ปริมาณเรือบรรทุกน้ำมันดิบที่แล่นผ่านช่องแคบโฮร์มุซ(Hormuz) ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาลดลงต่ำกว่า 20 ลำ ขณะที่สหรัฐฯ และอิหร่านยังคงแลกคำแถลงกดดันกันไปมา ทำให้ความตึงเครียดรอบเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของตะวันออกกลางยังไม่คลี่คลาย
ออยล์ไพรซ์(Oilprice) รายงานโดยอ้างอิงข้อมูลจากเคปเลอร์(Kpler) ว่าเมื่อวันเสาร์มีเรือบรรทุกน้ำมัน 13 ลำ และวันอาทิตย์มี 4 ลำ แล่นผ่านช่องแคบโฮร์มุซ ขณะที่วันศุกร์ก่อนหน้านั้นมีเรือผ่าน 16 ลำ ส่วนวันพฤหัสบดีมีเรือบรรทุกน้ำมันดิบขนาดใหญ่พิเศษ(VLCC) แล่นออกจากช่องแคบโฮร์มุซเพียง 1 ลำ
ออยล์ไพรซ์ยังอ้างข้อมูลของหน่วยงานการค้าทางทะเลแห่งสหราชอาณาจักร(UKMTO) ระบุว่าในสัปดาห์จนถึงวันที่ 21 สิงหาคม มีเรือทั้งหมด 103 ลำแล่นเข้าช่องแคบโฮร์มุซ และ 89 ลำแล่นออก โดยในจำนวนนี้ 45% เป็นเรือบรรทุกน้ำมัน และในกลุ่มเรือบรรทุกน้ำมันดังกล่าว 56% เป็นเรือบรรทุกน้ำมันดิบ
สกอตต์ เบสเซนต์(Scott Bessent) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เขียนบทความแสดงความเห็นในไฟแนนเชียลไทมส์(Financial Times) ส่งสัญญาณว่าสหรัฐฯ เตรียมกดดันอิหร่านทางเศรษฐกิจขนานใหญ่ ด้านโมห์เซน เรไซ(Mohsen Rezaei) เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ระบุว่า หากสงครามเศรษฐกิจยังดำเนินต่อไป จะไม่มีการส่งออกน้ำมันจากช่องแคบโฮร์มุซและอ่าวเปอร์เซียแห่งใดเลย ท่าทีดังกล่าวสะท้อนความแข็งกร้าวของฝ่ายอิหร่านต่อแรงกดดันทางเศรษฐกิจจากสหรัฐฯ
ความคิดเห็น 0