บริษัทศูนย์ข้อมูลอินเดีย ยอตต้า ดาต้า เซอร์วิสเซส(Yotta Data Services) เตรียมติดตั้งจีพียูเอ็นวิเดีย(NVDA) รวม 80,000 ตัวในศูนย์ข้อมูลสองแห่ง ด้วยมูลค่าการขยายราว 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์
ยอตต้าจะติดตั้งชิป Vera Rubin จำนวน 40,000 ตัวในศูนย์ข้อมูลขนาด 120 เมกะวัตต์ที่กำลังก่อสร้างอยู่ในเมืองเกรตเตอร์โนเอดา โดยเอ็นวิเดียมีกำหนดเริ่มส่งมอบชิป Vera Rubin ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีนี้
ซูนิล กุปตะ(Sunil Gupta) ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร(CEO) ของยอตต้า เปิดเผยแผนขยายศูนย์ข้อมูลที่นาวี มุมไบ และแคมปัสเกรตเตอร์โนเอดาเพิ่มเติมกับมันนี่คอนโทรล(Moneycontrol)
ยอตต้ายังมีแผนติดตั้งชิป GB300 ของเอ็นวิเดียราว 40,000 ตัวในศูนย์ข้อมูลที่นาวี มุมไบ ใกล้เมืองมุมไบ โดยศูนย์ข้อมูลแห่งนี้จะมีขนาด 80 เมกะวัตต์
กุปตะกล่าวว่า "เราวางแผนติดตั้งชิป GB300 ของเอ็นวิเดียราว 40,000 ตัวในศูนย์ข้อมูล NM2 ที่กำลังก่อสร้างในมุมไบ พร้อมเริ่มก่อสร้างศูนย์ข้อมูล D4 ในแคมปัสเกรตเตอร์โนเอดา ซึ่งจะติดตั้งชิป Vera Rubin อีก 40,000 ตัว" คำกล่าวนี้สะท้อนว่าบริษัทวางแผนกำลังไฟฟ้าและการติดตั้งจีพียูของทั้งสองศูนย์ไปพร้อมกัน
ด้วยแผนดังกล่าว จำนวนจีพียูเอ็นวิเดียที่ยอตต้าจะติดตั้งในศูนย์ข้อมูลทั้งสองแห่งรวมจึงเพิ่มขึ้นเป็น 80,000 ตัว โดยศูนย์ข้อมูล D4 ที่เกรตเตอร์โนเอดามีขนาด 120 เมกะวัตต์ ส่วนศูนย์ข้อมูล NM2 ที่นาวี มุมไบมีขนาด 80 เมกะวัตต์
หน่วยเมกะวัตต์ใช้บ่งบอกกำลังไฟฟ้าของศูนย์ข้อมูล โดย 1 เมกะวัตต์เท่ากับ 1 ล้านวัตต์ และมักใช้เป็นตัวชี้วัดระดับการก่อสร้างระบบไฟฟ้าและความเย็นที่จำเป็นต่อการเดินเครื่องจีพียูจริง
แผนครั้งนี้สะท้อนว่าความต้องการประมวลผลด้าน AI ที่เพิ่มขึ้นทำให้ศูนย์ข้อมูลต้องขยายทั้งจีพียูและระบบไฟฟ้า ความเย็น รวมถึงเครือข่ายไปพร้อมกัน เพราะการติดตั้งจีพียูต้องอาศัยทั้งชิปและโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าและความเย็นที่รองรับได้
เอ็นวิเดียเปิดตัวการออกแบบ Vera Rubin DSX AI Factory เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยนำเสนอแนวทางสร้างศูนย์ข้อมูลที่รวมอุปกรณ์ประมวลผล ไฟฟ้า ความเย็น เครือข่าย และหน่วยเก็บข้อมูลไว้ด้วยกัน พร้อมใช้ดิจิทัลทวินตรวจสอบการออกแบบก่อนเริ่มใช้งานจริง
กระแสการขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI ของเอ็นวิเดียในระดับศูนย์ข้อมูลยังเกิดขึ้นในเกาหลีใต้เช่นกัน โดยเอ็นวิเดียเสนอแผนขยายศูนย์ข้อมูลเซจงที่พัฒนาร่วมกับเนเวอร์(Naver) และบรูคฟิลด์(Brookfield) จากกำลังไฟฟ้าเริ่มต้น 55 เมกะวัตต์ ให้เพิ่มเป็น 200 เมกะวัตต์ภายในปี 2028
เอ็นวิเดียเปิดเผยแผนลงทุนในโครงการเกาหลีใต้ดังกล่าวมูลค่า 1,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่บรูคฟิลด์เสนอแผนลงทุนสูงสุด 9,000 ล้านดอลลาร์
ทั้งกรณีของอินเดียและเกาหลีใต้ต่างแสดงให้เห็นโครงสร้างเดียวกัน คือการสร้างศูนย์ข้อมูลไม่ได้ขึ้นอยู่กับการขายจีพียูเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพัฒนาระบบไฟฟ้าและสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งหมดไปพร้อมกัน ผลลัพธ์ที่แท้จริงยังขึ้นอยู่กับว่าจีพียูจะถูกส่งมอบตามแผนและศูนย์ข้อมูลจะเดินเครื่องได้ตามกำหนดหรือไม่
แผนของยอตต้าครั้งนี้จะเข้าสู่ขั้นตอนติดตั้งจริงหลังจากเอ็นวิเดียเริ่มส่งมอบชิป Vera Rubin ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ ขณะที่กำหนดการก่อสร้างและเดินเครื่องของศูนย์ข้อมูล NM2 ที่นาวี มุมไบ และ D4 ที่เกรตเตอร์โนเอดา ยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตามต่อไป
ผลกระทบของการซื้อจีพียูเอ็นวิเดียและการขยายศูนย์ข้อมูลครั้งนี้ต่อรายได้หรือราคาหุ้นของเอ็นวิเดียยังเป็นเรื่องที่ต้องรอดูขนาดการส่งมอบจริงและการเดินเครื่องของศูนย์ข้อมูลก่อนจึงจะประเมินได้
ความคิดเห็น 0