เจมินี(Gemini, $GEMI) ไม่ต้องรับผิดในข้อกล่าวหาทำให้ผู้ใช้เข้าใจผิดเกี่ยวกับการล่มสลายของโปรแกรมปล่อยกู้สินทรัพย์ดิจิทัล Earn หลังกระบวนการอนุญาโตตุลาการชี้ว่าหลักฐานไม่เพียงพอที่จะเอาผิด
อนุญาโตตุลาการมีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 12 (เวลาท้องถิ่น) ว่าไม่มีหลักฐานเพียงพอที่แสดงว่าเจมินีให้ข้อมูลเท็จแก่ผู้ใช้ Earn หรือละเลยการตรวจสอบสถานะ (due diligence) ของเจเนซิส โกลบอล แคปิตอล(Genesis Global Capital) พันธมิตรปล่อยกู้รายหลัก ตามรายงานของ CNBC
คำร้องนี้ยื่นโดยผู้ใช้ Earn รายหนึ่งเมื่อช่วงปลายปี 2024 โดยตั้งคำถามต่อคำอธิบายและความรับผิดชอบในการบริหารจัดการของเจมินี แต่อนุญาโตตุลาการเห็นว่าการเรียกร้องค่าเสียหายทางจิตใจต้องมีข้อเท็จจริงรองรับทั้งการละเมิดหน้าที่ ความเสียหายทางจิตใจ ความสัมพันธ์เชิงเหตุผล และความแท้จริงของความเสียหาย
คำวินิจฉัยระบุว่าผู้ร้องไม่สามารถพิสูจน์ภัยคุกคามต่อความปลอดภัยทางร่างกายที่เกิดขึ้นจริงหรือที่รับรู้ได้ ซึ่งสะท้อนมุมมองที่จำกัดขอบเขตความรับผิดทางกฎหมายของเจมินีในคดีอนุญาโตตุลาการที่ผู้ใช้รายบุคคลยื่นฟ้อง
Earn คือโปรแกรมปล่อยกู้สินทรัพย์ดิจิทัลที่เปิดตัวในปี 2021 โดยผู้ใช้สามารถนำสินทรัพย์ดิจิทัลที่ถือครองไปปล่อยกู้เพื่อรับผลตอบแทนสูงสุด 7.4% ต่อปี
เจมินีนำสินทรัพย์ของผู้ใช้ไปปล่อยกู้ให้กับผู้กู้สถาบัน โดยมีเจเนซิสทำหน้าที่เป็นตัวกลางหลัก ผลิตภัณฑ์ปล่อยกู้สินทรัพย์ดิจิทัลโดยทั่วไปมีโครงสร้างที่ตลาดแลกเปลี่ยนหรือแพลตฟอร์มรวบรวมสินทรัพย์ของผู้ใช้แล้วปล่อยกู้ให้ผู้กู้ ก่อนแบ่งดอกเบี้ยบางส่วนที่ได้รับคืนให้กับผู้ใช้
ปัญหาบานปลายในเดือนพฤศจิกายน 2022 เมื่อเจเนซิสระงับการปล่อยกู้ใหม่และการชำระคืน โดยอ้างแรงกดดันด้านสภาพคล่องท่ามกลางภาวะตลาดคริปโตซบเซา ส่งผลให้เจมินีต้องระงับการถอนเงินจาก Earn ตามไปด้วย
ขณะนั้นมีผู้ใช้ Earn มากกว่า 300,000 ราย และหลังการระงับถอนเงิน ผู้ใช้บางส่วนได้ยื่นฟ้องดำเนินคดีทางกฎหมายกับเจมินี
อัยการสูงสุดแห่งรัฐนิวยอร์ก(New York State Attorney General) ประกาศข้อตกลงมูลค่า 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 โดยระบุว่าเจมินีให้ข้อมูลที่ทำให้นักลงทุนเข้าใจผิดเกี่ยวกับความเสี่ยงของ Earn และนักลงทุนที่ยังไม่ได้รับสินทรัพย์คืนจะได้รับคืนครบทั้งหมดตามข้อตกลงนี้
ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว เจมินียังถูกห้ามดำเนินโปรแกรมปล่อยกู้สินทรัพย์ดิจิทัลในรัฐนิวยอร์กด้วย ทั้งนี้คำวินิจฉัยจากกระบวนการอนุญาโตตุลาการครั้งนี้แยกต่างหากจากข้อตกลงกับอัยการสูงสุดแห่งรัฐนิวยอร์ก โดยเป็นการพิจารณาคำร้องเรียกค่าเสียหายที่ผู้ใช้รายหนึ่งยื่นฟ้องโดยเฉพาะ
เจมินีระบุเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2024 ว่าบรรลุข้อตกลงในหลักการกับเจเนซิสและเจ้าหนี้รายอื่นในกระบวนการล้มละลายของเจเนซิส ต่อมาในเดือนพฤษภาคมปีเดียวกัน ผู้ใช้ Earn ได้รับคืนสินทรัพย์ดิจิทัลคิดเป็นมูลค่ารวม 2,180 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
มูลค่าดังกล่าวคิดเป็น 97% ของสินทรัพย์ดิจิทัลที่เจเนซิสต้องคืนให้ผู้ใช้ Earn ทั้งหมด และเจมินีระบุว่าสูงกว่ามูลค่าที่ค้างอยู่ ณ ช่วงที่เจเนซิสระงับการถอนเงินในปี 2022 ถึง 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
อย่างไรก็ตาม คำวินิจฉัยครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าข้อพิพาทเกี่ยวกับ Earn ของเจมินีจะยุติลงทั้งหมด โดย CNBC รายงานว่า ณ ต้นเดือนนี้ ยังมีข้อพิพาทที่ผู้ใช้ Earn ยื่นฟ้องเจมินีค้างอยู่มากกว่า 10 คดี
ในกระบวนการที่เหลือ ประเด็นที่คาดว่าจะถูกพิจารณาต่อไปคือเจมินีชี้แจงความเสี่ยงของ Earn และโครงสร้างการพึ่งพาเจเนซิสให้ผู้ใช้ทราบมากน้อยเพียงใด คำวินิจฉัยล่าสุดนี้มีนัยสำคัญตรงที่ อย่างน้อยในคดีอนุญาโตตุลาการนี้ เจมินีไม่ถูกตัดสินว่าต้องรับผิดในข้อหาทำให้ผู้ใช้เข้าใจผิดหรือละเลยการตรวจสอบสถานะ
ความคิดเห็น 0