ศึกล็อบบี้เกี่ยวกับกฎหมายโครงสร้างตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลของวุฒิสภาสหรัฐฯ ‘กฎหมาย CLARITY’ (CLARITY Act) ได้ขยายวงจากกรุงวอชิงตันไปถึงพื้นที่เลือกตั้งของสมาชิกวุฒิสภาแต่ละราย โดยวงการคริปโตและกลุ่มธนาคารท้องถิ่นปะทะกันในประเด็น ‘ผลตอบแทนจากสเตเบิลคอยน์’ ก่อนการลงมติปิดอภิปรายที่จะชี้ชะตาว่ากฎหมายฉบับนี้จะเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมใหญ่หรือไม่
วุฒิสภาสหรัฐฯ มีกำหนดลงมติปิดอภิปราย (cloture) ต่อกฎหมาย CLARITY ในเวลา 14.15 น. ของวันที่ 15 กันยายน ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ (ตรงกับเวลาประมาณ 01.15 น. ของวันที่ 16 กันยายน ตามเวลาประเทศไทย) การลงมติครั้งนี้ไม่ใช่ขั้นตอนผ่านร่างกฎหมายขั้นสุดท้าย แต่เป็นเพียงกระบวนการเปิดทางให้กฎหมายเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมใหญ่
ก่อนหน้านี้ มีการกำหนดตารางลงมติเชิงกระบวนการของกฎหมาย CLARITY ไปแล้ว แต่หลังการลงมติครั้งนี้ กฎหมายยังต้องผ่านขั้นตอนพิจารณาและลงมติอีกหลายรอบ
การปิดอภิปรายเป็นการลงมติเพื่อยุติการอภิปรายแบบไม่จำกัดเวลาในวุฒิสภา และส่งกฎหมายเข้าสู่ขั้นตอนพิจารณาถัดไป ซึ่งการปิดอภิปรายสำหรับกฎหมายฉบับนี้ต้องได้เสียงสนับสนุน 3 ใน 5 ของสมาชิกวุฒิสภาทั้งหมด หรือ 60 เสียง
พรรครีพับลิกันมีที่นั่งอยู่ 53 ที่นั่ง ทำให้ลำพังเสียงสนับสนุนจากพรรครีพับลิกันเพียงพรรคเดียวยากที่จะข้ามเกณฑ์ดังกล่าวได้
วงการคริปโตขยายการเข้าถึงพื้นที่เลือกตั้งในช่วงปิดสมัยประชุมเดือนสิงหาคม โดยกลุ่มสนับสนุนคริปโต Stand With Crypto ระบุว่าได้เริ่มจัดกิจกรรมตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม ที่เมืองซินซินแนติ รัฐโอไฮโอ ก่อนขยายไปจัดงานในพื้นที่และพบปะสมาชิกสภาที่รัฐไอโอวา มิชิแกน นิวยอร์ก และนอร์ทแคโรไลนา
Stand With Crypto อ้างว่าก่อนการลงมติในเดือนกันยายน จำนวนการติดต่อไปยังสภาคองเกรสของกลุ่มมีมากกว่า 50,000 ครั้ง โดยข้อความหลักที่กลุ่มนี้ผลักดันคือการเรียกร้องให้มีกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนในระดับสหพันธรัฐสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัล
ประเด็นที่ฝ่ายธนาคารหยิบยกขึ้นมาคัดค้านคือผลตอบแทนสำหรับสเตเบิลคอยน์ที่ใช้ในการชำระเงิน โดยสมาคมธนาคารชุมชนอิสระแห่งสหรัฐฯ (ICBA) และกลุ่มธุรกิจการเงินหลายแห่งระบุว่า มาตรา 404 ของกฎหมาย CLARITY แม้จะห้ามการจ่ายดอกเบี้ยจากยอดคงเหลือสเตเบิลคอยน์ แต่อาจเปิดช่องให้มีโครงสร้างผลตอบแทนที่อิงจากประวัติการทำธุรกรรมและการใช้งานแทนได้
ฝ่ายธนาคารระบุว่าผลตอบแทนดังกล่าวเท่ากับเป็นการมอบผลประโยชน์ ซึ่งอาจทำให้เงินฝากจากธนาคารท้องถิ่นไหลออกไปยังแพลตฟอร์มคริปโต ขณะที่สมาคมธนาคารอเมริกัน (ABA) และกลุ่มสถาบันการเงินท้องถิ่นอื่นๆ ก็เรียกร้องให้จำกัดผลตอบแทนและการจ่ายเงินในลักษณะคล้ายดอกเบี้ยอย่างครอบคลุม
กลุ่มเหล่านี้อ้างว่าหากเงินฝากลดลง ความสามารถในการปล่อยสินเชื่อให้ครัวเรือน ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม รวมถึงภาคเกษตรกรรม อาจอ่อนแอลง ในทางกลับกัน วงการคริปโตยืนยันว่าผลตอบแทนที่ผูกกับการทำธุรกรรมและการใช้งานแพลตฟอร์มเป็นเครื่องมือแข่งขันด้านบริการ ไม่ใช่ดอกเบี้ยเงินฝาก
เงินสนับสนุนทางการเมืองก็เป็นอีกปัจจัยที่ถูกหยิบยกมาเชื่อมโยงกับการลงมติครั้งนี้ องค์กร Public Citizen รวบรวมข้อมูลพบว่า จนถึงขณะนี้บริษัทคริปโตได้ทุ่มเงินสนับสนุนทางการเมืองสำหรับการเลือกตั้งกลางเทอมปี 2026 ไปแล้วราว 189 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นสัดส่วนราว 37% ของเงินสนับสนุนทางการเมืองจากภาคธุรกิจทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม เงินจำนวน 189 ล้านดอลลาร์นี้ไม่ได้ถูกใช้เพื่อการล็อบบี้กฎหมาย CLARITY เพียงอย่างเดียว แต่เป็นตัวเลขจากการวิเคราะห์เงินสนับสนุนทางการเมืองของภาคธุรกิจในการเลือกตั้งปี 2026 โดยรวม และเงินสนับสนุนทางการเมืองที่ไม่ได้เปิดเผยข้อมูลอาจไม่ถูกนับรวมอยู่ในตัวเลขนี้
กฎหมาย CLARITY มีเนื้อหาแบ่งขอบเขตอำนาจระหว่างคณะกรรมการกำกับดูแลการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้า (CFTC) กับบทบาทของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) ต่อสินค้าดิจิทัล พร้อมทั้งวางระบบการจดทะเบียนและการคุ้มครองผู้บริโภคสำหรับตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล โดยรายงานประกอบกฎหมายของคณะกรรมาธิการเกษตรแห่งสภาผู้แทนราษฎรระบุว่า เป้าหมายหลักของกฎหมายคือการจัดระเบียบอำนาจกำกับดูแลตลาด
แม้การลงมติปิดอภิปรายจะผ่านไปได้ กฎหมายก็ยังไม่กลายเป็นกฎหมายบังคับใช้ในทันที เพราะยังเหลือขั้นตอนการพิจารณาและลงมติในวุฒิสภา การปรับถ้อยคำร่วมกับสภาผู้แทนราษฎร และขั้นตอนการลงนามรับรองโดยประธานาธิบดี
ความคิดเห็น 0