Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

เงินทุนหมุนจาก บิตคอยน์(BTC) สู่ อีเธอเรียม(ETH)-คาร์ดาโน(ADA) หลัง ETF ETH ไหลเข้า 365 ล้านดอลลาร์

แรงซื้อในตลาดคริปโตเริ่มกลับมาอีกครั้ง หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางผ่อนคลายลง แต่รอบนี้จุดสนใจของนักลงทุนไม่ได้อยู่ที่ ‘บิตคอยน์(BTC)’ เพียงอย่างเดียว เพราะเงินทุนกำลังไหลไปหา ‘อีเธอเรียม(ETH)’ และ ‘คาร์ดาโน(ADA)’ มากขึ้นอย่างชัดเจน รายงานวิจัยล่าสุดของ CoinFeed ชี้ว่า การไหลเข้าของเงินสถาบันสู่กองทุน ETF อีเธอเรียมแบบสปอต การหมุนเงินเข้าสู่เหรียญทางเลือก และประเด็นกำกับดูแลในตลาดอนุพันธ์ของบิตคอยน์ กำลังเปลี่ยนโครงสร้างการนำตลาดคริปโตในรอบนี้

เมื่อวันที่ 3 (เวลาท้องถิ่น) ตลาดการเงินโลกตอบรับเชิงบวก หลังประธานาธิบดีทรัมป์ยกเลิกปฏิบัติการทางทหารโดยอิงกับแนวโน้มข้อตกลงกับอิหร่าน ส่งผลให้ความกังวลเรื่องการปิดช่องแคบฮอร์มุซลดลงอย่างรวดเร็ว เมื่อความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์คลายตัว สินทรัพย์เสี่ยงรวมถึง ‘บิตคอยน์(BTC)’ ก็ฟื้นขึ้นตามไปด้วย ขณะเดียวกัน ตลาดฟิวเจอร์สคริปโตยังเกิดการปิดสถานะชอร์ตมูลค่าราว 600 ล้านดอลลาร์ ช่วยเร่งแรงเด้งของราคาในระยะสั้น

อย่างไรก็ดี การฟื้นตัวครั้งนี้ไม่ได้กระจายเท่ากันทุกสินทรัพย์ ‘บิตคอยน์(BTC)’ ปรับขึ้น 1.37% ในช่วง 24 ชั่วโมง มาอยู่ที่ 63,654 ดอลลาร์ ขณะที่ ‘อีเธอเรียม(ETH)’ เพิ่มขึ้น 2.59% แตะ 1,893.53 ดอลลาร์ และ ‘คาร์ดาโน(ADA)’ พุ่งแรง 8.64% ไปอยู่ที่ 0.190 ดอลลาร์ ด้าน ‘โซลานา(SOL)’ ฟื้นตัว 2.96% สู่ระดับ 74.02 ดอลลาร์ มูลค่าตลาดคริปโตโดยรวมขยับขึ้นสู่ 2.18 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 1.53% ในวันเดียว

แม้กองทุน ETF บิตคอยน์แบบสปอตจะมีเงินไหลเข้าสูงถึง 233 ล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกัน แต่ราคาของ ‘บิตคอยน์(BTC)’ กลับตอบสนองค่อนข้างจำกัด ภาพนี้สะท้อนว่าแค่กระแสเงินเข้าอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอในการอธิบายภาวะผู้นำของตลาดอีกต่อไป ตรงกันข้าม นักลงทุนดูเหมือนเริ่มกระจายความเสี่ยงไปยัง ‘อีเธอเรียม(ETH)’ และเหรียญทางเลือกบางตัวมากขึ้น ในช่วงที่ความต้องการรับความเสี่ยงกลับมา

จุดที่เด่นที่สุดของรอบนี้คือความแข็งแกร่งเชิงเปรียบเทียบของ ‘อีเธอเรียม(ETH)’ โดย CoinFeed ระบุว่า กองทุน ETF อีเธอเรียมแบบสปอตในสหรัฐดึงเม็ดเงินเข้ามาได้ 365.17 ล้านดอลลาร์ตลอดเดือนกรกฎาคม มากกว่ายอดไหลเข้าของ ETF บิตคอยน์ในช่วงเดียวกันกว่า 2 เท่า และนับเป็นสถิติรายเดือนที่แข็งแกร่งที่สุดของปี 2026 ตัวเลขนี้บ่งชี้ว่าเงินสถาบันเริ่มขยับความสนใจจาก ‘บิตคอยน์(BTC)’ ไปยัง ‘อีเธอเรียม(ETH)’ บางส่วนแล้ว

