NEAR AI Cloud เปิดตัว API ที่เข้ากันได้กับ OpenAI พร้อมชูจุดขายด้านความเป็นส่วนตัวด้วยเทคโนโลยี Trusted Execution Environment หรือ TEE เพื่อดึงดูดนักพัฒนาให้เข้ามาใช้งาน โดยนักพัฒนาสามารถใช้โค้ดฝั่งไคลเอนต์ของ OpenAI เดิมได้แทบไม่ต้องแก้ไข ทั้งนี้เอกสารเปิดตัวช่วงแรกระบุว่าระบบสามารถรองรับคำขอได้ 100 ครั้งต่อวินาทีต่อผู้เช่าหนึ่งราย (tenant)
NEAR AI เปิดเผยในเอกสารเปิดตัวเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2025 (เวลาท้องถิ่น) ว่า NEAR AI Cloud API รองรับการเข้ากันได้กับ OpenAI อย่างสมบูรณ์ พร้อมมี SDK สำหรับภาษาไพทอน(Python) และไทป์สคริปต์(TypeScript) ให้ใช้งาน นักพัฒนาสามารถเปลี่ยนเพียง URL หลักและ API key ในไลบรารีไคลเอนต์เดิมก็สามารถเริ่มใช้บริการได้ทันที
ตัวอย่างที่เป็นทางการกำหนดให้ใช้ https://cloud-api.near.ai/v1 เป็น URL หลัก จากนั้นเปลี่ยนเฉพาะชื่อโมเดลและ API key เท่านั้น ทำให้นักพัฒนาสามารถทดสอบฟีเจอร์ต่าง ๆ เช่น chat completion ได้โดยไม่ต้องปรับโครงสร้างโค้ดของแอปพลิเคชันเดิมมากนัก
อย่างไรก็ตาม การเข้ากันได้กับ OpenAI ไม่ได้หมายความว่าฟีเจอร์และการทำงานทั้งหมดจะเหมือนกันทุกประการ รีพอสิทอรีสาธารณะของ NEAR AI ระบุเอนด์พอยต์หลายรายการ เช่น chat completion, completion ทั่วไป และ embedding แต่ขอบเขตการรองรับจริงและข้อจำกัดในรายละเอียดต้องตรวจสอบจากเอกสารของแต่ละโมเดลอีกครั้ง
เทคโนโลยีที่ NEAR AI Cloud ชูเป็นจุดต่างคือ TEE ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่แยกการประมวลผลข้อมูลและโค้ดออกจากส่วนอื่นภายในหน่วยประมวลผลกลาง(CPU) และหน่วยประมวลผลกราฟิก(GPU) โดยแยกการทำงานออกจากระบบปฏิบัติการหลักและแอปพลิเคชันอื่น ๆ ที่รันอยู่บนเครื่องเดียวกัน
NEAR AI ระบุว่าคำขอทั้งหมดจะถูกประมวลผลภายใน TEE และสามารถตรวจสอบได้ผ่านกระบวนการ attestation ซึ่งเป็นการยืนยันด้วยฮาร์ดแวร์ว่าการประมวลผลเกิดขึ้นในพื้นที่ปลอดภัยที่ผ่านการรับรองจริง เอกสารทางการยังระบุด้วยว่าทั้งผู้ให้บริการโมเดล ผู้ให้บริการคลาวด์ และ NEAR AI เอง ไม่สามารถเข้าถึงหรือนำข้อมูลของผู้ใช้ไปใช้ฝึกโมเดลได้
Attestation คือกระบวนการยืนยันทางการเข้ารหัสว่าคำขอหนึ่ง ๆ ถูกประมวลผลในสภาพแวดล้อมฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่ได้รับการรับรองจริง ทำให้นักพัฒนาไม่ต้องพึ่งพาเพียงคำมั่นสัญญาด้านความปลอดภัยจากผู้ให้บริการ แต่สามารถตรวจสอบสภาพแวดล้อมการทำงานจริงได้ด้วยตนเอง
ด้านภาระต่อประสิทธิภาพยังคงมีอยู่ เอกสารเปิดตัวช่วงแรกของ NEAR AI ระบุว่าค่า latency อาจเพิ่มขึ้นราว 5-10% เมื่อเทียบกับสภาพแวดล้อมทั่วไป และระบบสามารถรองรับคำขอได้ 100 ครั้งต่อวินาทีต่อผู้เช่าหนึ่งราย
ค่า latency และปริมาณการประมวลผลจริงอาจแตกต่างกันไปตามโมเดลและสภาพแวดล้อมการให้บริการ โดยเฉพาะการใช้งาน TEE ที่อาจแตกต่างกันในแต่ละโมเดล นักพัฒนาจึงต้องตรวจสอบสภาพแวดล้อมการรันและการให้บริการ attestation แยกเป็นรายโมเดลผ่านหน้าเอกสารของแต่ละโมเดล
โมเดลบางส่วนใน NEAR AI Cloud อาจถูกรันบนสภาพแวดล้อมของผู้ให้บริการภายนอก ไม่ใช่ NEAR AI GPU TEE โดยตรง ซึ่งในกรณีนี้อาจไม่มี attestation ที่อิงฮาร์ดแวร์ให้ใช้งาน ทำให้ระดับการตรวจสอบความเป็นส่วนตัวไม่เท่ากันในทุกโมเดล
ด้านวิธีการชำระเงินเชื่อมโยงกับเหรียญเนียร์โปรโตคอล(NEAR) โดย NEAR AI เปิดเผยเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม (เวลาท้องถิ่น) ว่าผู้ใช้สามารถสเตกเหรียญ NEAR เพื่อรับเครดิตสำหรับใช้ประมวลผล AI และโฮสต์เอเจนต์(agent) ได้
โครงสร้างนี้ถือเป็นความเคลื่อนไหวต่อเนื่องจาก รูปแบบที่เชื่อมโยงการสเตกเหรียญเนียร์โปรโตคอล(NEAR) เข้ากับสิทธิ์การใช้งานคอมพิวต์ด้าน AI ที่เคยรายงานไปก่อนหน้านี้ แม้กรรมสิทธิ์ในสินทรัพย์ที่นำไปสเตกจะยังคงอยู่กับผู้ใช้ แต่ความผันผวนของราคา NEAR ที่อาจส่งผลต่อการคาดการณ์ต้นทุนขององค์กรยังต้องพิจารณาแยกต่างหาก
การใช้งาน API และการชำระเงินผ่านการสเตกเหรียญ NEAR เป็นฟีเจอร์ที่แยกจากกัน นักพัฒนาสามารถใช้ API ที่เข้ากันได้กับ OpenAI โดยไม่ต้องใช้การชำระเงินแบบสเตกก็ได้ และในทางกลับกัน หากต้องการใช้การสเตก ก็ต้องตรวจสอบโครงสร้างเครดิตและเงื่อนไขค่าใช้จ่ายให้ชัดเจนก่อน
ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่นักพัฒนาต้องตรวจสอบไม่ได้มีเพียงความเข้ากันได้ของ API เท่านั้น แต่ยังรวมถึงฟีเจอร์ที่รองรับในแต่ละโมเดล การใช้งาน TEE กระบวนการตรวจสอบ attestation ค่า latency และปริมาณการประมวลผล รวมถึงโครงสร้างต้นทุนของการชำระเงินแบบสเตกด้วย ทั้งนี้ ขนาดการนำไปใช้งานจริงของนักพัฒนาและส่วนแบ่งตลาดของ NEAR AI Cloud ยังไม่สามารถยืนยันได้จากข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะในขณะนี้
ความคิดเห็น 0