ราคาบิตคอยน์(BTC) มักเคลื่อนไหวล่วงหน้าก่อนที่ปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคจะปรากฏชัดเจน นี่คือมุมมองที่ถูกหยิบยกขึ้นมาท่ามกลางการจับตาการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินธนาคารกลางสหรัฐ(FOMC) ที่จะมีขึ้นในสัปดาห์นี้ โดยมีข้อเสนอว่านักลงทุนควรให้น้ำหนักกับความเคลื่อนไหวที่ 'นำหน้า' ของตลาด มากกว่าตัวเลขอัตราดอกเบี้ยและข้อมูลเศรษฐกิจที่ประกาศออกมา
คิลลา(Killa) นักเทรดสายควอนต์ที่เน้นบิตคอยน์เป็นหลัก กล่าวเมื่อวันที่ 14 (เวลาท้องถิ่น) ว่า "เรื่องเล่าเกี่ยวกับเศรษฐกิจมหภาคส่วนใหญ่เป็นแค่ 'สัญญาณรบกวน'" พร้อมระบุว่า "บิตคอยน์มักเริ่มขยับตัวก่อนที่สาเหตุจะชัดเจนด้วยซ้ำ" เขาอธิบายเสริมว่าหลายครั้งตลาดเคลื่อนไหวไปก่อน แล้วนักลงทุนจึงค่อยตีความหาสาเหตุภายหลัง
คิลลายังกล่าวเสริมว่า "ไม่ใช่ว่าคนส่วนใหญ่เข้าใจตลาดแล้วตลาดถึงขยับ แต่เป็นเพราะตลาดขยับไปแล้ว คนส่วนใหญ่จึงเข้าใจตามทีหลัง" คำพูดนี้สะท้อนมุมมองของเขาที่ว่าความเคลื่อนไหวของราคามักมาก่อนเรื่องเล่าเชิงมหภาคเสมอ
เขาชี้ว่านักลงทุนจำนวนมากพยายามคาดการณ์ทิศทางถัดไปของสินทรัพย์โดยอ้างอิงผล FOMC นโยบาย และตัวเลขเศรษฐกิจเป็นหลัก แต่ความสัมพันธ์เชิงตลาดมักปรากฏชัดล่าช้ากว่าความเป็นจริง กล่าวคือเมื่อข้อมูลมหภาคที่เปิดเผยออกมาสามารถอธิบายการเปลี่ยนแปลงของราคาได้ ความเคลื่อนไหวสำคัญอาจเกิดขึ้นไปแล้วตั้งแต่ก่อนหน้านั้น
คำกล่าวนี้มีขึ้นก่อนการประชุม FOMC ประจำเดือนกันยายน โดยธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) มีกำหนดประชุมระหว่างวันที่ 16-17 (เวลาเกาหลีใต้) เพื่อพิจารณาอัตราดอกเบี้ยนโยบายและทิศทางนโยบายการเงิน ก่อนหน้านี้ ประเด็นการประชุมเฟดเดือนกันยายนกับตัวแปรมหภาคของตลาดบิตคอยน์ ก็ได้รับความสนใจจากกำหนดการนี้เช่นกัน
การประกาศผลการประชุมมีกำหนดในเวลาประมาณ 01.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ของวันที่ 17 (ตรงกับ 03.00 น. ตามเวลาเกาหลีใต้) ทั้งนี้ FOMC เป็นกลไกการตัดสินใจด้านนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ ซึ่งในการประชุมแต่ละครั้งจะมีการกำหนดกรอบเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยพร้อมส่งสัญญาณทิศทางนโยบายในระยะต่อไป
นักลงทุนในตลาดจะจับตาไม่เพียงผลการประชุมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงว่าเฟดจะสื่อสารแนวทางอัตราดอกเบี้ยในระยะต่อไปอย่างไร อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถสรุปทิศทางของราคาบิตคอยน์หลังผลการประชุมครั้งนี้ได้จากคำกล่าวของคิลลาเพียงอย่างเดียว
ก่อนหน้านี้ คิลลายังกล่าวถึงความเคลื่อนไหวของราคาบิตคอยน์เมื่อวันที่ 12 ว่าราคากำลังอยู่ในช่วงผันผวนที่เกิดขึ้นซ้ำ และการปิดสถานะ 'ลอง' ต่ำกว่าจุดต่ำสุดเดิมกำลังบั่นทอนทั้งภาวะเลเวอเรจและความเชื่อมั่นของนักลงทุน เขาระบุว่าการปิดสถานะขาลงครั้งสุดท้ายอาจนำไปสู่จุดต่ำสุดในระยะสั้น ทั้งนี้ สถานะลองหมายถึงการถือครองสินทรัพย์โดยคาดว่าราคาจะปรับตัวขึ้น
ทั้งหมดนี้เป็นการตีความตลาดส่วนตัวของคิลลา ยังไม่มีข้อยืนยันว่าผล FOMC หรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายจะส่งผลต่อราคาบิตคอยน์ตามที่กล่าวไว้
เดอะบล็อกบีตส์(TheBlockBeats) รายงานว่าคิลลาเป็นนักเทรดสายควอนต์ที่เน้นบิตคอยน์ และมีผู้ติดตามบนแพลตฟอร์มเอ็กซ์(X) มากกว่า 200,000 ราย
ในคำกล่าวเมื่อวันที่ 12 คิลลาอธิบายเพิ่มเติมว่าการปิดสถานะขาลงที่เกิดขึ้นซ้ำกำลังลดระดับเลเวอเรจและบั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้ถือสถานะลอง พร้อมระบุว่าหลังการปิดสถานะครั้งสุดท้ายที่ทำหน้าที่เป็นจุดต่ำสุดในระยะสั้นแล้ว ราคาอาจขยับตัวขยายกรอบขึ้นไปสู่จุดสูงสุดใหม่ได้
อย่างไรก็ตาม การจะยืนยันได้ว่าตลาดขยับตัวล่วงหน้าก่อนตัวเลขเศรษฐกิจมหภาคและผล FOMC จริงหรือไม่นั้น ต้องเปรียบเทียบความเคลื่อนไหวของราคาทั้งก่อนและหลังการประชุม โดยการประกาศผลนโยบายในเวลาประมาณ 01.00 น. ตามเวลาไทย ของวันที่ 17 และปฏิกิริยาของราคาบิตคอยน์หลังจากนั้น จะเป็นจุดตรวจสอบถัดไปที่ต้องติดตาม
ความคิดเห็น 0