ปัจจัยสำคัญที่หนุน ‘อีเธอเรียม(ETH)’ คือความชัดเจนด้านกฎระเบียบ หลังสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ และคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้า จัดทำกรอบร่วมกันเมื่อเดือนมีนาคม และจัดให้อีเธอเรียมเป็น “สินค้าโภคภัณฑ์ดิจิทัล” ความไม่แน่นอนที่ลดลง ทำให้สินทรัพย์นี้ดูคาดการณ์ได้มากขึ้นสำหรับนักลงทุนสถาบัน ขณะนี้ตลาดกำลังจับตาแนวต้านสำคัญที่ 1,950 ดอลลาร์ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณบ่งชี้การเปลี่ยนแนวโน้มถัดไป

ฝั่งอัลต์คอยน์ ‘คาร์ดาโน(ADA)’ เป็นเหรียญที่โดดเด่นที่สุดจากการพุ่งขึ้นมากกว่า 8% ภายในวันเดียว พร้อมปริมาณซื้อขายที่เพิ่มขึ้นกว่า 129% จึงไม่ได้ดูเป็นเพียงรีบาวด์ระยะสั้น แต่สะท้อนว่าเริ่มมีเงินทุนใหม่ไหลเข้าจริง รายงานยังระบุว่า นักลงทุนรายใหญ่สะสม ADA มากกว่า 240 ล้านเหรียญภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ ซึ่งช่วยสนับสนุนมุมมองว่าภาวะอุปสงค์กำลังดีขึ้น ตลาดจึงจับตาระดับ 0.20 ดอลลาร์ในฐานะจุดชี้ขาดของการขึ้นรอบถัดไป

ส่วน ‘โซลานา(SOL)’ กลับขึ้นมายืนเหนือ 74 ดอลลาร์ได้อีกครั้ง หลังแรงหนุนจากกองทุน ETF แบบสปอตที่มอร์แกน สแตนลีย์เปิดตัวเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวคิดค่าธรรมเนียม 0.14% และคืนผลตอบแทนจากการสเตกกิง 95% ให้ผู้ลงทุน ทำให้มีศักยภาพเชื่อมเม็ดเงินจากภาคการเงินดั้งเดิมเข้ามาได้มากขึ้น ขณะที่ ‘สเตลลาร์ลูเมน(XLM)’ ก็ขยับขึ้นเหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน หลังมีข่าวการอัปเกรดโปรโตคอล “Zipper” ภาพรวมเหล่านี้ชี้ว่า ตลาดไม่ได้เป็นขาขึ้นที่ขับเคลื่อนโดย ‘บิตคอยน์(BTC)’ เพียงตัวเดียวอีกต่อไป แต่กำลังอยู่ในช่วง “เลือกซื้อเป็นรายธีม”

ในอีกด้านหนึ่ง ปัจจัยเชิงนโยบายที่เกี่ยวข้องกับ ‘บิตคอยน์(BTC)’ ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญ CME Group ได้คัดค้านการอนุมัติให้ Nasdaq PHLX จดทะเบียนออปชันดัชนีบิตคอยน์ โดยให้เหตุผลว่า บิตคอยน์ควรถูกจัดเป็นสินค้าโภคภัณฑ์และอยู่ภายใต้เขตอำนาจของ CFTC ไม่ใช่ SEC การที่ SEC รับคำร้องและชะลอการอนุมัติ จึงสะท้อนว่าความตึงเครียดระหว่างหน่วยงานกำกับดูแลเกี่ยวกับการถืออำนาจในตลาดอนุพันธ์บิตคอยน์กำลังชัดเจนขึ้น

สำหรับนักลงทุนสถาบัน ประเด็นนี้ไม่ได้เป็นแค่เรื่องเทคนิคในเชิงกฎหมาย เพราะหน่วยงานที่มีอำนาจกำกับจะส่งผลโดยตรงต่อโครงสร้างมาร์จิน การเข้าถึงตลาด ความเร็วในการอนุมัติผลิตภัณฑ์ และรูปแบบของสินทรัพย์การลงทุนใหม่ๆ กล่าวอีกนัยหนึ่ง แม้ ‘บิตคอยน์(BTC)’ จะเข้าสู่ตลาดการเงินกระแสหลักผ่าน ETF แบบสปอตแล้ว แต่ตลาดอนุพันธ์ของมันยังอยู่ในช่วงปรับโครงสร้างด้านกฎเกณฑ์

