จีนเริ่มเปิดซื้อขาย 'สัญญาซื้อขายล่วงหน้าพันธบัตรรัฐบาลจีน' (China Government Bond Futures) สกุลเงินหยวน อายุ 5 ปี ในฮ่องกง เปิดทางให้นักลงทุนนอกแผ่นดินใหญ่จีนมีเครื่องมือบริหารความเสี่ยงอัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งช่องทาง สถาบันต่างชาติที่ถือพันธบัตรหยวนอยู่แล้วสามารถใช้สัญญาซื้อขายล่วงหน้าในตลาดหลักทรัพย์ควบคู่กับการถือครองพันธบัตรจริง เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยได้
ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (Hong Kong Exchanges and Clearing, HKEX) เริ่มซื้อขายสัญญาล่วงหน้าพันธบัตรรัฐบาลจีนอายุ 5 ปีตั้งแต่วันที่ 3 (เวลาท้องถิ่น) โดยเอกสารประกอบสินค้าของ HKEX ระบุว่านี่คือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าพันธบัตรรัฐบาลจีนเพียงรายการเดียวที่ซื้อขายในตลาดออฟชอร์ (Offshore)
ขนาดสัญญาอยู่ที่ 500,000 หยวน ซื้อขายและชำระราคาเป็นเงินหยวนทั้งหมด รูปแบบการชำระราคาเป็นแบบ 'ชำระด้วยเงินสด' ไม่ใช่การส่งมอบพันธบัตรจริงเมื่อครบกำหนดสัญญา
การเริ่มซื้อขายครั้งนี้มีความหมายว่าเข้าสู่ขั้นตอนยืนยันปริมาณการซื้อขายจริงแล้ว หลังจาก TokenPost เคยรายงานการเปิดตัวสัญญาซื้อขายล่วงหน้าพันธบัตรรัฐบาลจีนอายุ 5 ปีของ HKEX มาก่อนหน้านี้ ทาง HKEX ระบุว่าสินค้านี้ออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการบริหารความเสี่ยงอัตราดอกเบี้ยหยวนและความต้องการซื้อขายของนักลงทุนออฟชอร์
อู๋ ชิง (Wu Qing, 吴清) ประธานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์จีน (China Securities Regulatory Commission, CSRC) กล่าวในพิธีเปิดตัวที่ฮ่องกงเมื่อวันที่ 3 ว่า "นักลงทุนต่างชาติถือครองพันธบัตรจีนรวมมูลค่าถึง 3.2 ล้านล้านหยวน และความต้องการบริหารความเสี่ยงอัตราดอกเบี้ยกำลังเพิ่มขึ้น" คำกล่าวนี้สะท้อนว่าการนำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าพันธบัตรหยวนอายุ 5 ปีเข้าสู่ตลาดฮ่องกง ช่วยให้นักลงทุนต่างชาติมีเครื่องมือบริหารความเสี่ยงอัตราดอกเบี้ยที่สะดวกขึ้น พร้อมเสริมบทบาทของฮ่องกงในฐานะศูนย์กลางธุรกิจหยวนออฟชอร์
ตัวเลข 3.2 ล้านล้านหยวนที่อู๋ ชิงกล่าวถึงนั้น หมายถึงมูลค่าพันธบัตรจีนที่นักลงทุนต่างชาติถือครองอยู่ ไม่ใช่ยอดพันธบัตรรัฐบาลจีนทั้งหมด และจุดประสงค์ของการเปิดสัญญาซื้อขายล่วงหน้านี้ก็เชื่อมโยงกับความต้องการบริหารความเสี่ยงอัตราดอกเบี้ยของนักลงทุนที่ถือพันธบัตรจีนที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน
สัญญาซื้อขายล่วงหน้าพันธบัตรรัฐบาลเป็นอนุพันธ์ทางการเงินที่ใช้รับมือความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยและราคาพันธบัตร เมื่ออัตราดอกเบี้ยปรับขึ้น ราคาพันธบัตรที่ถืออยู่เดิมอาจปรับลดลง สถาบันที่ถือพันธบัตรจึงใช้การขายสัญญาล่วงหน้าหรืออนุพันธ์อัตราดอกเบี้ยอื่นควบคู่กัน เพื่อลดความเสี่ยงจากผลขาดทุน
อีกประเด็นสำคัญคือการเป็น 'สินค้าออฟชอร์' เมื่อมีสินค้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ที่บริหารความเสี่ยงอัตราดอกเบี้ยหยวนได้นอกแผ่นดินใหญ่จีน นักลงทุนต่างชาติก็สามารถถือครองพันธบัตรจีนไปพร้อมกับทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงแยกต่างหากในตลาดฮ่องกงได้
