‘แซดแคช(ZEC) สกุลเงินต่อจากบิตคอยน์?’ ทำไมโทเคนสายความเป็นส่วนตัวตัวนี้ถึงกลับมาโดดเด่นในตลาดคริปโตอีกครั้ง คำตอบอยู่ที่จุดอ่อนเรื่อง ‘ความโปร่งใสเกินไป’ ของบิตคอยน์(BTC) ที่เริ่มถูกตั้งคำถาม และกำลังผลักให้ตลาดหันมามองเหรียญสาย ‘ความเป็นส่วนตัวและการไม่เปิดเผยตัวตน’ อย่างแซดแคชมากขึ้น
เมื่อวันที่ 13 (เวลาท้องถิ่น) ตามรายงานของ Wall Street Journal บรรยากาศในงานประชุมคริปโตที่ลาสเวกัสปี 2026 ซึ่งมีบรรดาผู้สนับสนุนบิตคอยน์ยุคแรกเข้าร่วมจำนวนมาก เต็มไปด้วยความไม่พอใจต่อสถานะปัจจุบันของบิตคอยน์ หลายคนมองว่าบิตคอยน์ในวันนี้ ‘ถูกเปิดโปงมากเกินไป’ ต่อทั้งภาครัฐ ผู้ออกกองทุน ETF และเครื่องมือวิเคราะห์ธุรกรรมบนบล็อกเชน(온체인 분석 도구) ที่สามารถติดตามเส้นทางเงินได้ละเอียดแทบทุกฝีก้าว ในกระแสกังวลนี้เอง ‘แซดแคช’ ซึ่งเปิดตัวเมื่อปี 2016 โดยทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์, MIT และกลุ่มนักเข้ารหัสนำโดย ซูโก วิลค็อกซ์ จึงถูกหยิบยกขึ้นมาอีกครั้งในฐานะ ‘ตัวเลือกทางเลือก’ ต่อจากบิตคอยน์
จุดขายของ ‘แซดแคช(ZEC)’ อยู่ที่การใช้เทคโนโลยี ‘zk‑SNARK’ เพื่อซ่อนข้อมูลสำคัญของธุรกรรม ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่กระเป๋าเงิน, จำนวนเงินที่โอน และประวัติการทำธุรกรรม ทำให้การเคลื่อนไหวบนเครือข่ายไม่สามารถถูกติดตามได้เหมือนบิตคอยน์ ทว่าแซดแคชไม่ได้เป็นเพียงเหรียญสายปกปิดข้อมูลเต็มรูปแบบ เพราะยังเปิดให้ผู้ใช้เลือก ‘เปิดเผยข้อมูลบางส่วนอย่างโปร่งใส’ ได้ตามต้องการ จึงผสมทั้ง ‘ความเป็นส่วนตัวเต็มขั้น’ และ ‘การเปิดเผยแบบเลือกได้’ เข้าไว้ด้วยกัน ‘คำ’โครงสร้างแบบไฮบริดนี้ถูกมองว่าอาจยิ่งมีค่าในยุคที่การกำกับดูแลธุรกรรมบนบล็อกเชนเข้มขึ้นเรื่อยๆ
ด้านราคา ‘แซดแคช’ ก็สะท้อนกระแสความสนใจที่กลับมาร้อนแรงอย่างชัดเจน ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2026 เป็นต้นมา ราคา ZEC พุ่งขึ้นมากกว่า 33% จากบริเวณราว 380 ดอลลาร์ ขึ้นไปเคลื่อนไหวแถว 546 ดอลลาร์ และเคยทำจุดสูงสุดในรอบปีบริเวณ 615 ดอลลาร์มาแล้ว หากมองย้อนไปหนึ่งเดือน การปรับตัวขึ้นของ ZEC เกือบ 50% ซึ่งเหนือกว่าผลตอบแทนของบิตคอยน์ในช่วงเวลาเดียวกันอย่างชัดเจน แม้ในช่วง 24 ชั่วโมงล่าสุดจะอ่อนตัวลงราว 5.4% มาซื้อขายต่ำกว่า 520 ดอลลาร์ แต่โดยรวมยังถือว่าอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแรง
