Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

30 เดือนไม่สะดุด หลังเหตุขัดข้องก.พ. 2024 ของ Solana

เมนเน็ตเบต้าของ Solana(SOL) เดินหน้าทำงานต่อเนื่องโดยไม่หยุดชะงักมาแล้ว 30 เดือน นับตั้งแต่เหตุขัดข้องเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2024 ถือเป็นตัวชี้วัดการฟื้นฟูความเชื่อมั่นต่อเครือข่ายที่เคยได้รับผลกระทบจากเหตุขัดข้องซ้ำซากในอดีต

ตามข้อมูลจากหน้าสถานะ(status page)ของ Solana เมื่อวันที่ 10 อัตราการทำงาน(uptime)ของคลัสเตอร์เมนเน็ตเบต้าในช่วง 90 วันล่าสุดอยู่ที่ 100.0% โดยไม่มีการรายงานเหตุขัดข้องในวันดังกล่าว และอัตราการทำงานรายเดือนของเดือนพฤษภาคม มิถุนายน และกรกฎาคม 2026 ก็อยู่ที่ 100% เช่นกัน

อัตราการทำงานคือสัดส่วนของเวลาที่เครือข่ายทำงานได้ตามปกติ เป็นตัวชี้วัดพื้นฐานที่นักพัฒนาและองค์กรที่ต้องการนำบล็อกเชนไปใช้ในบริการที่ต้องทำงานตลอดเวลา เช่น การชำระเงินหรือสินทรัพย์โทเคไนซ์ ใช้ประเมินความเสถียรของโครงสร้างพื้นฐาน

อย่างไรก็ตาม คำว่า “30 เดือนไม่สะดุด” หมายถึงระยะเวลาที่ผ่านไปนับตั้งแต่เหตุขัดข้องในเดือนกุมภาพันธ์ 2024 ขณะที่หน้าวิจัยอย่างเป็นทางการของ Solana ระบุว่า “อัตราการทำงานของเครือข่ายอยู่ที่ 100% นับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2023” ซึ่งไม่สอดคล้องกับบันทึกเหตุขัดข้องที่ปรากฏในรายงานประสิทธิภาพอย่างเป็นทางการ

รายงานประสิทธิภาพเครือข่ายของ Solana Foundation ประจำเดือนมีนาคม 2024 ระบุว่าเมนเน็ตหยุดทำงานนาน 4 ชั่วโมง 46 นาทีในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ โดยอัตราการทำงานรายเดือนของเดือนนั้นอยู่ที่ 99.31% และเครือข่ายกลับมาทำงานได้ภายใน 5 ชั่วโมงหลังเกิดเหตุขัดข้อง

เหตุขัดข้องในครั้งนั้นเริ่มต้นจากบั๊กในฟังก์ชัน “LoadedPrograms” ที่ทำให้เกิดลูปการคอมไพล์ซ้ำแบบไม่รู้จบ เป็นกรณีที่ซอฟต์แวร์ของ validator ทำงานซ้ำเดิมจนกระบวนการสร้างบล็อกหยุดชะงัก

Solana เคยถูกมองว่าเป็น “เชนที่หยุดทำงานบ่อย” จากเหตุขัดข้องที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ในอดีต ตัวเลขครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าจะลบล้างเหตุขัดข้องทั้งหมดที่เคยเกิดขึ้น แต่สื่อถึงการที่เครือข่ายรักษาความเสถียรในการทำงานได้เป็นระยะเวลานานนับตั้งแต่เหตุขัดข้องที่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการครั้งล่าสุด

การพัฒนาด้านความเสถียรถูกตีความว่าเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงโปรโตคอลที่สะสมมา มากกว่าจะมาจากการอัปเกรดเพียงครั้งเดียว โดย Solana Foundation ระบุว่าได้นำ QUIC TPU, ระบบคุณภาพบริการตามน้ำหนักการสเตก(stake-weighted QoS) และตลาดค่าธรรมเนียมตามพื้นที่ มาใช้เพื่อรองรับปริมาณการทำธุรกรรมที่สูง

QUIC TPU คือเทคโนโลยีที่ปรับปรุงเส้นทางการส่งข้อมูลธุรกรรม ส่วนระบบคุณภาพบริการตามน้ำหนักการสเตกจะนำสัดส่วนหุ้นของ validator มาใช้ในการจัดสรรทรัพยากรเครือข่าย ขณะที่ตลาดค่าธรรมเนียมตามพื้นที่ช่วยลดความเสี่ยงที่ความแออัดจะลุกลามไปทั่วทั้งเครือข่าย เมื่อธุรกรรมกระจุกตัวอยู่ที่บัญชีใดบัญชีหนึ่ง

Firedancer ที่พัฒนาโดย Jump Crypto ก็เป็นอีกหนึ่งแกนหลักสำคัญในการเสริมความเสถียร โดย Jump Crypto แนะนำ Firedancer ว่าเป็น validator client ตัวใหม่สำหรับ Solana ที่เขียนด้วยภาษา C

validator client คือซอฟต์แวร์ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบบล็อกและเข้าร่วมกระบวนการฉันทามติของเครือข่าย การมี client หลายตัวทำงานร่วมกันจะช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพา client เดียว ซึ่งหากซอฟต์แวร์นั้นมีข้อบกพร่องอาจทำให้เครือข่ายทั้งหมดล่มได้

CoinDesk รายงานว่า Firedancer กำลังทำงานจริงบนเมนเน็ตของ Solana และถูกนำไปใช้งานแบบค่อยเป็นค่อยไป อย่างไรก็ตาม เนื่องจากยังอยู่ในขั้นตอนการเปิดใช้งาน จึงยังไม่อาจถือได้ว่าการขยายความหลากหลายของ client เสร็จสมบูรณ์แล้ว

ความเสถียรของเครือข่ายเป็นรากฐานที่ทำให้ Solana ขยายขอบเขตการใช้งานจากระบบนิเวศที่เน้นมีมคอยน์และดีเอ็กซ์(DEX) ไปสู่สินทรัพย์โทเคไนซ์และโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงิน ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานแนวโน้มที่ระบบนิเวศของ Solana ขยายขอบเขตไปสู่ตลาดสินทรัพย์จริงมาแล้ว

อัตราการทำงานครั้งนี้เพียงอย่างเดียวยังไม่สามารถใช้ตัดสินการเปลี่ยนแปลงของราคา Solana มูลค่าสินทรัพย์รวมที่ฝากไว้ หรือกระแสเงินทุนจากสถาบันได้ สิ่งที่ยืนยันได้ในขณะนี้คือความเสถียรในการดำเนินงานนับตั้งแต่เหตุขัดข้องเดือนกุมภาพันธ์ 2024 และอัตราการทำงาน 100.0% ในช่วง 90 วันล่าสุด

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1