บิตคอยน์(BTC) กำลังอยู่ในช่วงที่ตลาดจับตาว่าจะสามารถ ‘ปิดราคา’ เหนือระดับ 70,400 ดอลลาร์ (ประมาณ 97.93 ล้านวอน) ได้หรือไม่ ตัวเลขนี้คือต้นทุนเฉลี่ยของปริมาณเหรียญที่เคยเคลื่อนไหวอย่างน้อยหนึ่งครั้งในรอบ 7 ปีที่ผ่านมา คำนวณจากข้อมูลบนเชนโดยตัดเหรียญที่นอนนิ่งระยะยาวออก จึงถูกใช้เป็นดัชนี ‘ต้นทุนถือครอง’ ที่ต่างจากราคาซื้อขายทั่วไป
ดาร์คโฟสต์ (Darkfost) นักวิเคราะห์จาก คริปโตเควนท์(CryptoQuant) ระบุเมื่อวันที่ 20 (เวลาท้องถิ่น) ว่า BTC กำลังพยายามปิดราคาเหนือต้นทุนของ ‘ปริมาณเหรียญที่ใช้งานอยู่’ (active supply) ตามรายงานของ พีเอนิวส์ (PANews) โดยปริมาณเหรียญที่ใช้งานอยู่ หมายถึงบิตคอยน์ที่มีการทำธุรกรรมอย่างน้อยหนึ่งครั้งในช่วง 7 ปีล่าสุด
ดาร์คโฟสต์อธิบายว่าราคาที่คำนวณได้ด้วยวิธีนี้อยู่ที่ประมาณ 70,400 ดอลลาร์ หากคิดตามอัตราแลกเปลี่ยนวันดังกล่าวที่ 1 ดอลลาร์ต่อ 1,391 วอน จะเท่ากับประมาณ 97.93 ล้านวอน เขามองว่าภายใต้สภาวะตลาดปัจจุบัน เกณฑ์นี้เป็นต้นทุนที่ ‘สมเหตุสมผล’ กว่าการใช้ต้นทุนเฉลี่ยของอุปทานทั้งหมด
ต้นทุนของปริมาณเหรียญที่ใช้งานอยู่แตกต่างจากต้นทุนเฉลี่ยที่คำนวณจากอุปทานหมุนเวียนทั้งหมด เพราะตัดเหรียญที่ไม่เคลื่อนไหวมานานออกไป ทำให้เห็นราคาต้นทุนเฉลี่ยของกลุ่มผู้ถือครองที่มีแนวโน้มจะตอบสนองต่อความเคลื่อนไหวของตลาดในปัจจุบันได้ชัดเจนกว่า
ในการวิเคราะห์ข้อมูลบนเชน นักวิเคราะห์แยกความแตกต่างระหว่าง ‘การทะลุระหว่างวัน’ กับ ‘การทะลุแบบปิดราคา’ การที่ BTC ขึ้นไปแตะเหนือ 70,400 ดอลลาร์ในระหว่างวันซื้อขาย กับการที่ราคาปิดตลาดอยู่เหนือระดับนี้ ถือเป็นสัญญาณที่มีความหมายต่างกัน
ดาร์คโฟสต์ระบุว่าครั้งล่าสุดที่ BTC ปิดราคาเหนือระดับนี้คือช่วงต้นเดือนเมษายน จากนั้นในช่วงต้นเดือนมิถุนายน ราคาหลุดลงต่ำกว่าเส้นนี้ ทำให้ฝ่ายขายกลับมามีอิทธิพลเหนือทิศทางตลาดอีกครั้ง
เส้นต้นทุนนี้ถูกใช้ประเมินระดับราคาเฉลี่ยของผู้เล่นที่ตัดสินใจซื้อขายในรอบล่าสุด เหตุผลคือหากรวมเหรียญที่ถูกล็อกไว้นานหรือแทบไม่ได้หมุนเวียนในตลาดเข้าไปด้วย จะทำให้ภาพโครงสร้างกำไรขาดทุนของนักลงทุนที่เทรดอยู่จริงในปัจจุบันคลาดเคลื่อน
ความคิดเห็น: ดัชนีนี้เป็นเพียงข้อมูลอ้างอิงที่ช่วยประกอบการตีความ ไม่ใช่สัญญาณซื้อขายโดยตรง สำหรับนักลงทุนไทย ตัวเลขนี้เป็นอีกหนึ่งดัชนีเสริมในการติดตามว่าราคาบิตคอยน์(BTC)จะยืนเหนือระดับ 70,000 ดอลลาร์ได้หรือไม่ ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่า บิตคอยน์ฟื้นตัวกลับขึ้นไปเหนือระดับ 72,000 ดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม ดัชนีบนเชนเพียงตัวเดียวยังไม่เพียงพอที่จะสรุปทิศทางราคาได้อย่างชัดเจน คำอธิบายของดาร์คโฟสต์เองก็จำกัดอยู่ที่ปริมาณเหรียญที่เคลื่อนไหวในรอบ 7 ปี ต้นทุน 70,400 ดอลลาร์ และแนวโน้มการปิดราคาช่วงต้นเดือนเมษายนกับมิถุนายนเท่านั้น
ในตลาดข้อมูลบนเชนช่วงหลัง การเคลื่อนไหวของเหรียญที่นอนนิ่งมานานก็เป็นอีกประเด็นที่ถูกจับตาแยกต่างหาก ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่า บิตคอยน์จำนวน 500 เหรียญที่ไม่เคยเคลื่อนไหวมานาน 12.7 ปี ถูกโอนไปยังกระเป๋าใหม่
ดัชนีนี้ไม่ใช่สัญญาณซื้อหรือขาย แต่เป็นข้อมูลอ้างอิงที่สะท้อนโครงสร้างต้นทุนเฉลี่ยของกลุ่มนักลงทุนที่ยังใช้งานเหรียญอยู่จริง ส่วนบิตคอยน์จะปิดราคาเหนือ 70,400 ดอลลาร์ได้จริงหรือไม่ และทิศทางการซื้อขายหลังจากนั้นจะเป็นอย่างไร ยังต้องติดตามยืนยันแยกกันต่อไป
ความคิดเห็น 0