ายภายในสิ้นเดือนนี้
คอสมอสแล็บเปิดเผยเมื่อวันที่ 12 ว่าปิดดีลระดมทุนมูลค่ารวม 22,000 ล้านวอนได้สำเร็จ โดยมีทั้งนักลงทุนสถาบันในและต่างประเทศ รวมถึงนักลงทุนเชิงกลยุทธ์เข้าร่วมในรอบนี้ ตัวแทนบริษัทกล่าวว่า “เงินลงทุนที่ได้จะนำไปใช้ยกระดับเทคโนโลยีแบตเตอรี่สังกะสี-ฮาโลเจนแบบใช้น้ำ พร้อมวางรากฐานด้านการผลิตเชิงพาณิชย์และการขยายธุรกิจสู่ตลาดโลก เพื่อรองรับการเติบโตของศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์(AI) และระบบกักเก็บพลังงาน(ESS) ยุคใหม่” คำกล่าวนี้สะท้อนว่าบริษัทให้น้ำหนักกับการนำผลวิจัยไปสู่การผลิตจริงเป็นลำดับแรก
คอสมอสแล็บกำลังพัฒนาเซลล์แบตเตอรี่ ‘ไร้ลิเทียม’ ที่ใช้สารอิเล็กโทรไลต์แบบน้ำที่ไม่ติดไฟ ร่วมกับวัสดุกลุ่มสังกะสี-ฮาโลเจน ต่างจากแบตเตอรี่โฟลว์สังกะสี-โบรมีนหรือแบตเตอรี่โฟลว์วานาเดียมทั่วไป เพราะบริษัทออกแบบให้เป็นโครงสร้างเซลล์แบบรวมชิ้นเดียว ไม่ต้องใช้ถังอิเล็กโทรไลต์ภายนอกและปั๊มหมุนเวียน โดยผนวกเทคโนโลยีปฏิกิริยาฮาโลเจนเข้าไปด้วย
แบตเตอรี่แบบใช้น้ำเป็นสารตั้งต้นคือแบตเตอรี่ที่ใช้อิเล็กโทรไลต์จากน้ำแทนอิเล็กโทรไลต์อินทรีย์ที่ติดไฟง่าย คอสมอสแล็บระบุว่าโครงสร้างแบบรวมชิ้นเดียวช่วยรักษาความปลอดภัยของแบตเตอรี่ประเภทนี้ไว้ พร้อมเพิ่มความหนาแน่นพลังงานและการใช้พื้นที่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
บริษัทพัฒนาแบบครบวงจร ตั้งแต่ขั้วบวก ขั้วลบ แผ่นกั้น สารอิเล็กโทรไลต์ ไปจนถึงเทคโนโลยีการชาร์จ-คายประจุ โครงสร้างเซลล์ และกระบวนการผลิต เป้าหมายคือการต่อยอดแบตเตอรี่สังกะสี-ฮาโลเจนแบบใช้น้ำที่ยังอยู่ในขั้นวิจัยและพัฒนา ให้กลายเป็นเซลล์เชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่พร้อมผลิตจริง
แบตเตอรี่ไร้ลิเทียมถูกจับตาว่าอาจเป็นเทคโนโลยีที่เข้ามาเสริมแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนในศูนย์ข้อมูล AI และระบบ ESS สำหรับโครงข่ายไฟฟ้า เนื่องจากศูนย์ข้อมูล AI เป็นสถานที่ที่ต้องใช้อุปกรณ์คำนวณขนาดใหญ่ ระบบไฟฟ้า และระบบระบายความร้อนสำหรับการฝึกและประมวลผลโมเดลปัญญาประดิษฐ์ จึงต้องการความเสถียรของไฟฟ้าและความปลอดภัยจากอัคคีภัยเป็นพิเศษ
ส่วน ESS คืออุปกรณ์กักเก็บไฟฟ้าไว้ใช้ในภายหลัง โดยทั่วไปจะประกอบเซลล์แบตเตอรี่เป็นโมดูล แร็ก และระบบ ก่อนผ่านการทดสอบและรับรองมาตรฐานตามสภาพการใช้งานจริง
