บิทมายน์(BitMine) เดินหน้าระดมทุนครั้งใหญ่ด้วยการออกหุ้นบุริมสิทธิวงเงิน 300 ล้านดอลลาร์ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ ‘กลยุทธ์การถือครองอีเธอเรียม(ETH)’ ของบริษัท ท่ามกลางกระแสที่บริษัทคริปโตรายใหญ่หันมาหลากหลายวิธีการระดมทุน โดยเฉพาะการนำโมเดลของสเตรทีจี(Strategy) มาใช้เกือบทั้งดุ้น ทำให้ดีลนี้ถูกจับตาเป็นพิเศษในตลาด
ตามเอกสารที่ยื่นต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ (SEC) เมื่อวันพุธที่ผ่านมา บิทมายน์เตรียมออกหุ้นบุริมสิทธิถาวร ซีรีส์ A มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 100 ดอลลาร์ จำนวน 3 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่ารวมราว 300 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 4.58 หมื่นล้านบาท) หุ้นชุดนี้ให้เงินปันผลปีละ 9.5% โดยโครงสร้างกำหนดให้จ่ายปันผลเป็นเงินสด ‘ทุกสัปดาห์’ เมื่อได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท และมีแผนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) ภายใต้ตัวย่อ ‘BMNP’
การออกหุ้นบุริมสิทธิครั้งนี้สอดรับกับบรรยากาศในตลาดหมีที่บริษัทด้านสินทรัพย์ดิจิทัลต้องดิ้นหาช่องทางระดมทุนใหม่ๆ ก่อนหน้านี้สเตรทีจี(Strategy) บริษัทที่ถือบิตคอยน์(BTC) รายใหญ่ของโลก ใช้วิธีออกหุ้นบุริมสิทธิหลายรุ่นเพื่อดึงเม็ดเงินจากนักลงทุน ขณะที่คู่แข่งอย่างสไตรฟ์(Strive, ASST) ก็เคยออกหุ้นบุริมสิทธิแบบจ่ายปันผลภายใต้ชื่อ ‘SATA’ เช่นกัน
บิทมายน์กลายเป็นหนึ่งในตัวอย่างแรกๆ ที่นำโมเดลนี้มาปรับใช้กับกลยุทธ์ที่เน้น ‘อีเธอเรียม(ETH)’ เป็นศูนย์กลาง แม้บริษัทจะยังไม่ระบุชัดว่าเงินที่ได้จะนำไปใช้อย่างไร แต่ในตลาดมองกันว่ามีโอกาสสูงที่จะใช้สำหรับเก็บสะสม ETH เพิ่ม หรือเสริมสภาพคล่องด้านเงินทุนหมุนเวียน
ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา บิทมายน์ไล่เก็บอีเธอเรียมอย่างดุดัน รวมแล้วราว 5.3 ล้าน ETH คิดเป็นประมาณ 4.5% ของอุปทานที่หมุนเวียนทั้งหมด มูลค่าตามราคาซื้อเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 10,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.53 ล้านล้านบาท) ทำให้บริษัทถูกมองว่าเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่บ้าบิ่นที่สุดในตลาด ETH
แต่ด้านลบคือ การดิ่งลงของราคาอีเธอเรียมจากโซนราว 5,000 ดอลลาร์เมื่อเดือนตุลาคมปีก่อน ลงมาอยู่ต่ำกว่า 1,800 ดอลลาร์ในปัจจุบัน ส่งผลให้บิทมายน์มี ‘ขาดทุนจากการประเมินมูลค่า’ บนกระดาษสูงถึงราว 9,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.37 ล้านล้านบาท) ภาระการขาดทุนที่ยังไม่รับรู้เหล่านี้ จึงถูกมองว่าเป็นหนึ่งในแรงผลักสำคัญให้บริษัทเลือกใช้ทางเลือกอย่างการออกหุ้นบุริมสิทธิ เพื่อพยุงและขยาย ‘กลยุทธ์อีเธอเรียม(ETH)’ ต่อไป
ในด้านโครงสร้าง หุ้นบุริมสิทธิรอบนี้เปิดช่องให้บริษัทสามารถไถ่ถอนคืนจากผู้ถือหุ้นได้ โดยคิด ‘พรีเมียม’ เพิ่มจากราคาพาร์ในช่วง 0–10% ขึ้นอยู่กับระยะเวลาหลังการออก นอกจากนี้ยังมีเงื่อนไขคุ้มครองนักลงทุน เช่น หากบริษัทมีการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่หรือเกิดเหตุการณ์สำคัญบางประเภท นักลงทุนจะมีสิทธิ์เรียกร้องให้บริษัทรับซื้อหุ้นคืนได้
อย่างไรก็ตาม บิทมายน์ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดเชิงลึกว่าจะจัดสรรเม็ดเงินที่ระดมมา 300 ล้านดอลลาร์นี้ไปใช้ในส่วนใดบ้าง ทั้งในแง่การซื้อ ETH เพิ่ม การลดภาระหนี้ หรือการลงทุนในธุรกิจใหม่
ขณะที่ดีลของบิทมายน์กำลังได้รับความสนใจ โมเดลการระดมทุนผ่านหุ้นบุริมสิทธิในกลุ่มคริปโตกำลังเผชิญแรงกดดันจากตลาด หุ้นบุริมสิทธิของสเตรทีจี ภายใต้ชื่อ STRC ปรับตัวลงมาราว 5% จากราคาพาร์ 100 ดอลลาร์ในวันเดียว ส่วนหุ้นบุริมสิทธิ SATA ของสไตรฟ์ ก็ร่วงลงมาต่ำกว่า 97 ดอลลาร์ คิดเป็นส่วนลดราว 3% เทียบกับราคาที่ตราไว้ สะท้อนความกังวลของนักลงทุนว่า ในภาวะที่ราคาเหรียญดิจิทัลผันผวนและดิ่งลงต่อเนื่อง ความสามารถในการจ่ายปันผลระดับสูงอย่างยั่งยืนอาจถูกตั้งคำถามมากขึ้นเรื่อยๆ
“ความคิดเห็น” สำหรับบิทมายน์ การออกหุ้นบุริมสิทธิครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าการระดมทุนแบบปกติ เนื่องจากมันคือบททดสอบว่า โมเดล ‘กลยุทธ์การถือครองอีเธอเรียม(ETH)’ ที่อาศัยเลเวอเรจจากตลาดทุนยังแข็งแรงพอในสภาพตลาดปัจจุบันหรือไม่ หากนักลงทุนยังยอมรับดีล BMNP ได้ในต้นทุนปันผลระดับ 9.5% ก็อาจถือเป็นสัญญาณว่าโมเดลนี้ยังพอไปต่อได้ แต่หากการตอบรับซบเซาหรือส่วนลดในกระดานซื้อขายขยายตัวเร็ว ตลาดอาจตีความว่า ‘ยุคทองของหุ้นบุริมสิทธิสายคริปโต’ กำลังสั่นคลอนอย่างจริงจัง
ท้ายที่สุด การออกหุ้นบุริมสิทธิ 300 ล้านดอลลาร์ของบิทมายน์จึงเป็นทั้งก้าวต่อไปของ ‘กลยุทธ์การถืออีเธอเรียม(ETH)’ และเป็นบทพิสูจน์ว่ากรอบคิดแบบสเตรทีจีจะยังใช้ได้ในยุคที่นักลงทุนเริ่มระแวงความเสี่ยงของคริปโตมากขึ้นหรือไม่
ความคิดเห็น 0