วงการคริปโตในสหรัฐฯ ยื่นหนังสือคัดค้านต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (ก.ล.ต. สหรัฐฯ หรือ SEC) ไม่ให้นำกองทุนแลกเปลี่ยนซื้อขาย (ETF) รูปแบบใหม่มาเหมารวมไว้ในกฎเกณฑ์ชุดเดียวกันทั้งหมด โดยเรียกร้องไม่ให้จัดผลิตภัณฑ์ซื้อขายแลกเปลี่ยน (ETP) ที่อ้างอิงสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างบิตคอยน์(BTC) และอีเธอเรียม(ETH) ไว้ในกรอบเดียวกับสินทรัพย์เอกชน สัญญาอีเวนต์ หรือผลิตภัณฑ์เลเวอเรจสูง
ก.ล.ต.สหรัฐฯ เปิดรับฟังความคิดเห็นจากตลาดเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน เกี่ยวกับ ETF ที่ลงทุนในสินทรัพย์แนวใหม่หรือใช้กลยุทธ์การลงทุนรูปแบบใหม่ โดยกำหนดปิดรับความเห็นวันที่ 31 สิงหาคม
ประเด็นที่ ก.ล.ต.สหรัฐฯ หยิบยกขึ้นมามี △การจัดประเภทภายใต้กฎหมายบริษัทเพื่อการลงทุน (Investment Company Act) △ความเพียงพอของกฎ ETF ที่ใช้อยู่เดิม △ความจำเป็นต้องปรับขั้นตอนการจดทะเบียนใหม่ ก่อนหน้านี้ ก.ล.ต.สหรัฐฯ ได้นำขั้นตอนจดทะเบียน ETF รูปแบบใหม่ที่มีสินทรัพย์คริปโต สัญญาอีเวนต์ กลยุทธ์หุ้นเดี่ยว และโครงสร้างเลเวอเรจสูง เข้าสู่การพิจารณาแล้ว
เกรย์สเกล(Grayscale) ระบุในหนังสือแสดงความเห็นเมื่อวันที่ 31 สิงหาคมว่า ก.ล.ต.สหรัฐฯ ไม่ควรเข้าไปสั่นคลอนเกณฑ์การจัดประเภทที่ใช้อยู่เดิม บริษัทคัดค้านทั้งแนวทางที่จะจัดผลิตภัณฑ์ที่ถือสินทรัพย์ไม่ใช่หลักทรัพย์เป็นหลักให้กลายเป็น ‘บริษัทเพื่อการลงทุน’ โดยอัตโนมัติ และแนวทางที่จะเพิ่มเงื่อนไขพอร์ตการลงทุนหรือข้อจำกัดประเภทสินทรัพย์ใหม่ให้กับผลิตภัณฑ์สินทรัพย์ดิจิทัล
เกรย์สเกลมองว่านักลงทุนเข้าถึงข้อมูลที่จำเป็นได้จากโครงสร้างการจดทะเบียนและการเปิดเผยความเสี่ยง มากกว่าการจำกัดชื่อผลิตภัณฑ์ บริษัทเห็นว่าควรพิจารณาจาก ‘หน้าที่ทางเศรษฐกิจ’ ของผลิตภัณฑ์ เช่น การจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โครงสร้างเก็งกำไรส่วนต่างราคา และกลไกตั้งราคาที่โปร่งใส มากกว่าดูที่รูปแบบทางกฎหมายเพียงอย่างเดียว
อันเดรียสเซน โฮโรวิทซ์(Andreessen Horowitz) ยื่นความเห็นในวันเดียวกัน โดยระบุว่าไม่ควรจัดกลุ่ม ETF รูปแบบใหม่ไว้เป็นหมวดหมู่เดียว บริษัทอธิบายว่า ETP ที่อ้างอิงสินทรัพย์คริปโตมีโครงสร้างพื้นฐานของตลาดสะสมอยู่แล้ว ทั้งเกณฑ์การจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ การเปิดเผยสินทรัพย์ที่ถือครอง และการเปิดเผยการประเมินมูลค่า
นั่นหมายความว่าการนำ ETP สินทรัพย์คริปโตไปไว้ในกรอบกฎเดียวกับสินทรัพย์เอกชนที่มีปัญหาสภาพคล่องหรือตั้งราคาต่อเนื่องได้ยากนั้นไม่เหมาะสม วงการจึงเน้นว่าควรพิจารณาผลิตภัณฑ์แต่ละตัวจากสินทรัพย์อ้างอิงและโครงสร้างความเสี่ยงเฉพาะของตัวเอง
อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายมีความเห็นต่างกันเรื่องการใช้คำว่า ‘ETF’ อันเดรียสเซน โฮโรวิทซ์ เห็นว่าควรจำกัดชื่อ ETF ไว้เฉพาะกองทุนที่อยู่ภายใต้กฎหมายบริษัทเพื่อการลงทุนปี 1940 เท่านั้น เพื่อลดความสับสนของนักลงทุน
ขณะที่เกรย์สเกลเห็นต่างว่าไม่ควรจำกัดชื่อ ETF ไว้เฉพาะโครงสร้างทางกฎหมาย บริษัทมองว่าผลิตภัณฑ์ที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์และตั้งราคาผ่านกลไกเก็งกำไรส่วนต่างราคาควรใช้ชื่อ ETF ได้ หากพิจารณาจากหน้าที่ทางเศรษฐกิจของผลิตภัณฑ์นั้น
สภาคริปโตเพื่อนวัตกรรม(Crypto Council for Innovation หรือ CCI) เสนอว่าผลิตภัณฑ์ ETP ที่ไม่ใช่ ETF ก็ควรได้รับการพิจารณาความคล่องตัวด้านขั้นตอนในลักษณะใกล้เคียงกับ ETF เช่นกัน โดยอธิบายว่าผลิตภัณฑ์สินทรัพย์คริปโตส่วนใหญ่ที่ซื้อขายในสหรัฐฯ ขณะนี้ไม่ใช่ ‘บริษัทเพื่อการลงทุน’ ตามกฎหมายบริษัทเพื่อการลงทุน แต่เป็น ETP ที่ผ่านการจดทะเบียนตามกฎหมายหลักทรัพย์และการตรวจสอบการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ตามกฎหมายตลาดหลักทรัพย์
CCI มองว่าควรคงโครงสร้างนี้ไว้ พร้อมเพิ่มการเปิดเผยข้อมูลให้ชัดเจนขึ้นเกี่ยวกับสถานะการจดทะเบียน แนวทางนี้เน้นปรับระบบเปิดเผยข้อมูลให้นักลงทุนแยกความแตกต่างระหว่าง ETF และ ETP ที่ไม่ใช่ ETF ได้ง่ายขึ้น มากกว่าเปลี่ยนสถานะทางกฎหมายของผลิตภัณฑ์
ข้อเรียกร้องร่วมของทั้งสามองค์กรคือความเร็วในการพิจารณาและความสามารถคาดการณ์ได้ อันเดรียสเซน โฮโรวิทซ์ ชี้ว่าการพิจารณาจดทะเบียนกองทุนกับการพิจารณาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เดินไปคนละตารางเวลา ทำให้ความไม่แน่นอนของช่วงเวลาเปิดตัวผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้น
เกรย์สเกลและ CCI เสนอให้เปิดทางเลือกขั้นตอนหารือแบบไม่เปิดเผยก่อนยื่นคำขอจดทะเบียนอย่างเป็นทางการ โดยให้เหตุผลว่าวิธีนี้จะช่วยลดการยื่นคำขอซ้ำซ้อนหรือเลียนแบบกัน และช่วยสะสางประเด็นได้ตั้งแต่ก่อนยื่นคำขอจริง
ประเด็นนี้ยังเชื่อมโยงกับก้าวต่อไปของ ETP สินทรัพย์คริปโตแบบซื้อขายจริงในตลาดสหรัฐฯ ซึ่งมีนัยต่อนักลงทุนไทยเช่นกัน หาก ก.ล.ต.สหรัฐฯ สรุปแนวทางกฎเกณฑ์ ETF รูปแบบใหม่อย่างไร ก็อาจส่งผลต่อชื่อเรียก รูปแบบการเปิดเผยข้อมูล และระยะเวลาการพิจารณาผลิตภัณฑ์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ ที่มีสินทรัพย์คริปโตเป็นส่วนประกอบ
อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนนี้ยังเป็นเพียงการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ ยังไม่ใช่การออกกฎเกณฑ์ขั้นสุดท้าย ก.ล.ต.สหรัฐฯ มีกำหนดพิจารณาความเห็นที่ได้รับ เพื่อตัดสินใจว่าจะเสนอแก้ไขกฎเกณฑ์ใหม่ หรือจะปรับปรุงเฉพาะแนวทางตีความและขั้นตอนปฏิบัติที่ใช้อยู่เดิม
ความคิดเห็น 0