คอสมอสแล็บวางแผนใช้เงินลงทุนรอบนี้เสริมศักยภาพการวิจัยและพัฒนาในประเทศ พร้อมสร้างความสามารถในการทำซ้ำและเพิ่มผลผลิตของกระบวนการผลิตเซลล์ขนาดใหญ่ให้มีความแม่นยำ นอกจากนี้ยังเดินหน้าทดสอบและขอการรับรองมาตรฐานที่จำเป็นสำหรับสภาพแวดล้อม ESS และศูนย์ข้อมูล AI เป็นลำดับขั้น
ควบคู่ไปกับการตรวจสอบความพร้อมใช้งานในระดับโมดูล แร็ก และระบบ เพื่อวางรากฐานผลิตภัณฑ์และการผลิตเชิงพาณิชย์ที่ลูกค้าทั่วโลกสามารถนำไปใช้งานได้จริง
ซอฟท์แบงก์(SoftBank) ประกาศเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคมว่าเริ่มร่วมพัฒนากับคอสมอสแล็บ เพื่อผลิตเซลล์แบตเตอรี่ความปลอดภัยสูงที่ไม่ติดไฟในเชิงพาณิชย์ ทั้งสองบริษัทกำลังพัฒนาเซลล์แบตเตอรี่สังกะสี-ฮาโลเจนแบบใช้น้ำ สำหรับใช้งานในระบบ ESS ของศูนย์ข้อมูล AI ยุคถัดไป
ซอฟท์แบงก์ระบุศูนย์ข้อมูล AI โอซาก้า-ซาไก (Osaka Sakai) ที่กำลังก่อสร้างในเมืองซาไก จังหวัดโอซาก้า เป็นฐานหลักของโครงการนี้ โดยตั้งเป้าเริ่มผลิตเซลล์แบตเตอรี่และระบบ ESS ในปีงบประมาณ 2027 และขยายกำลังผลิตเชิงพาณิชย์ระดับกิกะวัตต์-ชั่วโมง(GWh) ต่อปี ภายในปีงบประมาณ 2028
ซอฟท์แบงก์ชี้ว่าจุดเด่นสำคัญของแบตเตอรี่คอสมอสแล็บคือการใช้น้ำบริสุทธิ์เป็นสารอิเล็กโทรไลต์ ซึ่งบริษัทระบุว่าสามารถแก้ปัญหาความเสี่ยงจากการติดไฟของแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนที่เป็นเทคโนโลยีหลักในปัจจุบันได้
แผนการใช้งานเริ่มจากศูนย์ข้อมูล AI ขนาดใหญ่ในญี่ปุ่นก่อน จากนั้นจะขยายขอบเขตไปสู่โครงข่ายไฟฟ้า โรงงาน และที่พักอาศัยในระยะถัดไป
คอสมอสแล็บยังอยู่ระหว่างหารือความเป็นไปได้ในการทดสอบใช้งานจริงร่วมกับบริษัทด้าน AI และศูนย์ข้อมูลในอเมริกาเหนือ เอเชีย และยุโรป พร้อมวางแผนขยายการใช้งานไปสู่ตลาด ESS ที่เชื่อมกับพลังงานหมุนเวียน อุปกรณ์กักเก็บไฟฟ้าภาคอุตสาหกรรม และโครงข่ายไฟฟ้าแบบกระจายศูนย์ในอนาคต
ตัวแทนคอสมอสแล็บกล่าวว่า “การระดมทุนครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะนำผลงานวิจัยและพัฒนาที่สั่งสมมาต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ระดับโลก” สะท้อนความมั่นใจของบริษัทต่อทิศทางธุรกิจหลังจากนี้ โดยหลังปิดการชำระเงินลงทุนภายในสิ้นเดือนนี้ บริษัทมีแผนเดินหน้าทดสอบ ขอการรับรองมาตรฐาน และวางรากฐานการผลิตเชิงพาณิชย์เป็นลำดับขั้นต่อไป
ความคิดเห็น 0