จีนนำเข้าน้ำมันดิบเดือนสิงหาคมรวม 37.93 ล้านตัน เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่สอง ขณะที่การส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปพุ่งขึ้น 29% จากเดือนก่อนหน้า หลังจีนผ่อนคลายการจำกัดโควตาส่งออก
จีนนำเข้าน้ำมันดิบเฉลี่ยวันละ 8.93 ล้านบาร์เรลในเดือนสิงหาคม โดย บิสสิเนส เรคคอร์เดอร์ (Business Recorder) รายงานโดยอ้างอิงข้อมูลศุลกากรจีนว่า ปริมาณนำเข้าเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้น 6.2% จากเดือนกรกฎาคม แต่ลดลง 23.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ยอดนำเข้าน้ำมันดิบสะสมช่วงเดือนมกราคมถึงสิงหาคมอยู่ที่ 320.9 ล้านตัน ลดลง 14.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนว่าแม้ตัวเลขรายเดือนจะฟื้นตัว แต่ภาพรวมทั้งปียังคง 'ลดลงต่อเนื่อง'
การส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปของจีนในเดือนสิงหาคมอยู่ที่ 6.01 ล้านตัน ครอบคลุมน้ำมันเบนซิน ดีเซล น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน และน้ำมันเตา ปริมาณส่งออกเพิ่มขึ้น 29% จากเดือนก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 12.7% จากปีก่อน
จีนลดการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปอย่างมากตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา เพื่อสำรองปริมาณสำหรับใช้ในประเทศ ก่อนจะทยอยเพิ่มโควตาส่งออกในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม ทำให้โรงกลั่นในจีนขยายทั้งปริมาณส่งออกและอัตราการเดินเครื่องกลั่นไปพร้อมกัน
การนำเข้าน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้นไม่อาจตีความได้ว่าเป็นสัญญาณฟื้นตัวของอุปสงค์ในประเทศเพียงอย่างเดียว มีการวิเคราะห์ว่าโรงกลั่นเร่งจัดหาน้ำมันดิบเพิ่มเติมเพื่อทำ 'กำไรจากส่วนต่างการส่งออก' และเติมสต็อกเชื้อเพลิงในประเทศที่ลดลงไปก่อนหน้านี้
เคปเลอร์ (Kpler) ระบุว่าปริมาณการกลั่นน้ำมันดิบของจีนในเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม แต่ความต้องการเชื้อเพลิงในประเทศยังคงอ่อนแอ พร้อมอธิบายว่าปัญหาการขนส่งน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางและค่าระวางเรือที่สูงขึ้นทำให้ห่วงโซ่อุปทานสั่นคลอน ผู้ซื้อบางส่วนจึงหันไปหาน้ำมันดิบทางเลือกอย่างน้ำมันดิบ ESPO ของรัสเซียแทน
ตัวเลขอุปสงค์ในประเทศของจีนยังสะท้อนการฟื้นตัวที่จำกัด โดยความต้องการน้ำมันเบนซินในเดือนสิงหาคมลดลง 8% จากปีก่อน ส่วนความต้องการน้ำมันดีเซลลดลง 9%
เอ็มมา ลี (Emma Li) นักวิเคราะห์จากวอร์เทกซา (Vortexa) กล่าวว่า "การนำเข้าน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้นในเดือนสิงหาคมมีความเชื่อมโยงกับการส่งออกเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้น" คำกล่าวนี้สะท้อนว่าการนำเข้าน้ำมันดิบของจีนที่ขยายตัวได้รับอิทธิพลจากการส่งออกและการเติมสต็อกมากกว่าการบริโภคจริงที่เพิ่มขึ้น
วอร์เทกซาคาดการณ์ว่าในเดือนกันยายน จีนจะส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับการขนส่งไปยังจุดหมายปลายทางนอกฮ่องกงอย่างน้อย 3 ล้านตัน ซึ่งมากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนราว 50%
การขยายส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปของจีนอาจส่งผลต่อตลาดเชื้อเพลิงโลก เนื่องจากปัญหาการขนส่งจากตะวันออกกลางและรัสเซียทำให้อุปทานน้ำมันดีเซลตึงตัวอยู่แล้ว ผลิตภัณฑ์จากจีนจึงอาจกลายเป็นแหล่งอุปทานเสริมในตลาดโลก
อย่างไรก็ตาม การส่งออกที่เพิ่มขึ้นไม่ได้หมายความว่าอุปสงค์การกลั่นในประเทศจีนฟื้นตัว เพราะส่วนต่างการกลั่น โควตาส่งออก และการบริหารสต็อกอาจทำให้ทั้งการนำเข้าน้ำมันดิบและการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปเพิ่มขึ้นพร้อมกันได้ จึงยากที่จะตีความตัวเลขทั้งสองว่าเท่ากับการบริโภคภายในประเทศ
ก่อนหน้านี้ รายงานว่าการนำเข้าน้ำมันดิบของจีนในเดือนกรกฎาคมลดลง 24.3% จากปีก่อน ก็แสดงให้เห็นแนวโน้มคล้ายกัน คือตัวเลขรายเดือนฟื้นตัวสวนทางกับภาพรวมทั้งปีที่ยังลดลง ตัวเลขเดือนสิงหาคมนี้ก็สะท้อนความเคลื่อนไหวแบบเดียวกัน คือฟื้นตัวระยะสั้นแต่ยังลดลงเมื่อดูสะสม
การนำเข้าน้ำมันดิบเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการที่โรงกลั่นนำน้ำมันดิบมาผลิตเป็นน้ำมันเบนซิน ดีเซล และน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน เมื่อโควตาส่งออกและระดับสต็อกเปลี่ยนแปลงไปพร้อมกัน การดูปริมาณนำเข้าเพียงอย่างเดียวจึงไม่เพียงพอต่อการประเมินแนวโน้มการบริโภคที่แท้จริง
โดยสรุป การนำเข้าน้ำมันดิบของจีนฟื้นตัวในระยะสั้น แต่ตัวเลขสะสมรายปีและอุปสงค์เชื้อเพลิงในประเทศยังคงอ่อนแอ ทิศทางการผ่อนคลายโควตาส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปในระยะต่อไป รวมถึงการฟื้นตัวของอุปสงค์ในประเทศช่วงเดือนกันยายน จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าตลาดน้ำมันของจีนจะฟื้นตัวได้จริงหรือไม่
ความคิดเห็น 0