ตลาดหลักทรัพย์แห่งชาติอินเดีย (National Stock Exchange of India: NSE) กำหนดช่วงราคาเสนอขายหุ้นละ 1,700-1,785 รูปี และเปิดให้จองซื้อหุ้นเสนอขายต่อประชาชนทั่วไป (IPO) ระหว่างวันที่ 17-21 กันยายน การเสนอขายครั้งนี้เป็นรูปแบบขายหุ้นเดิมจากผู้ถือหุ้นเดิม (Offer for Sale) โดยไม่มีการออกหุ้นใหม่แต่อย่างใด
ตามหนังสือชี้ชวนที่ NSE ยื่นเมื่อวันที่ 10 กันยายน จำนวนหุ้นที่เสนอขายสูงสุดอยู่ที่ 126,436,650 หุ้น หน่วยจองซื้อขั้นต่ำอยู่ที่ 8 หุ้นต่อล็อต และเงินจองซื้อขั้นต่ำของนักลงทุนรายย่อยอยู่ที่ 14,280 รูปี คำนวณจากราคาสูงสุดของช่วงราคาเสนอขาย
สัดส่วนการจัดสรรหุ้นแบ่งเป็นนักลงทุนรายย่อยอย่างน้อย 35% นักลงทุนสถาบันที่มีคุณสมบัติ (Qualified Institutional Buyers) สูงสุด 50% และนักลงทุนที่ไม่ใช่สถาบันอย่างน้อย 15% ส่วนการจัดสรรให้นักลงทุนสถาบันประเภทแองเคอร์ (Anchor Investor) กำหนดไว้วันที่ 16 กันยายน และมีการประกาศผลการจัดสรรในวันที่ 22 กันยายน
การคืนเงินค่าจองซื้อและการนำหุ้นเข้าบัญชีนักลงทุนจะมีขึ้นในวันที่ 23 กันยายน ส่วนหุ้น NSE จะเข้าซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์บอมเบย์ (Bombay Stock Exchange: BSE) ซึ่งเป็นคู่แข่งโดยตรง ในวันที่ 24 กันยายน
NSE เลือกไม่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดของตัวเอง แต่เลือก BSE เป็นตลาดที่จะนำหุ้นเข้าซื้อขายแทน ทำให้ BSE เป็นฝ่ายที่ได้รับค่าธรรมเนียมและรายได้จากการซื้อขายที่เกี่ยวข้องกับการจดทะเบียนและการซื้อขายหุ้น NSE
แผนการเข้าจดทะเบียนของ NSE เริ่มมาตั้งแต่ปี 2016 แต่ต้องล่าช้าออกไปจากกรณีข้อกล่าวหาเรื่องโบรกเกอร์บางรายเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ของตลาดหลักทรัพย์ได้เร็วกว่าปกติ หรือที่เรียกว่ากรณี co-location รวมถึงกรณีสายไฟเบอร์ความเร็วสูงเฉพาะกิจที่เรียกว่า dark fiber
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของอินเดีย (Securities and Exchange Board of India: SEBI) ออกความเห็นเชิงสังเกตการณ์ (observation) ต่อเอกสารการเข้าจดทะเบียนของ NSE เมื่อวันที่ 4 กันยายน อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนยันว่าคดีความที่เกี่ยวข้องทั้งหมดได้ยุติลงในทางกฎหมายแล้ว
การเสนอขายหุ้นแบบ Offer for Sale คือรูปแบบที่บริษัทไม่ออกหุ้นใหม่ แต่ผู้ถือหุ้นเดิมนำหุ้นที่ถืออยู่ออกขายในตลาด ทำให้เงินที่ได้จากการเสนอขายครั้งนี้จะตกเป็นของผู้ถือหุ้นเดิมที่ขายหุ้น ไม่ใช่ตัวบริษัท NSE เอง
การเสนอขายหุ้น NSE ครั้งนี้ยังเป็นโอกาสให้เปรียบเทียบส่วนต่างระหว่างราคาหุ้นในตลาดนอกระบบ (unlisted shares) กับราคาเสนอขายในตลาดเปิดเผยทั่วไป อย่างไรก็ตาม การซื้อขายหุ้นนอกระบบไม่ใช่การซื้อขายในตลาดเปิดเผย ราคาที่แสดงบนแพลตฟอร์มจึงไม่จำเป็นต้องตรงกับราคาซื้อขายจริงหรือมูลค่าหลังเข้าจดทะเบียน
แพลตฟอร์มซื้อขายหุ้นนอกระบบ UnlistedZone รายงานเมื่อวันที่ 14 กันยายนว่าราคาอ้างอิงหุ้น NSE อยู่ที่ 1,785 รูปีต่อหุ้น โดยแพลตฟอร์มดังกล่าวระบุชัดเจนว่าราคาที่แสดงเป็นเพียงราคาอ้างอิง อาจแตกต่างจากราคาซื้อขายจริง
สื่อ Crypto Briefing รายงานราคาหุ้นนอกระบบไว้ที่ 1,950-2,200 รูปีต่อหุ้น แต่ยังไม่มีการตรวจสอบไขว้โดยอิสระ ความแตกต่างของราคาระหว่างแพลตฟอร์มสะท้อนว่าสภาพคล่องและข้อมูลการซื้อขายหุ้นนอกระบบมีจำกัดกว่าตลาดเปิดเผยทั่วไป
ส่วนต่างระหว่างราคาเสนอขายกับราคาอ้างอิงในตลาดนอกระบบไม่ได้แปลว่าจะกลายเป็นกำไรหรือขาดทุนของนักลงทุนโดยตรง กำไรขาดทุนที่แท้จริงขึ้นอยู่กับราคาซื้อขายที่เกิดขึ้นจริงหลังเข้าจดทะเบียน ปริมาณหุ้นหมุนเวียน และความต้องการของตลาด
ใน IPO ครั้งนี้ NSE จะไม่ได้รับเงินทุนใหม่เข้าบริษัท เนื่องจากเป็นโครงสร้างที่ผู้ถือหุ้นเดิมนำหุ้นออกขายเป็นเงินสด ขณะที่ BSE ทำหน้าที่เป็นตลาดสำหรับการจดทะเบียนและซื้อขาย ทำให้ผลประโยชน์ของบริษัท ผู้ถือหุ้นที่ขายหุ้น และตลาดหลักทรัพย์ที่รับจดทะเบียนแยกออกจากกันอย่างชัดเจน
การเข้าจดทะเบียนของตลาดหลักทรัพย์เองก็ถือเป็นกระบวนการที่โครงสร้างพื้นฐานด้านการซื้อขายต้องผ่านการประเมินมูลค่าจากตลาดเปิดเผยเช่นกัน ในกรณีของ NSE ประเด็นที่ต้องติดตามคือราคาเสนอขายและราคาซื้อขายหลังเข้าจดทะเบียนจะแตกต่างจากราคาอ้างอิงที่เกิดขึ้นในตลาดนอกระบบมากน้อยเพียงใด
การเปิดจองซื้อจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 17-21 กันยายน ตามด้วยการจัดสรรหุ้นให้นักลงทุนแองเคอร์และการประกาศผลจัดสรรให้นักลงทุนทั่วไปตามลำดับ ส่วนหุ้น NSE มีกำหนดเข้าซื้อขายในตลาด BSE วันที่ 24 กันยายน
ความคิดเห็น 0