เงินสำรองของธนาคารสหรัฐฯ เชื่อมโยงกับสภาพคล่องในตลาด Bitcoin(BTC) โดยตรงได้ยาก SOFR แสดงภาวะการกู้ยืมเงินข้ามคืนโดยใช้พันธบัตรรัฐบาลเป็นหลักประกัน แต่ไม่ได้ใช้วัดภาวะตึงตัวด้านเงินทุนในตลาด Bitcoin
ธนาคารกลางสหรัฐฯ เผยแพร่ข้อมูล H.4.1 ทุกวันพฤหัสบดี ข้อความต้นฉบับระบุว่ายอดเงินสำรองลดลง 88,236 ล้านดอลลาร์ระหว่างวันที่ 23 และ 30 กันยายน ขณะที่ค่าเฉลี่ยรายสัปดาห์เพิ่มขึ้น 17,897 ล้านดอลลาร์ แต่ยังไม่สามารถตรวจสอบตัวเลขดังกล่าวกับข้อมูลทางการของธนาคารกลางสหรัฐฯ ได้ คำอธิบายเรื่องการเปลี่ยนแปลงบัญชี Treasury และธุรกรรม reverse repo ที่อ้างอิงตัวเลขนี้ก็ยังไม่ได้รับการยืนยัน
ยอดเงินสำรองสะท้อนจำนวนเงินที่ธนาคารถือไว้กับธนาคารกลางสหรัฐฯ ตัวเลขรายวันกับค่าเฉลี่ยรายสัปดาห์ใช้เกณฑ์ต่างกัน จึงอาจเคลื่อนไหวคนละทิศทางได้ อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงที่ระบุในข้อความต้นฉบับยังไม่ได้รับการตรวจสอบกับข้อมูลทางการ
ข้อความต้นฉบับยังระบุว่า SOFR อยู่ที่ 3.90% ซึ่งเท่ากับอัตราดอกเบี้ยที่จ่ายให้กับเงินสำรอง ธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขานิวยอร์กอธิบายว่า SOFR เป็นตัวชี้วัดวงกว้างของต้นทุนการกู้ยืมเงินข้ามคืนโดยใช้พันธบัตรรัฐบาลเป็นหลักประกัน และคำนวณจากค่ามัธยฐานถ่วงน้ำหนักตามปริมาณธุรกรรม SOFR แสดงภาวะการจัดหาเงินทุนในตลาด repo พันธบัตรรัฐบาล แต่ไม่ได้วัดสภาพคล่องในตลาด Bitcoin โดยตรง
การประเมินความเชื่อมโยงระหว่างการเปลี่ยนแปลงสภาพคล่องในภาคธนาคารกับตลาด Bitcoin จำเป็นต้องมีข้อมูลกระแสเงินทุนในกระดานซื้อขาย ตัวชี้วัดต้นทุนเงินทุนในตลาดอนุพันธ์ และข้อมูลสภาพคล่องของตลาดในช่วงเวลาเดียวกัน ข้อกล่าวอ้างครั้งนี้ไม่ได้แสดงข้อมูลที่ใช้ยืนยันความเชื่อมโยงดังกล่าว
ความคิดเห็น 0