มูลค่าประเมินสำหรับโทเคน PUMP ถูกนำเสนอไว้ในช่วง 0.0108-0.0205 ดอลลาร์ต่อเหรียญ ซึ่งสูงกว่าราคาซื้อขายขณะนั้นราว 2.3-4.4 เท่า
ชอนดา เดเวนส์ (Shaunda Devens) นักวิเคราะห์จากบล็อกเวิร์กส์ รีเสิร์ช (Blockworks Research) เผยแพร่การวิเคราะห์มูลค่า PUMP ไว้ในรายงานหัวข้อ “PumpFun: Undervalued or Worthless?” โดยอ้างอิงรายได้ ปริมาณการซื้อขาย โครงการซื้อคืนโทเคน (บายแบ็ก) และปริมาณโทเคนหมุนเวียนของ pump.fun เป็นหลัก ทั้งนี้ ตามข้อมูลเปิดเผยอย่างเป็นทางการของบล็อกเวิร์กส์ เดเวนส์ถือครองโทเคน PUMP อยู่ด้วย ซึ่งอาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์เกิดขึ้นได้ รายงานฉบับนี้เผยแพร่เมื่อเวลา 10.28 น. ของวันที่ 11 กันยายน 2026 ตามเวลาเกาหลีใต้
เดเวนส์ประเมินรายได้ต่อปี (annualized revenue) ของ pump.fun ไว้ที่ 677 ล้านดอลลาร์ พร้อมระบุว่าความผันผวนของรายได้รายสัปดาห์อยู่ในระดับต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับ 10 โปรโตคอลชั้นนำ
pump.fun เริ่มต้นจากแพลตฟอร์มออกโทเคนที่ผนวกรวมกับโครงสร้างพื้นฐานตลาดแลกเปลี่ยนแบบกระจายศูนย์ (DEX) ก่อนขยายบริการไปสู่แอปพลิเคชันมือถือและเทอร์มินัลสำหรับเทรด ปริมาณการซื้อขายรายวันฝั่งฟรอนต์เอนด์ของแอปมือถือและเทอร์มินัลเพิ่มขึ้น 5.6 เท่า นับตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา
ผู้ใช้งานรายวันบนแอปมือถือเพิ่มขึ้นจาก 5,600 คน เป็น 34,100 คน สะท้อนว่าทั้งจำนวนนักเทรดบนมือถือและปริมาณการใช้งานเทอร์มินัลเติบโตไปพร้อมกัน
รายได้สะสมของ pump.fun นับตั้งแต่ปี 2024 อยู่ที่ 1.37 พันล้านดอลลาร์ และหากไม่นับผู้ออกสกุลเงินดิจิทัลเสถียร (stablecoin) แล้ว pump.fun ถือเป็นแอปพลิเคชันที่มีรายได้สูงเป็นอันดับสองของปีนี้ รองจากไฮเปอร์ลิควิด (Hyperliquid, HYPE)
การประเมินมูลค่า PUMP ยังอ้างอิงอัตราส่วนมูลค่าตลาดต่อรายได้ด้วย โดยเดเวนส์ระบุในรายงานฉบับเดียวกันว่า ขณะนี้ PUMP ซื้อขายอยู่ในอัตราส่วนมูลค่าต่อรายได้ที่ใกล้เคียงกับ 2.8 เท่าของอัตราส่วนราคาต่อยอดขาย (Price-to-Sales Ratio)
อัตราส่วนราคาต่อยอดขาย (PSR) โดยทั่วไปคำนวณจากมูลค่าตลาดของบริษัทหารด้วยยอดขาย ซึ่งในการวิเคราะห์ครั้งนี้ถูกนำมาปรับใช้กับการประเมินมูลค่าโทเคน PUMP ทั้งนี้ ช่วงราคา 0.0108-0.0205 ดอลลาร์ไม่ใช่ราคาที่ตายตัว แต่เป็นมูลค่าประเมินที่คำนวณจากรายได้และปริมาณโทเคนหมุนเวียน
โครงการบายแบ็กถูกยกมาเป็นเหตุผลสำคัญอีกข้อหนึ่ง pump.fun นำรายได้ 50% มาใช้ซื้อคืนโทเคน PUMP อย่างเป็นระบบ ซึ่งหากคำนวณจากราคาปัจจุบัน คาดว่าจะสามารถดูดซับปริมาณโทเคนหมุนเวียนต่อปีได้ราว 17.6%
ในส่วนของโทเคนที่จัดสรรให้ผู้ถือหุ้นภายใน (insider) แล้ว ราว 77% ยังไม่มีการเคลื่อนย้ายออกไป โดยขนาดของโครงการบายแบ็กและการเคลื่อนไหวของโทเคนกลุ่มนี้ถูกมองว่าเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลต่อปริมาณโทเคนหมุนเวียนในระยะถัดไป
คลังโทเคนของทีมงาน (treasury) มีมูลค่าประมาณ 2 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่รายได้รวมทั้งหมดราว 96% มาจากโทเคนที่มีมูลค่าตลาดต่ำกว่า 1 ล้านดอลลาร์ และรายได้ที่อ้างอิงกับโซลานา (Solana, SOL) อยู่ในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
จากการวิเคราะห์ pump.fun ครองส่วนแบ่งปริมาณการซื้อขายมีมโค้นบนเครือข่ายโซลานาอยู่ที่ราว 70% ทำให้รายได้ของแพลตฟอร์มผูกโยงอยู่กับความต้องการซื้อขายมีมโค้นบนโซลานาโดยตรง และอาจแปรผันไปตามปริมาณการซื้อขายที่เปลี่ยนแปลงไป
เมื่อแยกตามประเภทธุรกิจ รายได้ในไตรมาส 2 อยู่ที่ 85.2 ล้านดอลลาร์ ขณะที่อัตรารายได้ต่อปี (annualized run rate) ของไตรมาส 3 อยู่ที่ 125.4 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 47% จากไตรมาสก่อนหน้า
ในจำนวนนี้ รายได้จากแพลตฟอร์มออกโทเคนอยู่ที่ 87.1 ล้านดอลลาร์ และรายได้จาก PumpSwap ซึ่งเป็น DEX ในระบบนิเวศของ pump.fun อยู่ที่ 38.3 ล้านดอลลาร์
ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานเกี่ยวกับโครงสร้างบายแบ็กและเผารายได้ 50% ของ pump.fun รวมถึงความแตกต่างของปริมาณโทเคนที่ระบบติดตามแต่ละแห่งนับได้ ซึ่งประเด็นเรื่องอัตราส่วนบายแบ็กและปริมาณโทเคนหมุนเวียนยังคงเป็นตัวแปรสำคัญในการประเมินมูลค่า PUMP ครั้งนี้ด้วย
ผลประกอบการและมูลค่าของ PUMP ในอนาคตยังขึ้นอยู่กับปริมาณการใช้งานแพลตฟอร์ม ความต้องการซื้อขายมีมโค้น และขนาดของการดำเนินโครงการบายแบ็ก ทั้งนี้ ช่วงมูลค่าประเมินที่นำเสนอเป็นเพียงผลจากการวิเคราะห์เท่านั้น ไม่ใช่ตัวเลขที่รับประกันราคาซื้อขายหรือผลตอบแทนการลงทุนแต่อย่างใด
ความคิดเห็น 0