ประธานาธิบดีทรัมป์แต่งตั้ง ‘รัสเซล โวท’ เป็นหัวหน้า CFPB พร้อมสั่งหยุดการระดมทุนและระงับกิจกรรมกำกับดูแล
เมื่อวันที่ 9 (เวลาท้องถิ่น) รัสเซล โวท หัวหน้าสำนักคุ้มครองทางการเงินผู้บริโภค (CFPB) ที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งโดยประธานาธิบดีทรัมป์ ประกาศผ่านสังคมออนไลน์ว่า CFPB จะไม่ขอรับงบประมาณเพิ่มเติมจากธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) โดยระบุว่างบประมาณที่มีอยู่ราว ‘711.6 ล้านดอลลาร์’ เพียงพอสำหรับการดำเนินงาน เขาย้ำว่างบประมาณดังกล่าว ‘มากเกินความจำเป็น’ สำหรับองค์กรในขณะนี้
CFPB มีบทบาทในการกำกับดูแลสถาบันการเงินและบริการชำระเงินเพื่อลดการทำธุรกรรมที่ไม่เป็นธรรม นอกจากนี้ยังเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้ CFPB มีประวัติขัดแย้งกับอุตสาหกรรมคริปโตหลายครั้ง รวมถึงความพยายามในการกำกับดูแลผู้ให้บริการกระเป๋าเงินคริปโตในปี 2023 ซึ่งต้องยกเลิกภายใต้แรงต่อต้านจากภาคอุตสาหกรรม
ตามรายงานของ Reuters โวทได้ส่งบันทึกภายในให้พนักงาน CFPB โดยสั่งให้ ‘หยุดกิจกรรมกำกับดูแลและสืบสวนทั้งหมดโดยทันที’ พร้อมกับห้ามการเปิดการสอบสวนใหม่ การออกกฎระเบียบ และแนวทางปฏิบัติใหม่ ซึ่งหมายความว่าองค์กรจะถูก ‘ระงับการดำเนินงานแทบทั้งหมด’ นอกจากนี้ มีรายงานว่าพนักงาน CFPB ได้รับแจ้งให้ทำงานจากที่บ้าน และถูกห้ามเข้าสำนักงานในสัปดาห์นี้
CFPB เคยได้รับการจัดสรรงบประมาณโดยตรงจาก Fed โดยไม่ต้องผ่านสภาคองเกรส แต่โวทมองว่าวิธีดังกล่าวเป็น ‘ปัญหาด้านความรับผิดชอบ’ และตัดสินใจระงับการระดมทุน เขาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานบริหารและงบประมาณทำเนียบขาว (OMB) ควบคู่ไปกับบทบาทหัวหน้า CFPB ซึ่งเขาได้รับตำแหน่งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์
การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในภาคการเงิน เดนนิส เคลเลเฮอร์ ผู้ร่วมก่อตั้งองค์กรตรวจสอบกฎระเบียบการเงิน ‘Better Markets’ ตำหนิการกระทำของประธานาธิบดีทรัมป์ว่าเป็น ‘การผลักดันประชาชนให้ตกเป็นเหยื่อของอุตสาหกรรมการเงิน’
บทบาทที่ลดลงของ CFPB อาจนำไปสู่การผ่อนคลายกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมคริปโต ซึ่งอาจเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทคริปโตที่เคยอยู่ภายใต้การตรวจสอบขององค์กร ความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จึงเป็นที่จับตามองว่าอาจส่งผลต่อแนวทางกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลในสหรัฐฯ ในอนาคต
ความคิดเห็น 0