ไลต์ สแตรทิจี(Lite Strategy) บริษัทจดทะเบียนในตลาดแนสแด็กที่ถือไลต์คอยน์(LTC) เป็นสินทรัพย์สำรองหลัก ซื้อหุ้นคืนราว 4.9 ล้านหุ้น โดยใช้เงินจากการขายเหรียญบางส่วนและพรีเมียมออปชัน การถือครอง LTC รวมของบริษัทลดลง 11.89% จากปลายปีก่อน แต่สัดส่วน LTC ต่อหุ้นคาดว่าเพิ่มขึ้น 1.66%
คริปโตสเลท(CryptoSlate) รายงานจากการวิเคราะห์เอกสารของบริษัทว่า ไลต์ สแตรทิจีใช้เงินราว 5.4 ล้านดอลลาร์(ประมาณ 7.5 พันล้านวอน) ซื้อหุ้นสามัญคืนประมาณ 4.9 ล้านหุ้นจนถึงวันที่ 17 กรกฎาคม ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 1.11 ดอลลาร์(ประมาณ 1,543 วอน) และบริษัทระบุว่าไม่ได้ใช้หนี้ในการทำธุรกรรมครั้งนี้ อัตราแปลงเป็นวอนอ้างอิง 1 ดอลลาร์=1,390 วอน
จุดสำคัญของดีลนี้อยู่ที่วิธีจัดหาเงิน ไลต์ สแตรทิจีไม่ได้กู้เงินสด แต่ใช้การขาย LTC และพรีเมียมจาก ‘covered call’ ซึ่งเป็นการขายคอลออปชันบนสินทรัพย์ที่ถืออยู่เพื่อรับพรีเมียม วิธีนี้ช่วยเพิ่มกระแสเงินสดระยะสั้นได้ แต่หากราคาสินทรัพย์ปรับขึ้น บริษัทอาจต้องสละส่วนต่างขาขึ้นบางส่วนของสินทรัพย์นั้น
ไลต์ สแตรทิจีรายงานว่า ณ วันที่ 17 กรกฎาคม บริษัทถือ LTC 819,070 เหรียญ และมีหุ้นสามัญออกจำหน่าย 31,882,648 หุ้น ขณะที่ยอดถือครอง LTC ณ วันที่ 31 ธันวาคมปีก่อนอยู่ที่ 929,548 เหรียญ เมื่อเทียบแบบตรงไปตรงมา การถือครอง LTC ลดลง 11.89%
อย่างไรก็ตาม จำนวนหุ้นก็ลดลงจากการซื้อหุ้นคืน หากนำจำนวนหุ้น ณ เดือนกรกฎาคมบวกกลับด้วยหุ้นที่ซื้อคืนราว 4.9 ล้านหุ้น จะประเมินได้ว่าช่วงเริ่มโครงการบริษัทมีหุ้นสามัญประมาณ 36.78 ล้านหุ้น บนฐานนี้ สัดส่วน LTC ต่อหุ้นเพิ่มจากประมาณ 0.02527 LTC เป็น 0.02569 LTC หรือเพิ่มขึ้น 1.66%
โครงสร้างดังกล่าวหมายความว่า แม้ LTC รวมของบริษัทลดลง แต่หุ้นที่เหลือแต่ละหุ้นมีส่วนถือครอง LTC ทางอ้อมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย อย่างไรก็ดี ตัวเลขนี้เป็นการประเมินที่เชื่อมยอดถือครองปลายปีก่อนกับจำนวนหุ้นช่วงกลางเดือนกรกฎาคม ไม่ใช่ตัวเลขแบบ fully diluted
ไลต์ สแตรทิจีรายงานว่า จนถึงวันที่ 31 มีนาคม บริษัทได้รับเงิน 1.925 ล้านดอลลาร์(ประมาณ 2.7 พันล้านวอน) จากการขายสินทรัพย์ดิจิทัล และ 742,000 ดอลลาร์(ประมาณ 1.0 พันล้านวอน) จากพรีเมียม covered call ในช่วงเดียวกัน บริษัทใช้เงิน 1.995 ล้านดอลลาร์(ประมาณ 2.8 พันล้านวอน) เพื่อซื้อหุ้นคืน 1,629,136 หุ้น เงินรับรวมสูงกว่าค่าใช้จ่ายซื้อคืน แต่บริษัทไม่ได้เปิดเผยสัดส่วนจริงว่าเงินทุนมาจากการขาย LTC และพรีเมียมออปชันอย่างละเท่าใด
บริษัทเปิดเผยตัวเลขประมาณการเบื้องต้นและยังไม่ผ่านการตรวจสอบ ณ วันที่ 30 มิถุนายน โดยมีเงินสด 5.7 ล้านดอลลาร์(ประมาณ 7.9 พันล้านวอน) และหนี้ 1.1 ล้านดอลลาร์(ประมาณ 1.5 พันล้านวอน) จึงยืนยันได้ว่าการซื้อหุ้นคืนเองไม่ได้เพิ่มภาระหนี้โดยตรง แต่การขายสินทรัพย์สำรองเพื่อลดจำนวนหุ้นอาจให้ผลต่างกันไปตามราคา LTC ช่วงเวลาขาย สภาพคล่อง และเงื่อนไขออปชัน
ความเสี่ยงจากออปชันยังคงมีอยู่ เอกสารเดือนมีนาคมของบริษัทระบุว่า หากออปชันถูกใช้สิทธิ บริษัทอาจต้องส่งมอบ LTC อ้างอิงเมื่อครบกำหนด นอกจากนี้ LTC ที่โอนเป็นหลักประกันยังมีความเสี่ยงคู่สัญญาที่เกี่ยวข้องกับ GSR บริษัทประเมินผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดไว้ ณ วันที่ 31 มีนาคมว่าอยู่ในระดับไม่มีนัยสำคัญ
ไลต์ สแตรทิจีระบุว่า ช่วงที่ดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืน ส่วนลดของราคาหุ้นเมื่อเทียบกับมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ LTC ที่บริษัทคำนวณเอง เคยขยายไปถึงช่วงต้นระดับ 40% ก่อนจะแคบลงต่ำกว่า 25% ในเวลาต่อมา อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่ได้เปิดเผยสูตรคำนวณมูลค่าสินทรัพย์สุทธิที่ทำซ้ำได้ หรือวันที่สังเกตการณ์ที่ชัดเจน จึงแยกยืนยันได้ยากว่าส่วนลดที่แคบลงเกิดจากการซื้อหุ้นคืน การเปลี่ยนแปลงราคา LTC หรือการเคลื่อนไหวของราคาหุ้น
การบริหารการเงินของบริษัทที่ถือคริปโตเป็นสินทรัพย์สำรองกำลังขยายจากการถือเฉย ๆ ไปสู่การคำนวณมูลค่าสินทรัพย์สุทธิและการจัดการส่วนลด กรณีที่สตราเทจี($MSTR) นำเกณฑ์มูลค่าสินทรัพย์สุทธิของบิตคอยน์มาใช้ก็สะท้อนทิศทางเดียวกัน อย่างไรก็ตาม หากไลต์ สแตรทิจียังใช้ LTC เพื่อซื้อหุ้นคืนต่อไป ผลจากจำนวนหุ้นที่ลดลงต้องมากกว่า LTC ที่หายไปจากสินทรัพย์สำรอง ส่วนผลระยะยาวต่อมูลค่าผู้ถือหุ้นและกลยุทธ์ถือครอง LTC ยังต้องติดตามข้อมูลเพิ่มเติม
ความคิดเห็น 0