นิกเคอิ เอเชีย (Nikkei Asia) รายงานว่าการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าพันธบัตรรัฐบาลออฟชอร์นี้สอดคล้องกับทิศทางนโยบายของจีนที่ต้องการขยายการใช้เงินหยวนในระดับสากล เว่ย หลี่ (Wei Li) หัวหน้าฝ่ายการลงทุนมัลติแอสเซ็ท บีเอ็นพี พารีบาส์ (BNP Paribas) กล่าวว่า "พันธบัตรรัฐบาลจีนกลายเป็นสินทรัพย์การลงทุนที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนสถาบันรายใหญ่แล้ว"
เว่ย หลี่ วิเคราะห์ว่าท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ (Sovereign Wealth Fund) บางแห่งในกลุ่มประเทศนอกโลกตะวันตกเริ่มลดสัดส่วนสินทรัพย์สกุลดอลลาร์ และโยกเงินทุนเข้าสู่จีนมากขึ้น เขามองว่าสัญญาซื้อขายล่วงหน้าใหม่นี้จะช่วยเพิ่มทางเลือกในการป้องกันความเสี่ยงให้กับนักลงทุนพันธบัตรจีน
เว่ย หลี่ กล่าวเสริมว่าการพัฒนาตลาดจีนอาจช่วยลดต้นทุนการป้องกันความเสี่ยงได้ 30-50% เมื่อเทียบกับการทำธุรกรรมนอกตลาด (Over-The-Counter, OTC) ความเห็นนี้ไม่ได้หมายความว่าการลงทุนจะได้ผลตอบแทนตามที่รับประกัน แต่หมายถึงมีเครื่องมือบริหารความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งทางเลือก
เบื้องหลังการทำให้เงินหยวนเป็นสากลมากขึ้น ยังมีเรื่องการขยายเครือข่ายระบบชำระเงินด้วย นิกเคอิ เอเชีย รายงานว่าในช่วงเดือนมกราคม-มิถุนายนปีนี้ มูลค่าการชำระเงินการค้าด้วยเงินหยวนผ่านระบบชำระเงินระหว่างธนาคารข้ามพรมแดน (Cross-Border Interbank Payment System, CIPS) ของจีน อยู่ที่ 7.71 ล้านล้านหยวน เพิ่มขึ้น 21% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
อิหร่านซึ่งถูกจำกัดการชำระเงินด้วยดอลลาร์จากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ หันมาใช้เงินหยวนในการชำระค่าน้ำมันที่ส่งออกไปจีน ขณะที่รัสเซียซึ่งถูกคว่ำบาตรเช่นกัน และซาอุดีอาระเบียที่กระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับจีนมากขึ้น ก็ถูกจับตาว่ามีแนวโน้มใช้เงินหยวนเพิ่มขึ้นเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ขนาดการซื้อขายในช่วงเริ่มต้นยังถือว่าจำกัด นิกเคอิ เอเชีย รายงานว่ายอดสัญญาคงค้าง (Open Interest) ของตลาดสัญญาล่วงหน้าอายุ 5 ปีอยู่ที่ประมาณ 1,800 สัญญา เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจากวันเริ่มซื้อขาย แต่มูลค่าเงินต้นตามสัญญา (Notional Principal) รวมทั้งหมดอยู่ที่เพียงประมาณ 900 ล้านหยวนเท่านั้น
สำหรับนักลงทุนทั่วไป สัญญาซื้อขายล่วงหน้าพันธบัตรรัฐบาลจีนสกุลหยวนไม่ได้เป็นเพียงสินค้าการลงทุนโดยตรง แต่ยังเป็น 'ตัวชี้วัด' ที่สะท้อนความเปลี่ยนแปลงของระบบการเงินโลกที่มีดอลลาร์เป็นศูนย์กลาง หากพิจารณาร่วมกับทิศทางที่เงินหยวนออฟชอร์ยังคงแข็งค่าอยู่ในช่วงที่ดอลลาร์อ่อนค่า จะเห็นภาพชัดขึ้นว่าโครงสร้างพื้นฐานด้านการซื้อขายและป้องกันความเสี่ยงของสินทรัพย์สกุลหยวนกำลังขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ
ทว่าผลกระทบของความเปลี่ยนแปลงนี้ต่อราคาบิตคอยน์(BTC) หรืออีเธอเรียม(ETH) ยังต้องตรวจสอบแยกต่างหากด้วยข้อมูลราคาและกระแสเงินทุนที่ชัดเจน ปัจจุบันตัวเลขที่ยืนยันได้มีเพียงยอดสัญญาคงค้างประมาณ 1,800 สัญญา และมูลค่าเงินต้นตามสัญญาประมาณ 900 ล้านหยวนเท่านั้น
ความคิดเห็น 0