BTCPay เซิร์ฟเวอร์สั่ง ‘ล็อกดาวน์’ การเชื่อมต่อ LND ระยะไกลชั่วคราว หลังพบช่องโหว่เสี่ยงเงินรั่ว
BTCPay Server ปิดกั้นการเชื่อมต่อจากภายนอกไปยังโหนด *ไลท์นิงเน็ตเวิร์ก(Lightning Network)* ชั่วคราว หลังตรวจพบว่ามีการเจาะช่องโหว่ใน *ไลท์นิงเน็ตเวิร์กเดมอน(LND)* เพื่อขโมยข้อมูลยืนยันตัวตนและย้ายเงินออกจากโหนด เมื่อวันที่ 13 (เวลาท้องถิ่น) ‘โคอินเทเลกราฟ(Cointelegraph)’ รายงานว่ามาตรการนี้ใช้วิธีบล็อกการเชื่อมต่อผ่านโดเมน BTCPay Server และที่อยู่ *ทอร์(Tor) onion* ทั้งหมด เพื่อสกัดการเข้าถึงจากภายนอกในทันที
‘มาคารูน’ กลายเป็นจุดโจมตีหลัก
BTCPay อธิบายว่า ผู้โจมตีสามารถเข้าถึงไฟล์รับรองสิทธิ์ ‘มาคารูน(macroon)’ ของ LND ได้จากระยะไกลโดยไม่ต้องยืนยันตัวตน ไฟล์ ‘มาคารูน’ นี้บรรจุสิทธิ์ระดับสูงสำหรับควบคุมโหนดไลท์นิง หากถูกขโมยไป ผู้โจมตีสามารถสั่งการโหนด ย้ายเงิน และปิดช่องทางชำระเงินได้ตามใจ
เพื่อรับมือ BTCPay ได้ปล่อยเวอร์ชัน 2.4.2 ที่มากับ LND 0.21.1 และตั้งค่าให้ในสภาพแวดล้อมการติดตั้งทั่วไป ‘มาคารูน’ จะถูกสร้างใหม่อัตโนมัติ ลดความเสี่ยงจากข้อมูลรับรองเดิมที่อาจรั่วไหล
อย่างไรก็ตาม BTCPay เน้นย้ำว่า เส้นทางที่ผู้ให้บริการเปิดเอง เช่น *รีเวิร์สพร็อกซี* บนเซิร์ฟเวอร์ส่วนตัว บริการ *ทอร์(Tor)* ที่ตั้งค่าเอง หรือการเปิดพอร์ตฟอร์เวิร์ดบนเราเตอร์ จะไม่ถูกปิดโดยอัปเดตนี้ ผู้ให้บริการจึงต้องตรวจสอบเองว่ามีช่องทางใดเปิดให้เข้าถึงจากภายนอกอยู่บ้าง พร้อมแนะนำให้เช็กสัญญาณเสี่ยง เช่น
- การชำระเงินที่ไม่ได้อนุมัติ
- ช่องทางไลท์นิงปิดตัวอย่างไม่คาดคิด
- การเชื่อมต่อจาก *เพียร์(peer)* แปลกหน้า
- ยอดคงเหลือบนเชน (on-chain) กับในไลท์นิงไม่ตรงกัน
มีผู้เสียหายยืนยันอย่างน้อย 2 ราย
เหตุการณ์นี้ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในชุดปัญหาความปลอดภัยที่เกิดซ้ำในระบบนิเวศ *บิตคอยน์(BTC)* ก่อนหน้านี้เพิ่งมีกรณีช่องโหว่ในฮาร์ดแวร์วอลเล็ต *โคลด์การ์ด(Coldcard)* ที่ถูกประเมินว่ามูลค่าความเสียหายรวมทะลุ 100 ล้านดอลลาร์ จุดร่วมของกรณีเหล่านี้คือ ปัญหาไม่ได้เกิดจากตัวเครือข่าย *บิตคอยน์(BTC)* โดยตรง แต่เป็นซอฟต์แวร์และสภาพแวดล้อมการใช้งานรอบๆ
จนถึงตอนนี้มีผู้ให้บริการยืนยันความเสียหายอย่างน้อยสองราย แจ็ก เฮอร์เบิร์ต(Jack Herbert) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ *ฟาวเดชัน(Foundation)* เปิดเผยว่า ไลท์นิงโหนดของบริษัทถูกดูดเงินออกไปในช่วงเวลากลางคืน แม้ *ฮอตวอลเล็ต(hot wallet)* จะไม่ได้รับผลกระทบ แต่ช่องทางไลท์นิงหลายช่องถูกปิด และเงินถูกโอนไปปลายทางที่ไม่รู้จัก
สำนักข่าวสายบิตคอยน์ *ซิตาเดล21(Citadel21)* ก็ยอมรับเช่นกันว่าโหนดไลท์นิงของตนถูกเจาะ แต่ยังไม่เปิดเผยตัวเลขมูลค่าความเสียหายต่อสาธารณะ
ความปลอดภัยของไลท์นิงเน็ตเวิร์กถูกทดสอบอีกครั้ง
ไลท์นิงเน็ตเวิร์กถูกออกแบบมาเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญสำหรับทำให้การโอน *บิตคอยน์(BTC)* เร็วและค่าธรรมเนียมต่ำ แต่เมื่อใดที่จุดอ่อนของซอฟต์แวร์ปฏิบัติการถูกเปิดโปง ประเด็น ‘ความปลอดภัยต้องมาก่อนการขยายเครือข่าย’ ก็จะถูกหยิบยกขึ้นมาทันที
ที่สำคัญ การอัปเกรดยังไม่สามารถทำให้การเชื่อมต่อระยะไกลกลับมาใช้งานได้ตามปกติในทันที ผู้ให้บริการแต่ละรายยังต้องตรวจสอบช่องทางการเชื่อมต่อและ ‘ข้อมูลยืนยันตัวตน’ ด้วยตนเองอย่างละเอียด
ในมุมมองของตลาด เหตุการณ์นี้น่าจะกระทบต่อ ‘ความน่าเชื่อถือของโครงสร้างพื้นฐาน’ มากกว่าราคาของ *บิตคอยน์(BTC)* โดยตรง ‘ความคิดเห็น’ หากช่องโหว่ลักษณะนี้เกิดซ้ำและสะสมไปเรื่อยๆ ความเชื่อมั่นต่อการนำไลท์นิงเน็ตเวิร์กไปใช้งานในวงกว้างอาจชะลอตัวลง
ท้ายที่สุด การตัดสินใจของ BTCPay ที่บล็อกการเชื่อมต่อระยะไกล LND ครั้งนี้ จึงไม่ได้เป็นแค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่กลายเป็นสัญญาณเตือนให้ทั้งผู้พัฒนาและผู้ให้บริการกลับมายกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินด้วย *บิตคอยน์(BTC)* ทั้งระบบอีกครั้ง
ความคิดเห็น 0