แรงหนุนอีกด้านมาจากสถาบันและนักลงทุนรายใหญ่ที่เริ่มส่งสัญญาณสนับสนุน ‘แซดแคช’ มากขึ้น แบร์รี ซิลเบิร์ต นักลงทุนชื่อดังในวงการคริปโต เปรียบเทียบ ZEC ว่าอยู่ในสถานะคล้าย ‘บิตคอยน์ในปี 2013’ ซึ่งยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการยอมรับในวงกว้าง ขณะเดียวกัน Grayscale Investments ก็แสดงจุดยืนหนุนผ่านผลิตภัณฑ์การลงทุนที่อ้างอิง ZEC ด้าน อาเธอร์ เฮย์ส(Arthur Hayes) ผู้ร่วมก่อตั้ง BitMEX ระบุว่า แซดแคชเป็นหนึ่งในสินทรัพย์นอกเหนือจากบิตคอยน์ที่เขาถือสัดส่วนค่อนข้างสูง โดยให้เหตุผลว่า เมื่อความสามารถด้านการวิเคราะห์ข้อมูลของ ‘ปัญญาประดิษฐ์, ภาครัฐ และบิ๊กเทค’ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ‘คำ’อุปสงค์ต่อสินทรัพย์ที่ปกป้องความเป็นส่วนตัวก็จะเติบโตตามไปด้วย ‘ความคิดเห็น’มุมมองของเฮย์สสะท้อนความเชื่อของกลุ่มสาย Privacy ว่าอนาคตของคริปโตไม่ได้อยู่แค่ในความโปร่งใส แต่รวมถึงสิทธิในการไม่ถูกติดตามด้วย
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคนที่เชื่อว่า ‘แซดแคช’ จะก้าวขึ้นมาแทนที่บิตคอยน์ได้ในเร็ววัน ปัจจุบันมูลค่าตลาดของ ZEC อยู่ราว 8.9 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งยังห่างไกลจากบิตคอยน์ที่มีมูลค่าตลาดระดับประมาณ 1 ล้านล้านดอลลาร์ หรือมากกว่านั้นหลายร้อยเท่า นอกจากขนาดตลาดที่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญแล้ว ‘เหรียญสายความเป็นส่วนตัว(Privacy Coin)’ อย่างแซดแคชยังเผชิญแรงกดดันด้านกฎระเบียบทั่วโลกมายาวนาน เนื่องจากหน่วยงานกำกับหลายประเทศกังวลว่าอาจถูกใช้เป็นช่องทางฟอกเงินหรือหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศ
‘คำ’ท้ายที่สุด กระแสพุ่งขึ้นของ ‘แซดแคช(ZEC)’ ในรอบนี้จึงถูกมองว่าเป็นสัญญาณชัดเจนของ ‘การประเมินค่าความเป็นส่วนตัวใหม่’ ในตลาดคริปโต นักลงทุนบางส่วนเริ่มหันกลับมาตั้งคำถามว่า โลกที่ทุกธุรกรรมมองเห็นได้หมดผ่านบล็อกเชนนั้นปลอดภัยจริงหรือไม่ แต่ในอีกด้าน การที่ ZEC หรือเหรียญสาย Privacy อื่นๆ จะขยายตัวเข้าสู่ระบบการเงินกระแสหลักได้อย่างเต็มรูปแบบ ยังต้องเผชิญกับด่านสำคัญอย่างการปรับตัวให้เข้ากับกรอบกำกับดูแลระดับโลก ซึ่งอาจเป็นตัวชี้ชะตาว่า ‘ความเป็นส่วนตัว’ จะกลายเป็นคุณค่าหลักชุดใหม่ของตลาดคริปโต หรือยังคงถูกจำกัดอยู่ในวงแคบของผู้ใช้กลุ่มเฉพาะต่อไป
ความคิดเห็น 0