ในช่วง 3 เดือนหลังจากสเปซเอ็กซ์(SpaceX) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ราคาหุ้นเทสลา(Tesla·TSLA) ปรับตัวลดลง 8.9% ขณะที่ราคาหุ้นสเปซเอ็กซ์เพิ่มขึ้น 9.8% ส่วนดัชนีแสตนดาร์ดแอนด์พัวร์ส 500(S&P500) ในช่วงเวลาเดียวกันปรับขึ้น 2.7%
สเปซเอ็กซ์เริ่มซื้อขายเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ด้วยราคาเสนอขายหุ้นละ 135 ดอลลาร์(ราว 181,575 วอน) โอเดลี(Odaily) รายงานโดยอ้างอิงบลูมเบิร์ก(Bloomberg) ว่า ที่ผ่านมาเทสลาถูกมองว่าเป็นหุ้นในตลาดสาธารณะแทบจะหนึ่งเดียวที่นักลงทุนสามารถลงทุนในอีลอน มัสก์(Elon Musk) ได้ แต่การเข้าจดทะเบียนของสเปซเอ็กซ์ทำให้ทางเลือกด้านการลงทุนถูกแบ่งออก
ภาวะอ่อนตัวของหุ้นเทสลาไม่สามารถอธิบายได้ด้วยการเข้าจดทะเบียนของสเปซเอ็กซ์เพียงอย่างเดียว บลูมเบิร์กรายงานว่าผลประกอบการล่าสุดและการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ของเทสลายังไม่สามารถพิสูจน์ความเป็นไปได้ของการเปลี่ยนผ่านสู่ผลิตภัณฑ์ปัญญาประดิษฐ์(AI) เชิงกายภาพได้สำเร็จ
ลาเล อาโคเนอร์(Lale Akoner) นักยุทธศาสตร์ตลาดโลกจากอีโทโร(eToro·ETOR) กล่าวว่า “นักลงทุนมองสเปซเอ็กซ์เป็นเรื่องราวการเติบโตที่บริสุทธิ์กว่า ขณะที่มองเทสลาเป็นการเดิมพันการเปลี่ยนผ่านที่มีความเสี่ยงสูงกว่า” นั่นหมายความว่าสเปซเอ็กซ์ต้องพิสูจน์ศักยภาพการเติบโต ขณะที่เทสลาต้องพิสูจน์ทั้งธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าและการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจ AI ไปพร้อมกัน
เดฟ มาซซา(Dave Mazza) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Roundhill Financial กล่าวว่า “สเปซเอ็กซ์ต้องพิสูจน์ว่าสามารถสร้างรายได้ในระดับ 1 แสนล้านดอลลาร์ต่อปี(ราว 134.5 ล้านล้านวอน) ได้จริง” พร้อมระบุว่า “เทสลาต้องพิสูจน์ว่าตนเองไม่ได้เป็นเพียง ‘หุ้นของมัสก์’ ที่นักลงทุนถือครองก่อนสเปซเอ็กซ์จะเข้าจดทะเบียน” อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวของราคาหุ้นในสัปดาห์นี้เพียงอย่างเดียวยังยากที่จะสรุปได้ว่าการเข้าจดทะเบียนของสเปซเอ็กซ์เป็นสาเหตุโดยตรงที่ทำให้หุ้นเทสลาปรับตัวลดลง
ความคิดเห็น 0