นอกจากเรื่องกฎระเบียบแล้ว ประเด็นความปลอดภัยก็ยังสร้างแรงกดดันต่อบรรยากาศการลงทุนเช่นกัน ความเสียหายจากการแฮ็กกระเป๋าฮาร์ดแวร์ Coldcard ล่าสุดถูกประเมินใหม่ว่ามีมูลค่ามากกว่า 1,359.88 BTC และยิ่งซับซ้อนขึ้นเมื่อมีข้อความบนบล็อกเชนเสนอช่วยฟอกและแปลงบิตคอยน์ที่ถูกขโมยเป็นเงินสด โดยคิดค่าธรรมเนียม 10% ทำให้อุตสาหกรรมเริ่มจับตาว่าเบื้องหลังเป็นเครือข่ายอาชญากรรมหรืออาจเป็นปฏิบัติการล่อซื้อจากเจ้าหน้าที่

สิ่งที่ทำให้ผู้ใช้งานกังวลมากขึ้นคือ เฟิร์มแวร์แพตช์ฉุกเฉินที่ปล่อยออกมา กลับมีรายงานว่าทำให้อุปกรณ์บางส่วนบูตไม่ขึ้น ส่งผลให้ผู้ใช้ต้องเผชิญทั้งความเสี่ยงจากการถูกแฮ็กและความไม่มั่นใจในเสถียรภาพของแพตช์พร้อมกัน ภาวะนี้กดดันความเชื่อมั่นต่อ ‘บิตคอยน์(BTC)’ จนมุมมองเชิงบวกในตลาดลดลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ โดยสัดส่วนความเห็นเชิงลบต่อเชิงบวกขยายไปถึง 1.72 เท่า

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าความกลัวที่รุนแรงเช่นนี้อาจกลายเป็นสัญญาณสวนทางได้ ผู้ร่วมก่อตั้ง 21Shares ให้ความเห็นว่า นักลงทุนที่ไม่ต้องการถือครองที่ระดับราคาปัจจุบันอาจขายออกไปมากแล้ว อีกทั้งแม้ธนาคารกลางสหรัฐจะยังใช้นโยบายค่อนข้างเข้มงวด แต่ ‘บิตคอยน์(BTC)’ ก็ไม่ได้ปรับตัวลงแรง ซึ่งอาจสะท้อนว่าแรงขายเริ่มอ่อนกำลังลง

ภาพรวมของตลาดคริปโตในตอนนี้จึงไม่ใช่แค่การดีดกลับตามปัจจัยมหภาค แต่เป็นการเปลี่ยนสมดุลของเม็ดเงินภายในตลาดเอง ‘บิตคอยน์(BTC)’ ยังเป็นสินทรัพย์อ้างอิงหลัก แต่ผลตอบแทนส่วนเกินกำลังเกิดใน ‘อีเธอเรียม(ETH)’, ‘คาร์ดาโน(ADA)’ และ ‘โซลานา(SOL)’ มากกว่า เงินสถาบันเริ่มไหลสู่ ETF ของอีเธอเรียม ขณะที่ฝั่งอัลต์คอยน์ก็เห็นทั้งวอลุ่มซื้อขายและการสะสมจากวาฬในหลายเหรียญ

จากนี้ นักลงทุนจะจับตา 3 ระดับสำคัญ ได้แก่ การผ่านแนวต้าน 1,950 ดอลลาร์ของ ‘อีเธอเรียม(ETH)’ การยืนเหนือ 0.20 ดอลลาร์ของ ‘คาร์ดาโน(ADA)’ และการรักษาแนวรับ 62,000 ดอลลาร์ของ ‘บิตคอยน์(BTC)’ ซึ่งน่าจะเป็นตัวกำหนดทิศทางระยะสั้นของตลาด “ความคิดเห็น” หากภาพการหมุนเงินยังเดินต่อแบบปัจจุบัน ตลาดอาจกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงที่คำว่าโอกาส ไม่ได้อยู่หลัง ‘บิตคอยน์(BTC)’ เพียงเหรียญเดียวอีกแล้ว แต่กระจายไปยังสินทรัพย์คริปโตที่มีปัจจัยหนุนเฉพาะตัวมากขึ้นอย่างชัดเจน

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1